อาหารของอารมณ์


การฝึกจิตใจ
เราต้องพยายามให้กำลังใจตัวเอง
ด้วยอุบายหรือโดยการจินตนาการว่า 
เรานั่งอยู่ในห้องว่างบนเก้าอี้ตัวเดียวนั่นแหละ 
ถึงจะมีอารมณ์ มีความรู้สึก 
หรือมีการนึกคิดใดๆ เกิดโพล่งขึ้นมา 
ก็ให้เหมือนกับมีคนเข้ามา แต่เราก็ไม่คุยด้วย 
ไม่คลุกคลีด้วย เดี๋ยวเขาก็กลับไปเอง
เราเป็นแค่ผู้รู้ รักษาผู้รู้ รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น 
แต่เราไม่ใส่ใจ ไม่ให้ความสนใจ.. 
แต่ว่าเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว 
เราไม่เลี้ยงมันไว้ด้วยความปรุงแต่ง 
ไม่ให้อาหารมัน ความคิดหรือความรู้สึกนั้น
ก็จะสลายออกไปจากจิตใจเราเอง มันจะอยู่ไม่ได้...
เมื่อความคิดเกิดขึ้นในจิตใจ 
หากเราไปเลี้ยงมันไว้ด้วยความชอบใจบ้าง 
ไม่ชอบใจบ้าง สนใจว่ามันจะต้องคิดเรื่องนี้ 
สนใจในเรื่องอดีตอารมณ์บ้าง 
หรือสนใจวิพากษ์วิจารณ์ถึงอนาคตบ้าง 
ให้ความสนใจเมื่อไร เหมือนกับเราให้อาหารมัน 
มันเป็นอาหารของอารมณ์ ให้ความสนใจเมื่อไร 
ให้ความพอใจหรือความไม่พอใจ 
ก็ล้วนเป็นอาหารของมัน เท่ากับว่าเลี้ยงมันไว้ 
เมื่อเลี้ยงมันไว้ มันก็จะแพร่พันธุ์
จนพะรุงพะรังเต็มจิตใจของเรา 
.
พระอาจารย์ปสันโน
จากหนังสือ ธรรมะปลุกใจ
Image by flo222 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา






อานิสงส์ของเมตตา


การเจริญเมตตาจิตอย่างน้อยชั่วสูดดมกลิ่นหอม
มีผลมากกว่าการที่บุคคลมีจิตเลื่อมใสสมาทานสิกขาบท
 (องฺ. สตฺตก. ๒๓/๔๗๓/๒๐)

Image by dendoktoor from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

นี่แหละรู้สึกตัว


การรู้สึกตัว
คือการรู้สึกออกมา 
จากโลกแห่งความคิด
การไม่หลงเพลิน ไปตามอารมณ์ต่างๆ
ไม่ถูกดึงออกไปทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
โดยไม่รู้ตัว รู้ไม่หลง นี่แหละรู้สึกตัว

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

Image by schauhi from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

มีสติบ้าง หลงบ้าง นั่นแหละดีแล้ว


..การรู้ การมีสติสัมปชัญญะ
ก็ไม่ใช่ตัวเราเหมือนกัน
เป็นของไม่เที่ยง บังคับให้มันเกิดก็ไม่ได้
อยากจะมีสติทั้งวัน
ปกติก็จะไม่มีหรอก ส่วนใหญ่จะหลงซะมากกว่า
การมีสติบ้าง หลงบ้าง นั่นแหละดีแล้ว
จะได้รู้ว่ามันเป็นอนัตตา บังคับไม่ได้
ถ้ามีสติตลอดได้ สงสัยเข้าใจผิด
เกิดอัตตาขึ้นมาอีกตัวว่า เราเก่งนะ
เราสามารถบังคับสติได้
กลายเป็นอย่างนั้นไปอีก

อ.สุภีร์ ทุมทอง

Image by Adriansart from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ของคู่


…ของคู่ รัก-ชัง ดี -ชั่ว บุญ -บาป 
ความผูกพัน -ความไม่ใยดี ฯลฯ 
เรามักจะเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ 
โดยยึดถือความรู้สึกส่วนตัวเป็นหลัก 
ก็ไม่พ้นจากของคู่ไปได้เลย 
กิเลสเป็นตัวชักนำให้ตกอยู่
ในความครอบงำของของคู่ 
เมื่อไรที่ปัญญาคมกล้าพอ
ที่จะตัดความยึดถือในอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ ได้ 
ก็พ้นจากความครอบงำของของสิ่งนั้นได้ 
จิตก็จะเป็นอิสระ 
และเห็นตามความจริงว่า 
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้น 
ก็ล้วนแต่เป็นเพียงสภาวธรรม 
ที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับไปเท่านั้น 
ทั้งสิ่งที่พบเห็นจากภายนอก
และความรู้สึกจากภายใน 

อุบาสิกาวัลย์ นานายน

Image by pasja1000 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



หลุดพ้นเองทุกขณะ


ไม่เพิ่มความรู้ใดๆ แต่ให้คลายจากสิ่งยึดถือ...
ไม่ต้องพยายามหยุดคิด
แต่ให้ความคิด
"หยุด" ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว
เมื่อไม่ต้องปฏิเสธ หรือ ยอมรับ
สิ่งที่เกิดในจิต หรือ ทุกสภาวะอารมณ์
เมื่อนั้น
เธอได้หลุดพ้นในสิ่งที่พันธนาการ
ได้เองอยู่แล้ว
ทุกขณะ สลายตัวมันเองทุกขณะๆ 
หลุดพ้นเองทุกขณะ

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by HG-Fotografie from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ฝึกให้รู้เรื่องของจิตเสียแต่ยังเป็นคน


ความห่วงใยของจิต
เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอุปสรรคได้อย่างมากมาย 
เวลาจะพรากจากขันธ์ 
นักปราชญ์ท่านจึงสอนให้ระวังจิต 
ไม่ให้เป็นอารมณ์ห่วงใยกับสิ่งใดๆทั้งสิ้น 
กลัวจิตจะประหวัดกับสิ่งหนึ่งสิ่งใด 
ซึ่งเป็นที่รักบ้าง เป็นอารมณ์ขุ่นมัวในใจบ้าง
เช่น ความโกรธแค้นให้กับผู้หนึ่งผู้ใด
.
ขณะจิตจะออกจากร่าง 
เป็นขณะที่สำคัญมาก 
อาจไปเกาะเอาอารมณ์ที่ไม่ดีเข้า 
แล้วก็กลับมาเป็นไฟเผาตัว 
จากนั้นก็ไปเกิดในทุคติภพ 
มีนรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน อย่างใดอย่างหนึ่ง 
ซึ่งล้วนเป็นภพกำเนิดที่ไม่พึงปรารถนา 
และให้ความทุกข์ร้อนตลอดภพนั้นๆ
ฉะนั้นการฝึกอบรมจิต
เมื่ออยู่ในฐานะที่ควรทำได้ จึงควรสนใจอย่างยิ่ง 
.
ฝึกให้รู้เรื่องของจิตเสียแต่ยังเป็นคนที่รู้ๆ เห็นๆ
เรื่องของตนอยู่ทุกขณะนี้ เป็นความชอบแท้
เมื่อทราบว่ายังบกพร่องส่วนใด
จะได้รีบแก้ไขดัดแปลงเสีย 
เวลาเข้าตาจนแล้ว จะได้มีทางรักษาตัวทันกับเหตุการณ์ 
ไม่ต้องวิตกวิจารณ์ว่าจะเสียท่าเสียที
ให้ความชั่วทั้งหลาย เข้ามาเหยียบย่ำทำลายได้
.
ยิ่งฝึกให้ขาดความสืบต่อกับอารมณ์ 
ดีชั่วทั้งหลายอย่างประจักษ์แล้ว 
ยิ่งประเสริฐเลิศโลก ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

Image by KELLEPICS from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

นาทีทองเมื่อล้มตัวลงนอน


นาทีทองช่วงหนึ่ง คือ เมื่อล้มตัวลงนอน
น้อยนักที่จะหลับทันที
...มักจะนอนคิดอะไรไปเรื่อย
ขอให้ใช้ช่วงนี้ตามดูจิต
ดูความคิดไปเรื่อยๆ 
เกิด ดับ เกิด ดับ
จิตจะได้บริหารสติ 
มีกำลังสติเพิ่มเอง...จนหลับไปเอง
สมาธิจะเกิดตอนหลับได้..จิตสว่างแจ่มใส 
เดินจิตพิจารณาต่อเอง
ปัญหา เรื่องขัดข้องที่ค้างคาใจ 
จะมีคำตอบให้..ตอนนอนหลับ

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by Cdd20 from pixabay 

Cr.Fb.Achara Klinsuwan

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

อย่าค้นหาสวรรค์และนรกในอนาคต




อย่าค้นหาสวรรค์และนรกในอนาคต
ทั้งคู่อยู่ในปัจจุบันเดี๋ยวนี้
ทุกขณะที่เราทำด้วยความรัก
โดยไม่คาดหวัง ไม่คำนึงกำไรขาดทุน
ไม่ต่อรอง เราอยู่ในสวรรค์
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราต่อสู้ เกลียด
เราอยู่ในนรก

Don’t search for heaven 
and hell in the future. 
Both are now present. 
Whenever we manage to love 
without expectations, calculations, 
negotiations, we are indeed in heaven. 
Whenever we fight, hate, 
we are in hell.

~ Shams Tabrizi 

Image by Foto_und_Pinsel from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การเรียนรู้ทางธรรมจึงต่างจากทางโลก


การเรียนรู้ทางธรรมจึงต่างจากทางโลกอย่างสิ้นเชิง 
เรียนรู้ทางโลกต้องใช้ความคิดตลอด
ต้องใช้ความจำตลอด
เพราะเราต้องการข้อมูลเหล่านั้น
เอามาใช้กับทางโลก 
แต่ในทางธรรมนั้นไม่จำเป็นต้องจำ
เราไม่จำเป็นต้องคิด
และเราไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย 
แค่เอารู้ไปฝากและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรู้
ให้เขาเรียนรู้ไป
การที่เราไม่ได้จำไม่ได้คิดนั้น
เราจะได้ข้อมูลใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน 
ข้อมูลนี้เกิดขึ้นในใจภายในกายตลอดเวลา

พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

Image by FelixMittermeier from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา