เราไม่ทุกข์เพราะความโง่ของเรา


สัมมาทิฏฐิ คือ เห็นตรงๆ
เห็นกายว่าเป็นกาย เห็นเวทนาเป็นเวทนา
เห็นจิตสักแต่ว่าจิต
อารมณ์ก็สักแต่ว่าเป็นอารมณ์
ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎของไตรลักษณ์
คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ถ้าเราไปจมอยู่ในมัน ก็เป็นทุกข์แหละชีวิตนี้
งั้นเราไม่ทุกข์เพราะความโง่ของเรา
แต่ทุกข์มันเป็นธรรมชาติของมัน
อย่างกายนี้เป็นทุกข์โดยธรรมชาติ
เกิดแล้วมันก็เสื่อม
ธรรมชาติมันก็เสื่อมของมันแบบนี้แหละ
พระพุทธเจ้าก็ตายเป็น ใครก็ตายเป็น เสื่อมเป็น
แต่เราจะเอาจิตเข้าไปฝังอยู่ในนั้นมั้ย
ถ้าเราฝังอยู่ในอารมณ์ เราก็ออกไม่ได้
เราจะตายทั้งเป็น ตายแล้วตายอีกอยู่อย่างนั้น
ไม่มีวันหลุดรอดจากธรรมชาติได้

หลวงตาสุริยา วัดป่าโสมพนัส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


จิตจึงถูกย้อมด้วยความหลง


ธรรมชาติจิตนั้นมีแต่รู้อยู่เฉย ๆ 
รู้แล้วก็ดับไป 
แต่สติปัญญาที่ไม่รู้เท่าทันมัน 
จึงไปนำสิ่งเหล่านั้นมาสำคัญ
ว่าเป็นตัวเรา ว่าเป็นของเรา 
จึงหลงยินดียินร้ายไปกับตัวสังขารที่ปรุงแต่งขึ้นมา 
จริง ๆ แล้วภายนอกทั้งหมดก็ไม่มีอยู่ในใจ 
สิ่งที่มีอยู่ในใจก็แค่สังขาร
กับความรู้ที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ต่อเนื่องเป็นสาย 
ไม่มีอะไรเป็นของเรา เป็นตัวเราที่แท้จริง 
สิ่งภายนอกไม่มีอยู่ในใจ ว่างจากในใจหมด 
แต่ความไม่เห็นแจ้งในความจริงเหล่านี้ 
จึงสำคัญผิด จึงเห็นผิด จึงรู้ผิด ว่ามันมีอยู่ 
จิตจึงถูกย้อมด้วยความหลง 
ด้วยความรู้ไม่เท่าทันสิ่งที่เกิดขึ้นในจิต 
จึงเรียกว่าหลงสมมติ

พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


การที่เราไปช่วยคน ภาวนามันจะไปง่าย


การที่เราไปช่วยคน ได้บารมีนะ 
เวลาเราภาวนามันจะไปง่าย ไปได้เร็วขึ้น 
คนไม่มีบุญไม่มีบารมีมันไปยาก 
หลวงพ่อสังเกตุดู นักปฏิบัตินะ
บางคนก็ทำหัวปักหัวปำนะ
บางคนก็ปฏิบัติไปตามธรรมดานี่แหละ 
แล้วมีโอกาสสร้างคุณงามความดีอะไรก็ทำ
ปรากฏว่าใจเขามันพัฒนาได้เร็วกว่า 
เร็วกว่าพวกหมกมุ่นปฏิบัติซะอีก 
พวกหมกมุ่นปฏิบัติทำเพราะอยากจะเอา 
พวกเนี้ยช้า บารมีมันไม่เต็ม

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



อย่าไปพยายามเพ่งจ้อง


จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


อันโทษของคนอื่นเห็นง่าย


อันโทษของคนอื่นเห็นง่าย 
แต่ฝ่ายของตัวเห็นได้ยาก 
สิ่งที่เราทำผิดอยู่ ไม่รู้สึกตัว 
แต่ผู้อื่นทำเล็กๆ น้อยๆ ก็รู้ได้ เข้าใจ
นี่คือว่า ใจส่งออก ใจไม่สงบตั้งมั่น 
ใจไม่นึกถึงความตายที่จะมาถึงตน
จิตมันวุ่นวายแส่ส่ายไปในแต่เรื่องภายนอก 
ไม่มารู้แจ้งรู้จักรู้จริงภายในตัวของตัวเอง 
ปล่อยให้ความประมาทมัวเมาเข้าทับถม 
จิตใจก็มืดมิดปิดบัง 
เมื่อมืดมิดปิดบังมากเข้าเท่าไหร่ 
ไม่มีทางรู้สึกตัวได้

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร  

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ความสุขที่แท้จริง คือ


ความสุขที่แท้จริง คือ 
การไม่มีตัวเราไปทำอะไร เพื่อให้เป็นอะไร 
ไปพยายามดู ไปรู้ เห็น ไปละ 
ไปปล่อย ไปวาง มันจะเหน็ดเหนื่อยมากเลย 
มันจะสงบ หรือ ไม่สงบก็ไม่ใช่เราซะอย่างเดียว 
จะจิตฟุ้งหรือจิตสงบก็เป็นอาการ มีค่าเท่ากัน 
มันได้แต่รู้ว่ามันมีอาการอะไร 
อาการที่ถูกรู้เป็นสังขารที่มันไม่เที่ยง 
แต่เราเป็นผู้ไม่มีอาการ มันไม่มีใครได้อะไร 
ตัวเราไม่มี แล้วจะมีใครได้อะไร 
มันจะเป็นอย่างไร ก็ไม่มีใครเป็น 

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


สุขของการปล่อยวาง


สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบนั้นไม่มี.. 
มันมีสุขที่ยิ่งกว่านั้นอีก คือ สุขของการปล่อยวาง 
สุขของการทำลายความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งปวง 
..เราทุกข์เพราะอะไร 
ทุกข์เพราะความยึดมั่นถือมั่น.. 
เรามีอะไรเราก็ยึดสิ่งนั้น มีกายก็ยึดกาย 
มีทรัพย์สมบัติก็ยึดทรัพย์สมบัติ 
มีสามี ภรรยา ลูกหลาน ก็ยึด 
เราจะดับทุกข์ได้เพราะไม่มีตัวเอง 
เมื่อเราไม่มี ทรัพย์สมบัติก็ไม่มี 
เพราะมันไม่มีตัวเอง เราก็ไม่รู้จะเอาเพื่อใคร 
เราไม่ใช่เราแท้ เราเพียงชั่วคราว 
เมื่อจบตัวเรา ทุกอย่างในโลกนี้ ก็จบหมด

พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เวลาทำบุญทำทาน ไม่มีสติรักษาจิตใจ



เวลาทำบุญทำทาน ไม่มีสติรักษาจิตใจ
เมื่อมีเรื่องไม่ดีอะไรกระทบกระทั่งมา ก็เสียอกเสียใจ
หรือว่าโกรธเกลียดขึ้นมา หงุดหงิดขึ้นมาอย่างนี้
มันก็ทำให้บุญกุศลมันเสื่อมไป
แทนที่จะได้บุญกุศลเต็มที่ บุญกุศลกลับร่อยหรอลงไป
เพราะว่าจิตตัวเองไปสมคบกันกับบาปอกุศล
ดังนั้นแหละ ท่านจึงสอนรักษาจิตใจให้ดี

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

มันจะเป็นญาณอะไรก็ช่างมันเถอะ



ถ้าหากว่าเราหมดความสงสัย 
อยู่ด้วยความว่างแล้ว 
มีความสุขมา ทุกข์มา ดีมา ชั่วมา เราก็วาง 
อาการวางนี้มันจะเป็นญาณอะไรก็ช่างมันเถอะ 
มันสงบแล้ว มันพ้นจากความวุ่นวาย 
มันเป็นโลกุตรจิตแล้ว 
มันไม่พัวพันอยู่ในโลกแล้ว 
มันจะเป็นญาณอะไรหรือ
ไม่ใช่ญาณอะไรก็ช่างมันเถอะ 
มันเป็นอยู่อย่างนั้นพอแล้ว ลักษณะมันพอ 
ไม่หวั่นไหวแล้ว อยู่ไปเพราะความรู้ 
อยู่ไปเพราะความรู้เท่าตามความเป็นจริง 
มีความรู้ไม่ยึดความรู้นั่นอีก 
ไม่ยึดอะไรทั้งหลายทั้งปวง 
ความรู้ก็ไม่ยึด ว่าไม่รู้ก็ไม่ยึด 
ชั่วก็ไม่ยึดดีก็ไม่ยึด......

หลวงปู่ชา สุภัทโท

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การบำเพ็ญตบะในทางพระพุทธศาสนา


การบำเพ็ญตบะในทางพระพุทธศาสนาก็คือขันติ
เรานิยมแปลว่าความอดทน
แต่หมายถึง อาการที่จิตมีความคงที่ มั่นคง
ไม่หลงไปตามสิ่งปรุงแต่งต่างๆ
เป็นการอนุโลมคล้อยตามสัจธรรม คล้อยตามความจริง
ไม่หลงไปเที่ยวตะครุบอันหนึ่ง
ไม่หลงไปผลักไสอันหนึ่ง
เห็นมันเป็นอย่างนั้นของมันเอง
เป็นไปตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ
ภาษาเราทุกวันนี้เรียกว่ายอมรับ
หรือยอมจำนนต่อธรรมชาติ
ไม่ได้ไปฝืน ไม่ได้ไปยินดี ไม่ได้ไปปฏิเสธ

อ.สุภีร์ ทุมทอง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา