อย่าปล่อยให้จิตสยบในอารมณ์ที่ชอบ...



สตินั้นต้องสังวรอยู่เสมอในตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น 
ลิ้นลิ้มรส กายสัมผัสสิ่งที่ถูกต้อง ใจรู้ธรรมารมณ์ 
อย่าปล่อยให้จิตสยบในอารมณ์ที่ชอบ 
ไม่เคียดแค้นในอารมณ์ที่ไม่ชอบ 
ตั้งสติเเละจิตไว้ในวงกาย 
พิจารณาค้นหาความจริงด้วยสติเเละปัญญา

หลวงปู่ศรี มหาวีโร

จงรู้เฉพาะหน้าเฉพาะใจอยู่เสมอๆ



จิตดวงในนี้อยู่ภายในนี้แล้ว ไม่ต้องไปหาที่อื่น
จงรู้เฉพาะหน้าเฉพาะใจอยู่เสมอๆ ให้รู้ได้ทุกอิริยาบถ
ทั้งนั่ง ทั้งนอน ตั้งมั่นอยู่ในจิตดวงที่รู้อยู่นี้
นอกจากจิตที่รู้อยู่นี้ ทั้งหมดเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้แน่นอน
นอกจากจิตที่รู้อยู่นี้ เป็นทุกข์ นอกจากจิตที่รู้อยู่นี้ไม่ใช่ตัวตนของเรา...
ไม่ควรลุ่มหลงไปกับเรื่องใดๆ ทั้งหมด 
ควรรู้อยู่เห็นอยู่ ในเวลาปัจจุบันอย่างเดียว . . .

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

รู้เท่าแล้ว "ว่าง" เอง




ไม่ต้องทำจิตให้ “ว่าง”
“รู้เท่า”แล้วก็ว่างเองตามธรรมชาติเลย ... 

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

ถ้าเห็นว่า กายเป็นของว่าง...



ถ้าเรามีความรู้สึกเห็นว่า กายเป็นของว่าง 
อุปาทานก็ครอบงำเราไม่ได้
เราก็ไม่มีความรู้สึกว่า.....
มีอะไรเป็นเครื่องอวดอ้างกับใคร
เราก็อยู่แบบธรรมชาติ
อยู่แบบสภาวการณ์ที่
มันเป็นไปตามธรรมชาติของมัน
ไม่เห็นอะไรเป็นเรา เป็นของของเรา

หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม

สติตัวเดียว รู้ทั้งในและนอก



...นอกดูงาน ในดูจิตใจ ว่าไม่มีอารมณ์ คือความถูกต้อง
สติตัวเดียว รู้ทั้งในและนอก แบบสบายๆ พร้อมกัน
รู้อยู่ รู้อยู่ รู้อยู่ ทั้งในและนอก รู้อยู่ ๆๆๆ...

พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ

“เนกขัมมะ” หมายถึง การทำใจให้ออกจากกามคุณอารมณ์



ที่จริงแล้ว ความหมายของคำว่า “เนกขัมมะ” หมายถึง 
การทำใจให้ออกจากกามคุณอารมณ์ 
ทำใจไม่ให้จมอยู่กับเรื่องที่มากระทบใจ...
(ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย)
...ใจเข้าไปรับรู้แล้ว เราทำใจให้ปล่อยวางได้ 
คือออกจากเรื่องเหล่านี้ได้

พระอาจารย์มานพ อุปสโม

ผู้ถึงธรรม ดำรงอยู่ด้วยสิ่งที่เป็นปัจจุบัน



ผู้ถึงธรรม ไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว 
ไม่พร่ำเพ้อถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง 
ดำรงอยู่ด้วยสิ่งที่เป็นปัจจุบัน 
ฉะนั้นผิวพรรณจึงผ่องใส
ส่วนชนทั้งหลายผู้ยังอ่อนปัญญา...
เฝ้าแต่ฝันเพ้อถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง
และหวนละห้อยถึงความหลังอันล่วงแล้ว 
จึงซูบซีดหม่นหมอง เสมือนต้นอ้อสด 
ที่เขาถอนทิ้งขึ้นทิ้งไว้กลางแดด

(สํ.ส. ๑๕/๒๒/๗)

จิตผ่องใส เป็นที่พึ่งได้




ให้รู้จักภาวนา พุทโธ ทำดวงจิตให้ผ่องใส 
จะได้เป็นที่พึ่งของเราได้แน่นอน
ให้ทราบว่าในโลกนี้ไม่มีแก่นสารอันใด 
เกิดมาแล้วก็ต้องตาย 
เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง 
ที่จะเอาได้ก็เป็นเรื่องของดวงจิตเท่านั้น...


หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

การสวดมนต์ ถือว่าเป็นการภาวนาได้





...การสวดมนต์ ถือว่าเป็นการภาวนาได้ 
ภาวนา แปลว่าทำให้เกิด 
การสวดมนต์ ก็ทำให้เกิดความรื่นเริงเพลิดเพลิน 
หรือทำให้เกิดความสงบภายในจิตใจได้ 
ขณะสวดมนต์อยู่บางทีอุบายเกิด ...
บางทีธรรมะเกิดขึ้นมา ขณะสวดมนต์ก็ได้ 
ให้มีความตั้งอกตั้งใจเคารพในการสวดมนต์ 
มีความแน่วแน่ในคำสวดของเรา
นั้นเป็นการภาวนาอย่างสมบูรณ์ทีเดียว...

หลวงปู่แบน ธนากโร 

รู้ในกายในใจ



ถ้าเรามีสติ เราก็ระลึกรู้ทันความคิดความนึก
เสียงดังมาสติระลึกได้ยินเสียง 
จิตเป็นอย่างไร จิตกระเพื่อมจิตหวั่นไหว
จิตไม่พอใจหรือจิตวางเฉย สติมันก็เกิดขึ้น 
สติต้องทำหน้าที่ระลึกรู้สภาพธรรมต่างๆ 
ที่มาปรากฏทางตาทางจมูก
ทางลิ้นทางกายทางใจ 
วนเวียนอยู่ในตัวนั้นแหละ 
รวมเรียกว่ารู้ในกายในใจ

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี