อย่าพึ่งความสงบภายนอก



ถ้าเราเอาใจไปพึ่งความสงบของสิ่งแวดล้อม
เช่น...ถ้าสิ่งแวดล้อมไม่อึกทึก 
ไม่มีเสียงดัง ใจฉันจึงจะสงบได้ 
ความสงบแบบนี้ จะไม่ยั่งยืนเลย
เพราะสิ่งแวดล้อมรอบตัว 
ใช่จะสงบเงียบไปได้ตลอด 
แม้แต่อยู่ในป่า ก็ยังมีเสียงรบกวน

พระไพศาล วิสาโล

ให้พยายามแยกจิตออกจากกาย



สรรพสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาในโลกนี้
ไม่มีล่วงพ้นความแก่ ความเจ็บ ความตายไปได้
เราต้องหัดพิจารณา มีสติ มีปัญญาพิจารณา
ให้รู้เท่าทันตามความเป็นจริง
ของร่างกายของเรานี้
พยายามแยกจิตออกจากร่างกายนี้ 
เพราะร่างกายนี้ ไม่ใช่จิตนี้หรอก
จิตนี้ก็ไม่ใช่ร่างกายนี้

พระอาจารย์อัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตโต

เมื่อร่างกายนี้ เขาตายจากเรา...



...เมื่อร่างกายนี้ เขาตายจากเรา แล้วทำไมเราไม่ตายจากร่างกายบ้าง...

พระอาจารย์สมชาติ ธมฺมโชโต

จุดมุ่งหมายของการปฏิบัติธรรม



          การปฏิบัติธรรมนั้นมิใช่การปฏิบัติเพื่อได้อะไรมันเป็นไปเพื่อความออกจากทุกข์ใจต่างหาก เป็นเรื่องตนเห็นจิตตนซึ่งภาษาธรรมเรียกว่า "ปัจจัตตัง"

          1.อยู่กับกิเลสได้โดยใจไม่เป็นทาสของกิเลส
          2.อยู่กับทุกข์กาย โดยไม่ทุกข์ใจ
          3.อยู่กับงานวุ่นโดยใจไม่วุ่น
          4.อยู่กับการรีบด้วยใจสบาย
          5.อยู่กับความสมหวังและความผิดหวังได้โดยใจไม่ทุกข์อีกต่อไป
          6.อยู่กับโลกได้ด้วยใจเป็นธรรม กายส่วนกายใจส่วนใจแต่อาศัยกันอยู่เท่านั้นเอง
          7.อยู่กับหน้าที่โดยไม่ยึดหน้าที่ เพียงแต่จะทำหน้าที่นั้น ให้ดีที่สุดเท่าที่ตนจะทำได้ในขณะปัจจุบัน นั้นเท่านั้นเอง ที่ทำไม่ได้ก็ปล่อยไป

                                                                                       หลวงตาม้า (วรงคต) วิริยธโร

วิธีทำจิตให้ว่างจากกาย



          ถึงแม้จิตจะยังอาศัยอยู่ในกาย แต่จิตไม่หลงรักว่ากายเป็นอันเดียวกับจิต อย่าเอาจิตไปนึกว่ามันมี รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ปล่อยไปเพียงแต่ผ่านมาผ่านไปเท่านั้น ถ้าทรงอารมณ์อยู่จิตไม่สนใจขันธ์ ๕ ของใคร วางเฉยไม่ทุกข์ร้อน ทำงานทุกอย่างตามหน้าที่ อารมณ์เฉยเป็นเอกัคตารมณ์ เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีสำหรับเรา เราไม่มีสำหรับกาย จิตจะสะอาดเบิกบานผ่องใสพ้นจากความยึดมั่นในของปลอมของทุกข์ ของร้อน พระท่านเรียกว่า จิตของพระอรหันต์

          วิธีทำจิตให้ว่างจากกายเรากายเขาแบบนี้ เป็นวิธีลัดแบบง่าย มีแต่พรหมวิหาร ๔ ไม่ยึดถืออารมณ์ใดๆ มาไว้ในจิต มีความจำได้หมายรู้ก็เหมือนไม่มีความจำ เพราะความจำอยู่ได้ไม่นานไม่ช้าก็ลืม ประสาทสมองลืมง่าย ความคิดความจำ ความฟุ้งซ่าน วิตกกังวลเป็นเรื่องของกายให้สลัดทิ้ง ให้จิตเต็มไปด้วยพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า จิตจะเบาบริสุทธิ์สะอาด จิตอันนี้เราจะตามรอยพระพุทธบาทเมื่อกายพังแตกสลาย ผู้เพียรทำจิตให้ว่างจากร่างกาย หรืออารมณ์ต่าง ๆแบบนี้ เป็นแบบของพระอริยเจ้า เป็นสมาธิเป็นวิปัสสนาญาณอยู่ด้วยกัน ทำได้ทุกเวลา ทุกอิริยาบถ นั่ง นอน ยืน เดิน ทำได้ทั้งที่อยู่คนเดียวและอยู่แบบหมู่คณะ เป็นทางหลุดพ้นทุกข์ได้อย่างแน่นอน เป็นทางลัดตรงไปสู่จุดหมายปลายทางคือ พระนิพพาน

                                                                                              หลวงปู่ดาบส สุมโน

จงมอง "ตนเอง" เพื่อแก้ไข...



...จงมอง "ตนเอง" เพื่อแก้ไข 
...และ มอง "คนอื่น" เพื่อให้อภัย
...จะอยู่สุขใจ และเป็นอิสระ..

หลวงปู่ศรี มหาวีโร

ปล่อยวาง จิตก็มีความสุข




          เมื่อจิตใจไม่คิดมากไปหลายเรื่องหลายราว แล้วจิตก็จะมีความสุขเกิดขึ้น เหมือนกับบุคคลนี่แหละ ถ้าไม่ถือสิ่งของหลายอย่าง ถือแต่ของเบาๆ ก็เดินไปสบาย หรือปล่อยวางหมดเดินแต่ตัวเปล่าๆ ไป

                                                                                          หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

วิธีสลายความโกรธ



เมื่อความโกรธเกิดขึ้น
เรากลั้นลมหายใจเสีย ความโกรธนั้นก็หายไป
แล้วจะเหลือแต่ใจเดิม คือความรู้สึกเฉยๆ
อย่าลืม ทำบ่อยๆ ก็เห็นใจเดิม
แล้วความโกรธก็ค่อยๆ หายไป

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

มีเราก็มีอวิชชา



..อะไรเป็นปัจจัยของอวิชชา เรานั่นแหละเป็นปัจจัยของอวิชชา 
อะไรเป็นปัจจัยของเรา อวิชชานั่นแหละเป็นปัจจัยของเรา 
ถ้ามีอวิชชาก็มีเรา ถ้ามีเราก็มีอวิชชา..

พระคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) 

สมาธิคือ ทำจิตให้มีสิ่งรู้


          การทำสมาธิ หลักโดยทั่วไปก็คือ ทำจิตให้มีสิ่งรู้ ทำสติให้มีสิ่งระลึก จิตรู้อะไรก็ให้มีสติ บริกรรมภาวนาก็ให้มีสติ จะพิจารณาก็ให้มีสติ ทีนี้ในขณะใดจิตต้องการจะสงบนิ่งว่าง ก็ปล่อยให้ว่าง ขณะใดจิต ต้องการคิด ปล่อยให้คิด แต่ให้มีสติตามรู้ไป....สรุปลงแล้ว แผนของการปฏิบัติสมาธิอยู่ตลอดเวลาโดยไม่เลือกกาลเวลา ให้ถือเอาการยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด เป็นอารมณ์จิต ให้มีสติรู้ พร้อมอยู่ทุกขณะจิตทุกลมหายใจ จะไปเอาเฉพาะเวลานั่งหลับตามันไม่ เพียงพอ เวลามันน้อย   ดังนั้นถ้าหากว่าเราฝึกสติให้มันรู้พร้อมอยู่ที่การยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด เราจะได้สมาธิ ได้พลัง สติสนับสนุนจิตอันเป็นเรื่องชีวิตประจำวันได้ตลอดกาล

                                                                                               หลวงพ่อพุธ ฐานิโย