อย่าให้จิตส่งออก



เมื่อจิตคอยจะเตลิดออกไปข้างนอก 
เช่น คอยไปคิดนอกตัว ก็พยายามสำรวจให้จิตมารู้อยู่ในตน คือให้มาอยู่ที่กายที่ใจ 
ให้เข้ามารับรู้รับทราบอยู่ในตัวเองไว้ ถ้าส่งจิตออกนอกตัวเมื่อไหร่ 
ก็ถือว่าเผลอแล้วไม่ถูกแล้ว ยิ่งถ้าจงใจปล่อยจิตคิดออกไปเอง 
ตั้งใจออกไปเองอย่างนั้นก็ยิ่งไปกันใหญ่ แต่ถ้าเมื่อได้สติขึ้นมาก็ต้องกลับเข้ามา 
น้อมเข้ามา โอปะนะยิโก คือ พึงน้อมเข้ามาใส่ตน รู้ในตน 

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี


ความสุขที่แท้ คือสุขในธรรม



ความสุขของเราไม่ได้อยู่ที่ใครจะมาสรรเสริญว่าเราดีเช่นนั้นเช่นนี้
นั่นไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง 
เพราะความสุขที่แท้จริงคือ 
การที่เรามีความสุขในพระธรรมของพระพุทธเจ้า  
มีความสุขในการประพฤติปฎิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า 
นั่นคือความสุขที่แท้จริง เป็นความสุขที่มั่นคง
เป็นความสุขที่ไม่มีใครขโมยไปได้ 
เป็นความสุขที่เกิดขึ้นแล้วไม่มีดับ

พระอาจารย์ยุคลธรณ์ ธัมมปุตโต

มีธรรมะกับรู้ธรรมะ



          บรรดานักปฏิบัติทั้งหลาย ท่านว่าให้เป็นผู้ที่ “มีธรรมะ” อย่าให้เป็นคน “รู้ธรรมะ” เฉยๆ ...ความรู้ธรรมะเรารู้ได้นะ ใครว่าอะไร อยู่ที่ไหน ได้ยินที่ไหน ก็จดจำระลึกได้ หรือไปอ่านตามตำรา คัมภีร์ ใบลาน หนังสือก็ยังได้ อันนี้เรียกว่า “รู้” “รู้ได้” “พูดได้” “เจรจาได้” แต่ไม่ใช่ “มีธรรมะ” ...คำว่า “ธรรมะ” ที่จะมีได้ ต้องอาศัยการประพฤติปฏิบัติ การกระทำ ทางกาย ทางวาจา ทางจิตใจ จนธรรมะปรากฏเกิดขึ้นในกาย ในวาจา ในจิตใจของเรา เป็น “สันทิฏฐิโก” ผู้ปฏิบัติย่อมรู้เอง...เป็นธรรมะของเราโดยเฉพาะ ไม่ใช่ธรรมะที่ขโมยมาจากตำรา

                                                                                                   หลวงปู่ศรี มหาวีโร

พระอริยะกลัวการเกิด



พระอริยะกลัวคำว่าการเกิด
ปุถุชนอธิษฐานเกิดแล้วเกิดอีก
เกิดอยู่นั่นแหละ
อธิษฐานเกิด ชั่วฟ้าดินสลาย...

พระอาจารย์สมชาติ ธมฺมโชโต

การเวียนว่ายตายเกิดคือสะสมทุกข์



การเวียนว่ายตายเกิดเป็นการที่เราสะสมทุกข์ 
เวรกรรมก็คอยจะสนองเราตลอดเวลา
บางชาติก็สุข บางชาติก็ทุกข์ 
ไม่มีความเที่ยงแท้ ไม่มีความแน่นอนอันใดเลย 
แค่ปัจจุบัน ณ ขณะนี้ เดี๋ยวมีเงินทอง เดี๋ยวก็ไม่มี
เดี๋ยวมีความสุข เดี๋ยวก็ไม่มีความสุข 
มันไม่มีอะไรเลยที่เราจะสามารถจับต้องได้ในโลกมนุษย์นี้ 
ไอ้ที่บอกว่าเป็นของๆ เรา 
แท้จริงแล้วไม่มีอะไรเป็นของๆ เราเลย 
ให้เราพิจารณาเช่นนี้ไว้เสมอ

พระอาจารย์ยุคลธรณ์ ธัมมปุตโต 

โปรดใครไม่ได้ ก็ต้องวาง



ในที่สุดถ้าเราโปรดใครไม่ได้
เราก็ต้องวาง 
ถ้าเราวางไม่ได้ เราก็ต้องทุกข์
เราสงสารใครเขาก็ได้
แต่อย่าให้จิตของเราเศร้าหมอง

พระอาจารย์สมชาติ ธมฺมโชโต

รักษากายพอประมาณ รักษาจิตให้มาก



          เป็นธรรมดาที่สังขารร่างกายของเรา จะต้องเดินไปสู่ความเสื่อมความสลาย แม้จะป้องกันแก้ไขอย่างไรก็เป็นแต่ยืดเวลาออกไปเท่านั้น ที่จะห้ามไม่ให้แก่ ไม่ให้เจ็บ ไม่ให้ตายเลยนั้นไม่ได้ ฉะนั้น จึงให้มุ่งเอาจิตเป็นสำคัญ คือบำรุงรักษาร่างกายพอประมาณ แต่บำรุงรักษาจิตให้มากๆ เป็นการหาสาระจากสิ่งที่ไม่เป็นแก่นสารนั้นๆ ให้มากที่สุดที่จะทำได้ คือให้เร่งรัดบำเพ็ญกุศลเต็มสติกำลัง ทั้งทาน ศีล ภาวนา แม้ร่างกายจะแก่ จะแตก จะตาย ก็ไม่วิตกกังวล เพราะสมบัติดี ๆ มีไว้ เตรียมไว้แล้ว

                                                                                               หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

ผู้ภาวนาย่อมรู้จักทุกข์



          เมื่อผู้ใดมาภาวนา ทวนกระแสจิตเข้ามาภายใน มากำหนดรู้กายรู้จิตนี้อยู่ ก็ย่อมรู้จักทุกข์ เพราะร่างกายนี้มันแปรปรวนอยู่เรื่อยไป ไม่คงที่ แล้วจิตก็อาศัยอยู่ในร่างกายอันนี้ เมื่อร่างกายอันนี้มันแปรปรวนไป มันกระทบกระทั่งกับจิต จิตก็มีความรู้สึกเปลี่ยนแปลง ไม่ปกติ วุ่นวาย ถ้าจิตของท่านผู้รู้ทั้งหลายแล้ว ท่านไม่หวั่นไหว เพราะท่านรู้ว่ากายนี้ไม่ใช่ตัวตนของเรา เมื่อมันแปรปรวนไปก็เป็นเรื่องของมัน เราก็บังคับมันไม่ได้ หน้าที่ของจิตก็มีแต่กำหนดรู้เท่าตามความเป็นจริงอยู่เท่านั้นเอง เราจะไปบังคับให้มันเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่ได้เลย 

                                                                                      หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

อานิสงส์จากการภาวนา



          การอบรมภาวนาทางปัญญา จึงเป็นเรื่องละถอนกิเลส ตัณหา อาสวะ ที่มีอยู่ในจิตในใจ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะฝึก จะอบรมจิตใจของตนได้ หากเราตั้งใจ เห็นว่าเป็นของจำเป็นจริงจัง แต่ถ้าไม่ทำก็จะไม่เกิดประโยชน์ เกิดมาไม่ทำภาวนาเลย มันก็แก่ ก็ตายเหมือนกัน ผู้ทำภาวนา ถึงแก่ ถึงตาย จิตใจของท่านไม่มีการหวั่นไหว ไม่มีการเสียดายชีวิต ไม่ถือว่าเกิดมาเป็นโมฆะ ท่านมีความสุขความสบายในจิตในใจของท่าน ถึงกายมันจะแตกสลายไปเหมือน ๆ กัน แต่จิตใจท่านไม่หวั่นไหว ไม่ลุ่มหลง นี่คือ...อานิสงส์เกิดจากการภาวนา 

                                                                                       พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

ธรรมทุกอย่าง รวมอยู่ด้วยความไม่ประมาท



ธรรมทุกอย่าง รวมอยู่ด้วยความไม่ประมาท
จงมีสติทุกเมื่อ เฝ้าดูการเกิดดับของจิตปัจจุบัน
รู้แจ้งปล่อยวาง เป็นทางออกจากทุกข์
มีปีติในธรรม ชุ่มฉ่ำอยู่ภายใน 
เบาใจเบากาย หายกังวล
จิตสงบระงับดับเย็น 
เห็นแจ้งนิพพานเอยฯ

ครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสํวโร