เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ


จิตที่เศร้าหมองด้วยราคะ ย่อมไม่หลุดพ้น
หรือปัญญาที่เศร้าหมองด้วยอวิชชา ย่อมไม่เจริญ
ด้วยประการฉะนี้แล...เพราะสำรอกราคะได้
จึงชื่อว่าเจโตวิมุตติ
เพราะสำรอกอวิชชาได้
จึงชื่อว่าปัญญาวิมุตติฯ

พุทธพจน์
จากหนังสือพระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์
โดย แสง จันทร์งาม

Image by guvo59 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ถ้าไม่ไขเงื่อนนี้


สร้างเหตุแห่งการให้
แบบมีเงื่อนไข ...
ผลที่ได้รับ มันก็สมควรแก่เหตุที่ทำมา
ถ้าไม่ไขเงื่อนนี้
จิตก็จะเต็มไปด้วยเงื่อนไข อยู่ร่ำไป
รู้อยู่แล้ว
ว่า ผล ~ มันมาจากเหตุ
ผลแบบไหนที่ไม่ประสงค์ ไม่ต้องการ ไม่ปรารถนา
ก็แค่ อย่าไปสร้างเหตุแบบนั้น
ง่ายๆ แบบนี้เลยนะ!
ไ ม่ มี อ ะ ไ ร ซั บ ซ้ อ น เ ล ย . . .

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

Image by Akinz from pixabay

จาก Fb.Lovely Ole

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การปฏิบัติธรรมเราต้องหัดปฏิเสธ


การปฏิบัติธรรมเราต้องหัดปฏิเสธ
ปฏิเสธ...การปรุงแต่งของเจ้าของ
รู้ปั๊บ...ปฏิเสธไว้
ถ้ามันปรุงได้ เราก็หยุดได้
จิตของเราจะออกไปข้างนอก
เราต้องปฏิเสธบอกว่า...
ที่ออกไป ไม่ใช่ธรรม
ธรรม ต้องไม่ออก
ธรรม ต้องหยุด
ถ้าเราหยุดได้
เรา ก็หยุดการเกิดได้
ถ้าเราหยุดไม่ได้
การเกิดของเรา ก็หยุด...ไม่ได้
หยุดแล้วจะถึง...สุญญตา
ความสิ้นสุดของการปรุงแต่ง
ให้มาเห็นจิต...เจ้าของ
เห็นจิตเจ้าของแล้ว...จบเลย.

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by pruslee from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

อะไรเล่า คือ การบรรลุธรรม ?


สัมมาทิฏฐิ
ไม่ใช่ การที่เราเป็นบุคคลผู้ที่ตื่นรู้  และหลุดพ้น 
แต่คือ...การที่ความเห็นว่า มีตัวเรา ค่อย ๆ หายไป
การคิดว่า...
เราจะต้องบรรลุธรรม 
จึงไม่เป็นเหตุ เป็นผลเลย 
เพราะมันเป็นแค่...ความคิด  
และเป็นสักกายทิฏฐิ ยึดถือว่า 
ตัวเราคือ...สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่เรียกว่าผู้บรรลุธรรม
แต่ในความเป็นจริงแล้ว
อะไรเล่า  คือ การบรรลุธรรม ?
มันไม่ใช่สิ่งที่ไกลออกไป ที่เราไม่มี 
และจะต้องพยายามให้ได้มันมา 
แต่มันเป็น แค่...
การตื่นรู้...ปัจจุบันธรรม 
และศรัทธาใน รู้...นั้น

พระอาจารย์สุเมโธ

Image by Pexels from pixabay

จากเพจ วัดพระธาตุขุนบง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เมื่อดอกไม้ไม่แย้มบาน


เมื่อดอกไม้ไม่แย้มบาน
เราต้องปรับปรุงสิ่งแวดล้อมที่ปลูกดอกไม้
ไม่ใช่ดอกไม้

Alexander Den Heijer

When a flower doesn’t bloom, 
you fix the environment it grows in,
not the flower.
จากเพจ Power of Positivity

การปฏิบัติธรรมก็เช่นกัน
เราทำได้เพียงสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่จิต
คือ นำพาจิตให้เห็นความเป็นจริงของสัจธรรม
การบรรลุธรรมเป็นเรื่องของจิตเองตามธรรมชาติ
ไม่ใช่เรา...

Image by Fotoworkshop4You from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

จิตทรงฌาน


คำว่า "จิตทรงฌาน" ไม่ใช่ว่าไปนั่งสมาธิทั้งวัน 
ไอ้นั่นน่ะมันบ้าแล้ว ถ้านั่งสมาธิทั้งวันนี่! 
เป็นโรคประสาทเป็นบ้าแน่…
คำว่า...ผู้ทรงฌาน 
แปลว่า ผู้มีจิตใจปกติ 
จะไม่ตกเป็นทาสของนิวรณ์ 
อำนาจของนิวรณ์อย่างหนึ่งอย่างใด ก็ตาม 
จะไม่ให้มีอำนาจเหนือจิตใจ 
ยามว่าง...ถ้าเรายังไม่เป็นอรหันต์ 
ย่อมมีนิวรณ์เข้ากินใจเป็นธรรมดา 
แต่ถ้าเวลาต้องการฌานเมื่อใด  
นิวรณ์จะต้องกระเด็นออกทันที 
ถ้ากระเด็นบ่อยๆ ไม่ช้ามันก็ไม่เข้ามายุ่งกับใจ…

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

Image by Beto_MdP from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

หลุมดักผู้ปฏิบัติธรรม


หลุมดักที่ผู้สอนการปฏิบัติ
มักจะขุดหลุมโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 
และผู้ปฏิบัติก็พร้อมที่โดดลงหลุมด้วยความสมัครใจ 
ก็คือ การชอบสอนว่าเมื่อเจริญสติไปเรื่อยๆ 
ความคิดจะค่อยๆ น้อยลงไป 
จนไม่มีความคิด 
และมองว่าช่วงว่างจากความคิดนั่นแหละ
คือการไม่ปรุงแต่ง
.
ซึ่งผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่ก็ยินดีที่จะทำตาม 
เพราะโดยพื้นฐานก็รังเกียจความคิด
ไม่อยากคิดเพราะเข้าใจผิดว่า
  -ความคิดมันทำให้ฟุ้งซ่าน
  -ความคิดคือการปรุงแต่ง (สังขาร) 
    ต้องหยุดการปรุงแต่งจึงจะหลุดพ้น
  -การหยุดคิดได้นี่แหละจึงดูเหมือนเป็นผลการปฏิบัติ
  -ยังติดอยากสงบ
.
ทั้งหมดคือความเข้าใจผิด 
รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ยังหลงทางอยู่ 
เพราะนี่คือเส้นทางของการฝึกสมถสมาธิ 
ซึ่งเป็นเส้นทางเก่าก่อนที่จะมีพุทธศาสนา
ซึ่งเป็นวิปัสสนา
.
แท้จริงการเจริญสติคือ
การทำความรู้สึกตัวเขย่าธาตุรู้ให้ตื่นขึ้นมา
แล้วสังเกตทุกปรากฏการณ์ของกาย (อาการของกาย) 
ของเวทนา (ความรู้สึก) 
ของจิต (ความคิด) ของอารมณ์ (ธัมมารมณ์)
.
ความคิดจะมากจะน้อย
จะคิดจะไม่คิด ฯลฯ 
มันเป็นธรรมชาติของจิต 
ผู้ปฏิบัติธรรม เพียงแค่สังเกต
ตามความเป็นจริงของมัน เท่านั้น

พระอาจารย์ ครรชิต อกิญจโน

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การหยุดความคิดปรุงแต่ง


การหยุดความคิดปรุงแต่ง
ไม่ใช่ การห้ามจิต ไม่ให้คิด
ไม่ใช่ การเพ่งจิต เพื่อให้หยุดคิด
ไม่ใช่ การคิด เรื่องความไม่ปรุงแต่ง 
เช่น เรื่องนิพพาน 
ซึ่งเป็นการปรุงแต่งซ้อนความปรุงแต่ง 
หรือฝันซ้อนฝัน นั่นไม่ใช่การตื่นจากฝัน 
แต่เป็นการขังตัวเอง ให้อยู่ในโลกของความคิดฝัน
.
แต่ การหยุดความคิดปรุงแต่ง
คือ การหยุดตัวเอง 
ที่จะไปปรุงแต่งความคิด 
ให้ความคิด เป็นเพียง สักว่าความคิด
เมื่อใด ที่ความคิดหยุดลง 
“รู้” ที่หลงอยู่ในความคิดก็ตื่นขึ้น 
เป็น รู้ ตื่น และเบิกบาน
เมื่อนั้น เม็ดพันธุ์แห่งพุทธะย่อมงอกงาม
นั่นคือ การกลับสู่ธรรมชาติเดิม
.
“สรรพสิ่งในโลกล้วนกลับสู่พื้นดิน
ธรรมะชี้ทางสว่างรุ่งเรืองกลางใจคน”

ปรมาจารย์ตั๊กม้อ (พระโพธิธรรม)
โดยคุณชีวา นาวิน ในเพจ เซน

Image by FelixMittermeier from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ความทุกข์มันก็เหมือนกับเกลือ


ความทุกข์มันก็เหมือนกับเกลือ 
มันจะเค็มหรือไม่  ขึ้นอยู่กับใจเรา  
ว่าใจเราจะเป็นแค่น้ำแก้วหนึ่ง 
หรือลำธารหนึ่งสาย 

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

Image by mkupiec7 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

สักแต่ว่า ทุกการกระทบ "โลก" ก็ไม่มี


สิ่งที่ผู้คนตระหนก กลัว มากที่สุด คือ"วันสิ้นโลก"
แต่ในทางพุทธนั้้น.....
โลกาวินาศ หรือ โลกแตก เกิดขึ้นทุกวัน
............................................
เพราะโลก สำหรับพระพุทธองค์ คือ
อายตนะ6 (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)
ถ้าสิ่งเหล่านี้ทำงาน โลกของคนๆ นั้นก็มี
ถ้าสิ่งเหล่านี้ดับ โลกสำหรับบุคคลนั้นก็ดับ
คนตายกันทุกวัน โลกก็แตกกันทุกวัน
นี่คือความลึกซึ้งของพระพุทธองค์
.............................................
ด้วยทั้งหมดในโลก
เกิดจากจิตตสังขาร..การปรุงแต่งของจิต
โทสะ โมหะ โลภะ และทั้งปวงในโลกมาจากอายตนะ
กระทบที ปรุงแต่งที ให้ค่าที ก็เกิดโลกที
เป็นครั้งเป็นคราว มีเกิด มีสันตติ
มีเกิด ก็จากเราปรุง อนิจจังก็ดับเอง
มีเราเองเลยมีทุกอย่าง สิ่งถูกรู้และรู้ไม่จบไม่สิ้น
.............................................
ดังคำตรัสที่ว่า...
"โลก ความดับสนิทของโลก
และหนทางแห่งการดับสนิท ตถาคตกล่าวว่า
อยู่ในกายยาววา หนาคืบนี้"
เมื่อเห็นสักว่าเห็น ได้ยินสักว่าได้ยิน ไปเรื่อยๆ
จนกระทั่ง ไม่ใช่รู้ หรือ ไม่รู้ สักว่ารู้
ไม่ให้ค่าสิ่งที่รู้ ก็ไม่มีความหมาย
เมื่อนั้น เธอ "จักไม่มี " ไม่เกิดไม่ดับ
เมื่อเธอไม่มี โลกนี้ โลกหน้า ระหว่าง2โลกไม่มี
..................................................................
สักแต่ว่า ทุกการกระทบ
"โลก" ก็ไม่มี โลกราบเป็นหน้ากลอง
การปรุงให้เกิดขึ้นของ ภพ ชาติก็ไม่มี
วัฎสงสารก็ขาด จนไม่เกิดไม่ดับเองๆ

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา