คนส่วนมาก กระหายต่อคำยกย่องชมเชย



คนส่วนมาก กระหายต่อคำยกย่องชมเชย 
หรือนิยมสรรเสริญ แต่ตามความเป็นจริงแล้ว 
สำหรับคนใจสูงแล้ว คำนิยมยกย่องเหล่านั้น
มีค่าน้อยเหลือเกิน

ถ้าเรายังไม่รู้สึกเหนื่อยหน่าย
ต่อการยกย่องชมเชยแล้ว 
เราจะไปสู่แสงสว่างได้อย่างไร

การกลัวเสียงติ
กับความกระหายต่อคำยกย่องย่อง
ย่อมมีส่วนสัมพันธ์กันอยู่เสมอ 

คือเรากระหายต่อการยกย่องมากเท่าใด 
เราย่อมเกรงกลัวต่อเสียงตำหนิติเตียนมากเท่านั้น 

เมื่อเรายังไม่สิ้นกิเลส ควรตระหนักอยู่เสมอว่า
คำสรรเสริญเยินยอใดๆ ที่เราได้รับนั้นเป็นสิ่งน่ากลัว

เพราะจะทำให้เราหลงตัวเอง 
และนำตนไปสู่อันตรายแห่งการปฏิบัติธรรม
เราควรลดตัวเองให้เหลือศูนย์ เพื่อให้ไม่มีอหังการ
ซึ่งเป็นเสมือนม่านทึบที่มาบดบังแสงสว่างไว้
และเป็นเครื่องทำลายความสงบสุขของเรา 
การไม่อหังการหรืออัสมิมานะนั้น 
พระพุทธเจ้าทรงถือว่าเป็นบรมสุข

อ.วศิน อินทสระ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ใจไม่ส่งออก ทุกข์ดับ



ใจที่ไม่ส่งออกนอก..มันไม่มีวิตก
แต่ใช่ว่ามันจะไม่แวบคิด 
แค่ระยะเวลาที่แวบคิดมันสั้น 
มันจึงมีสภาพแค่รู้....รู้ และ ละ
สำรวมลงที่ฐานในปัจจุบัน
...ลมบ้าง ... อิริยาบถบ้าง
เหตุแห่งทุกข์จึงดับ

ครูบาไตรภพ  วัดป่าโคกเจริญธรรม


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การรู้จักยอมรับความเปลี่ยนแปลง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



การเจริญสติปัฏฐานคือการปลุกความรู้สึกตัว
ให้ตื่นขึ้นมาควบคุมความปราดเปรียวของความคิดไว้
และใช้มันในทางสร้างสรรค์สิ่งดีงาม 
ไม่ใช่ว่าเราจะหยุดความคิด เราหยุดไม่ได้ 
ความคิดเป็นสิ่งที่ดีแต่สิ่งที่ตามมันมานั้นเราต้องระวัง 
เช่นเท้าที่สะอาด พอไปย่ำโคลน ไม่ใช่ไปตัดเท้าทิ้ง 
แต่ต้องระวังอย่าให้เท้าเปื้อน 
ดังนั้นเราจึงต้องระวังไม่ติดยึดในความคิด 
ไม่พลัดไปในกระแสของความคิด 
เหมือนคนที่ยืนบนฝั่งเฝ้าพินิจกระแสน้ำ 
คือฝั่งแห่งความรู้สึกตัว เราจะรู้จักจิตใจของเราตลอดเวลา


ท่านเขมานันทะ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



การรู้ตามจริง มีสติสัมปชัญญะเป็นองค์ประกอบ



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การออกจากทุกข์ ไม่ใช่เอาทุกข์ออก



การจะออกจากทุกข์ ..
ไม่ได้หมายความว่า ต้องไปเอาทุกข์ออก!
การพยายามไปเอาทุกข์ออก 
กลับจะเป็นการไป เพิ่มทุกข์ใหม่ ขึ้นมา
ทุกข์ คือสัจจะแห่งความจริง
เขาเพียงแค่มาแสดงความจริง ให้รู้ ให้ดู ..
เราจะปฏิเสธเขาได้อย่างไร ??
ท่านจึงแนะให้อยู่กับทุกข์
เรียนรู้ที่จะยอมรับ แต่ไม่ยินดีต้อนรับ!!!
เราจะไม่ปฏิเสธเขา 
แต่จงกลับมาสังเกตที่ความรู้สึกในจิตใจ
มีความพอใจ ความไม่พอใจ 
มีนันทิ ราคะใด เป็นปัจจัย
~ ไม่เสพ ไม่ต้าน ไม่ขืน ~
มี อาตาปี สัมปชาโน สติมา 
มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ เป็นที่ตั้ง
มีทุกข์เป็นเพื่อน .. เป็นเพื่อนทุกข์
ดูมา ~ ดูไป 
กุศลจะค่อยๆเกิดขึ้น จน จิตตั้งมั่น 
จะ "เห็น" ว่า .. ความทุกข์เป็นเพียงส่วนหนึ่ง
จิตผู้รู้ ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง
ความทุกข์คงอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้
เมื่อหมดเหตุ หมดปัจจัย .. เขาก็ดับ!!!
ต่อให้ไม่ไปดับทุกข์ .. 
ทุกข์ เค้าก็ดับของเค้าเอง
เพราะธรรมชาติเป็นอย่างนี้
ไม่มีสิ่งใดที่เกิด แล้วไม่ดับ!
ทุกทุก การเกิด
จ ะ นำ ไ ป สู่ ก า ร ดั บ เ ส ม อ . . .

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ
จาก Fb.Lovely Ole

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


การฝึกสมาธิ ไม่ใช่เพื่อหนีความทุกข์



การนั่งฝึกสมาธิ
ไม่ใช่เพื่อจะหนีจากความทุกข์ 
แต่เพื่อจะสะสมและเพื่อจะสร้างพลังจิต
ที่จะได้เผชิญหน้ากับความทุกข์
และปล่อยวางเหตุของความทุกข์ 
คือความยึดมั่นต่างๆ 
หรือความคิดผิดต่างๆ  
ถ้าจิตใจยังไม่มีพลังพอ ก็ทำไม่ได้..

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

รู้เท่า แต่ไม่เข้าไปเป็น



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความสำคัญของความเงียบ



**ความสำคัญของความเงียบ**
..การรับรู้อย่างแท้จริงที่ว่านี้ จะเกิดได้จากความเงียบเท่านั้น
ดังนั้นในเช้านี้ เราจะใช้เวลานั่งสมาธิกันมากสักหน่อย 
ในระหว่างนั่งปฏิบัติ ทุกคนจะได้ยินเสียงของหลวงพ่อเสียเป็นส่วนใหญ่
แต่มันจะไม่เป็นการรบกวนความเงียบใดๆ

"ความเงียบนี้มีอยู่แล้วในตัวเราแต่ละคน"
แต่ปัญหาคือ พวกเราส่วนมากยุ่งอยู่กับชีวิตประจำวัน 
หรือที่เรียกกันว่าการใช้ชีวิตของเรา จนกระทั่งไม่ได้ยินความเงียบ 
ทำให้เราไม่มีสัญชาตญาณของการรับรู้ได้อีกต่อไป
เห็นได้ชัดว่า "เมื่อมีความเงียบไม่เพียงพอ โอกาสเข้าถึงการรับรู้นี้ก็ไม่มี"
เมื่อขาดสัญชาตญานในการรับรู้ 
ก็ยิ่งทำให้การรู้แจ้งระหว่างความจริงและความไม่จริงแทบจะเป็นไปไม่ได้
และนี่คือสาเหตุที่ทำไมการโฆษณาขายสินค้าต่างๆ จึงเป็นเรื่องง่าย 
ไม่ว่าจะเป็นยาสีฟันผสมน้ำตาล แชมพูที่มีแอลกอฮอลล์เป็นส่วนผสมหลัก 
หรือแม้แต่อาหารว่างที่เต็มไปด้วยสารพิษ 
เราซื้อขยะเหล่านี้ เพราะเราเป็นเหยื่อที่หลงกลได้ง่าย
ชีวิตเราเดินตามเสียงซึ่งเป็นเสียงของคนส่วนมาก 
เป็นการง่ายที่จะหลอกลวงคนที่สลึมสลือหรือไม่มีสติเต็มที่
พวกคนที่ทำการตลาดเพียงแค่แนะว่า 
เราจะไม่มีความสุขหรือพึงพอใจ
จนกว่าเราจะซื้อผลิตภัณฑ์ของเขาไปใช้ พวกเราก็หลงเชื่อแล้ว

พระอาจารย์สุมโนภิกขุ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ศีลตัดทอนกำลังของกิเลส



จงฝึกจิตฝึกใจ อาศัยความอดทนงดเว้นด้วยเจตนา 
ในเมื่อโลภ โกรธ หลง เกิดขึ้นมา 
เราไม่สนองความต้องการของมัน 
เราเอาศีลมาเป็นเครื่องสกัดกั้นเอาไว้ 
ก็ได้ชื่อว่าเป็นการขจัดกิเลสส่วนหยาบๆ 
ที่จะพึงล่วงเกินด้วยกาย ด้วยวาจา 
เมื่อเรางดเว้นกิเลสหยาบๆ 
ด้วยกาย ด้วยวาจา ได้โดยเด็ดขาด 
จนกระทั่งเจตนาความตั้งใจจะงดเว้นกลายเป็นเรื่องคล่องตัว 
จนรู้สึกว่าเราไม่ได้ตั้งใจที่จะงดเว้นโทษนั้น ๆ
แต่เพราะอาศัยการงดเว้นที่คล่องตัวชำนิชำนาญจนเป็นนิสัย 
ทำให้เกิดพลังงาน ให้จิตมีความดูดดื่มในความดี 
มีแนวโน้มไปในทางที่เป็นบุญเป็นกุศล จนเป็นนิสัยฝังลึกลงไปในจิต 
เจตนาที่จะงดเว้นโทษนั้น ๆ ได้เป็นไปเองโดยอัตโนมัติ 
ได้ชื่อว่าเป็นการตัดทอนกำลังของกิเลส 
หรือหักปีกหักหางของกิเลสให้มันอยู่ 
แม้ว่ามันจะยังอยู่ในจิตใจ แต่เราไม่ทำอะไรตามคำสั่งหรือคำบงการของมัน 
ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้พยายามที่จะขจัดโทษอย่างหยาบ
ที่จะล่วงเกินด้วยอำนาจของกิเลส ด้วยอำนาจแห่งศีล 
อันนี้คือข้อปฏิบัติ จุดประสงค์ของการสมาทานศีล 
กิเลสโลภ โกรธ หลง ที่มีอยู่ในจิตของเรานั่น 
เราจะตั้งใจละเอา ๆ ๆ นั่น มันละไม่ได้

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา