ดับด้วย "การไม่นึกว่าจะให้มันดับ"



ราคะก็เป็นไฟ โทสะก็เป็นไฟ โมหะก็เป็นไฟ 
มันให้ความร้อน ให้ความเดือดร้อนในจิตใจ
ก็ต้องดับด้วย "การไม่นึกว่าจะให้มันดับ" 
คือดับด้วยการรู้อย่างปรกติ รู้อย่างปล่อยวาง 
สังเกตเข้าไปเฉยๆ เขาเกิด เขาจาง เขาคลาย ..
การกำหนดอย่างนี้ก็เรียกว่าเป็นการดูสภาพธรรม 
เป็นธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน 
หรือว่าเป็นจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน 
ดูจิตใจของตนเองที่มันจะมีกิเลส สภาพธรรมต่าง ๆ เข้ามา..อยู่ด้วยกัน 

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ฝึกวางด้วยการกลับมารู้สึกตัว



พระพุทธองค์จึงตรัสว่า เพราะเราปล่อยวาง เราจึงหลุดพ้น..
ตราบใดก็ตามถ้าไม่ปล่อยวางจากความรู้สึกจากอารมณ์นั้นๆ 
เรายังสำคัญหมายกับสิ่งเหล่านั้นอยู่ 
ตราบนั้นเรายังต้องเวียนว่าย..
ฝึกวางด้วยการกลับมารู้สึกตัว
พอเรากลับมารู้สึกตัวปุ๊บ มันจะหลุดทันทีในตัวของมันเอง
จิตเราจะเริ่มมองเห็นหนทางที่จะหลุดพ้นจากอารมณ์ 
ทุกอารมณ์ ทุกความรู้สึก ทุกความนึกคิด 
นั้นแหละคือสิ่งสำคัญมากๆ 
เพราะมันจะทำให้เราไม่เป็นทุกข์

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


จิตผู้รู้เป็นเพียงสภาพรู้



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การพิจารณาธรรม รู้ธรรม เห็นธรรม หมายถึงเห็นความคิด



การพิจารณาธรรม รู้ธรรม เห็นธรรมนี้ ก็หมายถึง
เห็นความคิด รู้ความคิดของตนนั่นเอง..
ผู้ที่ปฏิบัติรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คิดว่าจิตของตัวเองฟุ้งซ่าน 
ก็พยายามบังคับจิตของตนเองอยู่อย่างนั้นแหละ บังคับให้มันหยุดคิด ..
ไม่คิดก็กลายเป็นจิตที่โง่ คำว่าสมาธิอบรมปัญญาก็ไม่เกิด 
เพราะฉะนั้น อย่าพยายามไปบังคับจิตให้หยุดคิด 
หน้าที่ของเราคือทำสติตามรู้ความคิดไป..

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


นิพพานก็อยู่ในทุกข์



เราหนีทุกข์
เรากลัวทุกข์....เราไม่กล้าเผชิญทุกข์
แต่เราต้องการนิพพาน
นิพพานก็อยู่ในทุกข์นั้น
นิโรธก็อยู่ในทุกข์นั้น
สมุทัยก็อยู่ในทุกข์นั้น
มรรคก็อยู่ในทุกข์นั้น
มันไม่ไปไหนเลย...มันอยู่ในที่เดียวกัน
และถ้าเราทิ้งทุกข์กับสมุทัยไปแล้ว
เราจะเอามรรคกับนิโรธมาจากไหน

ครูบาเจ้าเพชร วชิรมโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เพียงแค่รู้ อยู่ที่รู้



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การปฏิบัติธรรม คืออย่าเข้าไปในความคิด



ถ้าเรามีความรู้สึกตัว 
สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ มันก็คืออาการต่างๆ ของกายและจิตใจ
ความรู้สึกตัวจะทำหน้าที่เป็น "ผู้เห็น"
ได้พบเห็นอาการเหล่านี้ และได้กระทำให้แจ้งในสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว 
เห็นแล้วผ่่านไป หลุดไป พ้นไป ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร 
มันเป็นธรรมชาติ ธรรมดา เป็นเช่่นนั้นเอง
ถ้าเราเข้าไปในความคิด ไปเป็น "ผู้เป็น" ก็ตัน ทางตัน สุดโต่ง
การปฏิบัติธรรม คืออย่าเข้าไปในความคิด 
อย่าให้ความคิดพาไป ให้ความรู้สึกตัวพาไป นำไป 
ฝึกหัดให้สตินำพาพูดคิดและกระทำ

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา






การออกจากปัญหาคือออกจากการหลงคิด




การออกจากปัญหา จึงไม่ใช่การตัดสินว่าใครถูกหรือใครผิด 
แต่ออกมาจากการ “หลงคิด” 
ที่ไปยึดติดจับรูปธรรมเหล่านั้นมาปรุงแต่งต่างหาก 
ไม่หลงยึด แม้แต่คำว่า “จิต”

พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


อย่าไปมองหามิจฉาทิฏฐิที่คนอื่น



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ทุกข์เป็นเพียงความรู้สึกคิดนึก



เมื่อเอาความทุกข์นั้นตั้งต้น 
แล้วสาวหาเหตุของทุกข์นั้น 
จึงทราบว่า ทุกอย่างเป็นเพียงความรู้สึกคิดนึก
ปรุงแต่งขึ้นมาให้สับสนวุ่นวายอลวนไม่มีที่สิ้นสุด 
ไม่ใช่ของจริงเป็นเพียงสิ่งสมมุติ 
..ยอมรับความจริงซะก็หมดเรื่อง 
ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันคือละครมันหลอกเราทุกอย่าง 
ทั้งทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ให้ลุ่มหลงวุ่นวายไปกับมัน 
ให้เจริญสติให้มาก 
ทั้งอิริยาบถและมองดูความรู้สึกคิดนึกปรุงแต่งของเรา 
เมื่อมีสติกำกับอยู่ไม่พลาดจนชำนิชำนาญ 
นั้นแหละคือตัวสมาธิ ที่แทรกอยู่ในตัวของมันเอง
เหมือนขบเกลียวเชือก..ผสมผสานกลมกลืนกัน 
สุดท้ายจะเห็นเข้าไปข้างในเองว่า 
ไอ้ตัวสมมุติมาหลอกกูอยู่ตั้งนมนานกาเล

หลวงพ่อประสิทธิ์ ถาวโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา