รู้ธรรมะจริงกับแบบปรัชญา




รู้ธรรมะจริงต้องเครียดยาก ปล่อยวางง่าย 
รู้ธรรมะแบบปรัชญาจะเครียดง่าย ปล่อยวางยาก


สมสุโขภิกขุ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

พระอรหันต์ท่านก็มีความคิดเห็น



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

กิจเดียวที่พึงทำคือ รู้



พอขุ่นข้องใจขึ้นก็เพียงแค่รู้เท่านั้น ไม่ต้องวิเคราะห์หาเหตุ 
จะอีกนานแค่ไหน ก็เพียรรู้มันไว้เท่านั้นเอง 
ก็แค่รู้ว่ามีความปรุงแต่ง หรือรู้ว่าจิตยินดียินร้ายก็ได้ 
รู้ไปอีกเดี๋ยวมันก็ดับ เป็นไปตามกฎอนิจจัง 
รู้ไปเรื่อยๆ จนฉลาดพอที่จะปล่อยวางมันลงไปได้ 
ความฉลาดที่เกิดจากการรู้ มันยิ่งกว่าที่เกิดจากความคิดวิเคราะห์ 
มันสามารถปล่อยวางได้อย่างแท้จริง 
ดังนั้นกิจเดียวที่พึงทำคือ รู้
หลักการภาวนา....เราไม่ได้พากันมาภาวนาเพื่อทำจิตให้ดี 
จิตย่อมมีทั้งดีและไม่ดีไปตามเหตุปัจจัย 
ที่ต้องทำก็คือ จิตดีให้รู้ว่าจิตดี 
จิตไม่ดีก็ให้รู้ว่าจิตไม่ดี 
หยุดหานั้นดี แต่อย่าหยุดรู้

อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้าจะฝึกเพื่อให้ “ไม่เกิด” ก็ฝึก “การรู้สึกตัว”



สังเกตให้เห็น อาการที่จิตมันวิ่งเข้าไปยึดนั่น ยึดนี่..
ตรงนี้สำคัญนะ..เพราะตอนที่เรากำลังจะหมดลม
จิตมันจะวิ่งพล่าน เพื่อจะหาที่เกาะ ที่ยึด
หมายความว่ามันจะสร้างภพสร้างชาติต่อ..
ถ้าเราจะฝึกเพื่อให้มัน “ไม่เกิด”
ก็ฝึก “การรู้สึกตัว” ไม่ให้มันเข้าไปเกาะเกี่ยวกับอะไร
รู้สึกตัวไว้ รู้สึกตัวไว้ อย่างที่หลวงพ่อคำเขียนพูดว่า
“อยู่กับความไม่เป็นอะไรนั่นแหละ”

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

อย่าพยายามหยุดความคิดปรุงแต่ง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ปล่อยให้มันคิดไป อย่าไปห้ามมัน



ถ้าหากว่าท่านผู้ปฎิบัติทั้งหลายนี่
มีความสงสัยข้องใจในหลักและวิธีการตามที่พระคุณเจ้าท่านสอนโดยทั่วไป
ก็ให้มายึดหลักของท่านชายสิทธัตถะ คือกำหนดรู้ลมหายใจ
ออกจากที่นั่งสมาธิมาแล้วมากำหนดรู้อิริยาบถ
ยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด
ให้มีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา
เวลานอนลงไป จิตมันคิดอะไร ปล่อยให้มันคิดไป อย่าไปห้ามมัน
ถ้าไม่ห้ามมัน เผื่อว่ามันไปคิดเรื่องอกุศลละ
มันจะไม่เป็นบาปเป็นกรรมหรือ?
เจตนาหัง ภิกขะเว กัมมังวะรามิ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย
เรากล่าวว่าเจตนาคือความตั้งใจเป็นตัวกรรม
เราจะคิดด่าหรือแช่งชักหักกระดูกใคร
เรามีเจตนาคือความตั้งใจที่จะคิด มันเป็นมโนกรรม
แต่ถ้าอยู่ๆ จิตมันคิดขึ้นมาลอยๆ โดยไม่ได้ตั้งใจนี่
มันจะคิดถึงเรื่องบาป เรื่องบุญ เรื่องกุศล เรื่องอกุศล
มันไม่สำเร็จเป็นมโนกรรม เพราะไม่มีเจตนา
มันจะเป็นเพียงแค่อารมณ์สิ่งรู้ของจิต สิ่งระลึกของสติเท่านั้น..

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

อย่าไปบังคับมัน ให้เห็นทุกก้าว



ฝึกสติประจำวันนะ  ตั้งแต่ตื่นนอนถึงลงนอน  
เผลอแล้วๆ ไป ระลึกได้เอาใหม่  ไม่ต้องไปซีเรียสกับมัน 
เราไม่ได้ทำเพื่อซีเรียส เราทำเพื่อความพ้นทุกข์..
อย่าไปบังคับมัน ให้เห็นทุกก้าว  
เพราะไอ้ที่บังคับให้เห็นทุกก้าว..  
มันมีความจงใจอยู่ ไม่รู้ตัว  
มันมีอัตตาตัวตนในนั้นโดยไม่รู้ตัว..  
ทำไปเรื่อยๆ  แล้วมันจะค่อยเต็มเอง  
สติสัมปชัญญะมันจะเต็มเอง  
สมาธิมันจะตั้งมั่นตามกันไปหมด

พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

แก่นสารสำคัญของการเจริญวิปัสสนา



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความสงบที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ



ความสงบในขั้นสมาธิ ยังไม่ใช่ความสงบที่แท้จริง 
ความสงบที่แท้จริงนั้น คือมี ปัญญาญาณ มีวิปัสสนาญาณ 
เป็นเครื่องชําระให้กิเลสตัณหา อวิชชา ให้หมดไป สิ้นไปได้ 
นั้นแลจึงเรียกว่าความสงบที่แท้จริง 
ไม่มีกิเลสตัณหามาก่อกวน
ให้จิตกระเพื่อมอีกต่อไป
และเป็นความสงบที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ 
จึงเรียกว่า สงบแล้วจากข้าศึกทั้งหลายอย่างสิ้นเชิง 
เป็นความสงบที่ไพบูลย์ เป็นความสงบที่เป็นปกติแล้ว..

หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อสติควบคุมจิตได้แล้ว กิเลสก็ดับ



ถ้าจะกล่าวว่า พระพุทธศาสนาเป็นของกว้าง ก็กว้าง 
กล่าวคือท่านสอนเรื่องจิตที่ส่งส่ายไปตามอารมณ์
หาที่สุดมิได้ คือหาประมาณที่สุดไม่ได้นั่นเอง 
ถ้าจะว่าเป็นของแคบ ก็แคบนิดเดียว 
คือเมื่อสติควบคุมจิตได้แล้ว 
หาต้นตอที่เกิดของกิเลสได้แล้ว 
กิเลสก็ดับ ณ ที่นั้นเอง

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา