จิตที่แยกออกจากความคิด คือ วิปัสสนา




จิตสงบ คือ สมาธิ 
จิตที่แยกออกจากความคิด 
คือ วิปัสสนา

พระอาจารย์สำราญ ธมฺมธุโร


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

วิธีการทำใจให้หนักแน่น



วิธีการทำใจให้หนักแน่น
ต้องอาศัยสติสัมปชัญญะ ต้องฝึกเจริญสติบ่อยๆ
ฝึกสังเกตจิตบ่อยๆ ฝึกดูจิตบ่อยๆ รู้เท่าทันจิตบ่อยๆ
เมื่อเรารู้เท่าทันจิตอยู่บ่อยๆ แล้ว ต่อไปจิตคิดอะไร เราดูทันหมด

เวลาดูทันจริงๆ ที่เราดูนั้นได้หายไปแล้ว
ตัวใหม่ไม่ตามมา
ถ้าเราไม่ดู ก็จะดำริถึงอารมณ์เก่า
แล้วตัวใหม่ๆ จะตามมาเรื่อยๆ แล้วก็เกิดตลอด

เห็นไหมเวลาที่เราโกรธไม่หยุด เราเสียใจไม่หยุดอย่างนี้
เราเศร้าใจ การที่เราเศร้าใจไม่หยุดอย่างนี้ เพราะเราดูไม่ทัน

ถ้าเราดูใจทัน เราจะเห็นใจนั้นเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ
ใจนั้นไม่ใช่เสียใจอย่างเดียว เปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น ไปรู้อย่างอื่นด้วย
ถ้าเราไปตามดู เราจะเห็นใจนั้นเปลี่ยน
พอเห็นใจเปลี่ยน ก็เลยไม่ผูกพันในสิ่งที่ทำให้เราสะเทือนใจ เป็นทุกข์
ไปดูบ่อยๆ แล้วเราก็จะเห็นใจเปลี่ยนแปลง

จุดมุ่งหมายของการดูใจก็คือ เห็นใจเปลี่ยนแปลง ไม่ยึดถือ
ทุกข์ทางใจเลยไม่เกิด นี้คือประเด็นที่สำคัญ

พระอาจารย์มานพ อุปสโม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

หยุดแล้วรู้นะ



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

“ทางสายกลาง” คือ “การวางจิตเป็นกลาง”



สภาวธรรมของ “ทางสายกลาง” คือ “การวางจิตเป็นกลาง”
จิตที่ไม่โอนเอนไปข้างใดข้างหนึ่ง หรือยึดมั่นในข้างใดข้างหนึ่ง
เช่นบุญ-บาป, ดี-ชั่ว, กุศล-อกุศล
นี่แหละถึงจะก้าวพ้น “ทวิภาวะ” ในทางโลกียะ
และเข้าถึง “โลกุตตระ” ในที่สุดได้
เพราะสภาวธรรมขั้น “โลกุตตระ” 
ไม่มี “ทวิภาวะ” ไม่มีการแบ่งแยก
จึงเรียกว่า ไม่มีเกิด-ไม่มีตาย ไม่มีจุดเริ่มต้น-ไม่มีจุดสิ้นสุด


อ.ทวีศักดิ์ คุรุจิตธรรม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตวิบัติก่อน จึงรู้ธรรมเห็นธรรมต่างๆ ได้



จิตวิบัติก่อน จึงรู้ธรรมเห็นธรรมต่างๆ ได้ 
เท่ากับต้องพบทุกข์ เห็นทุกข์ด้วยใจตนเองก่อน 
จึงจะเห็นธรรมได้ 
ดังนั้นมารหรือกิเลส จึงเหมือนเป็นครูของเรา 
หากไม่มีกิเลส ก็ไม่มีครูผู้ทดสอบอารมณ์ของเรา 
เหมือนพระพุทธเจ้า หากไม่มีท่านเทวทัตทดสอบอารมณ์ 
ก็คงเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้

หลวงปู่หลุย จันทสาโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

วางความเป็นเรา จึงไม่มีเราเป็นผู้วาง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ทุกข์ทางกายไม่มีความหมาย




ทุกข์ทางกายไม่มีความหมาย
เมื่อจิตเข้าสู่ภายในได้...


หลวงพ่อกนฺตสิริ (กนฺตสิริ ภิกฺขุ)

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จะไปหมายมั่นมันทำไม




เรื่องดีไม่ดี มันราคาเท่ากัน 
เรื่องดีมันก็ไม่เที่ยง เรื่องไม่ดีมันก็ไม่เที่ยง 
จะไปหมายมั่นมันทำไม 
มันฟุ้งซ่านก็ดูมันฟุ้งซ่านไปสิ 
มันสงบก็ดูเรื่องสงบสิ 
อย่างนี้ ให้ปัญญามันเกิด 
..อาการของจิตมันเป็นอย่างนี้ 
เราอย่าไปยุ่งกับมันมากสิ..


หลวงปู่ชา สุภัทโท

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้าเห็นจริงว่าทุกสิ่งเป็นอนัตตา จิตจะวางเอง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ไม่ให้ความแตกต่าง จึงไม่ทุกข์




เมื่อเรามีสติอยู่กับตัวเราเอง รู้กายรู้จิต หรือรู้กาย เวทนา จิตอยู่ 
ไม่หลงไปเพลิดเพลินปรุงแต่งต่อยามเมื่อเขาชม.. 
ไม่หลงไปเพลิดเพลินปรุงแต่งต่อยามเมื่อเขาด่า 
เราก็จะเห็นว่าคำชมและคำด่ามันไม่ได้แตกต่างกันเลย
เมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็จะไม่ให้ความแตกต่างกับสิ่งใด 
และเช่นนั้นเราถึงจะไม่ทุกข์ 
แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น เราก็หลงไปตามอำนาจของตัณหาอยู่นั่นเอง 
ฉันได้ยินมาว่าสิ่งนี้ไม่ดี ฉันก็พยายามจะกำจัดมัน 
ฉันได้ยินมาว่าสิ่งนี้ดี ฉันก็พยายามจะสร้างมัน 
ฉันก็เลยทุกข์เมื่อสร้างสิ่งดีไม่ได้ 
ฉันก็เลยทุกข์เมื่อสิ่งไม่ดีที่เขาว่านั่นปรากฏขึ้น


พระอาจารย์ชยธมฺโมภิกขุ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา