การบรรลุธรรม เกิดจากความรู้ทัน




พวกเราควรสลัด “ภาพลวงตา” ที่ว่า การปฏิบัติธรรม 
คือการที่ต้องเพียรพยายามทำอะไรที่ยากๆ ตั้งมากมายหลายอย่าง
อันเป็นความปรุงแต่งในฝ่ายดีหรือกุศลาภิสังขาร
ที่มีรากเหง้ามาจากอวิชชา..เพราะที่แท้จริงแล้ว
ความเพียรพยายามปรุงแต่งในฝ่ายดีนั่นแหละ
เป็นเครื่องขัดขวางการบรรลุธรรม
ในขณะที่การบรรลุธรรม เกิดจากความรู้ทัน
และก้าวข้ามความปรุงแต่งทั้งปวงได้ต่างหาก


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

เมื่อจิตไหล ก็ให้รู้ ดูที่จิต




เมื่อจิตไหล ก็ให้รู้ ดูที่จิต
หลงครุ่นคิด ก็ให้รู้ ดูเอาไว้
เมื่อจิตเผลอ ก็ให้รู้ ดูเข้าไป
ผลสุดท้าย มีแต่รู้ “กู” ไม่มี


 พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณฺโณ

ธรรมที่ไม่เกิด ไม่ตาย ที่มีอยู่ในปัจจุบัน



สมเด็จพระบรมศาสดาท่านทรงกำชับสาวกมากที่สุดว่า.....
“ให้พยายาม ปฏิบัติให้ถึง ธรรมที่มันไม่เกิด ไม่ตาย ที่มีอยู่ในปัจจุบัน”
แม้จะมีอะไรอยู่.....ก็เหมือนไม่มี .....ได้ก็เหมือนเสีย เสียก็เหมือนได้
เพราะนี่คือ “ความสงบ” สงบจากความสุข สงบจากความทุกข์
เมื่อถึงธรรมที่ “มันไม่เกิด ไม่ตาย ที่มีอยู่ในปัจจุบัน” แล้ว......
ภพสิ้นแล้ว....พรหมจบแล้ว....ไม่มีภพอื่นชาติอื่น....อีกแล้ว...

หลวงปู่ชา สุภัทโท

แค่เราเกลียดคนชั่ว...




แค่เราเกลียดคนชั่วนะโยม
จิตใจก็เศร้าหมอง
เราไม่ได้ดีกว่าเค้าเท่าไหร่หรอก
เราก็แค่สร้างกิเลสอีกตัวนึงขึ้นมา
โดยการไปเกลียดความชั่วของเค้า


พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส

หยุดคิดคือหยุดสังสารวัฎ




ตัณหาต่างๆ ความรัก ความเกลียด 
ความกลัว มาจากความคิด
หยุดคิดคือหยุดสังสารวัฎ
เริ่มจากกระทบปั๊บกลับมาดู
ห้ามคิดไม่ได้ ..ธรรมชาติเค้าต้องคิด
เราเป็นผู้ดูเฉยๆ ใช้คำว่า “สักแต่ว่า”
ถ้ากลับมาดูทัน มันไม่เป็นเรื่องยาว 
แรกๆ จะใช้เวลาหน่อย ต่อไปจะเห็นชัด
ว่าโลกทั้งโลก สังสารวัฎ
อยู่ตรงสังขารการปรุงแต่งนี้เอง


หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ผู้ปฏิบัติธรรมต้องฝึกให้มีประสบการณ์อยู่กับปัจจุบัน




ผู้ปฏิบัติธรรมต้องฝึกให้มีประสบการณ์
อยู่กับปัจจุบัน ฝึกประสบการณ์ทุกๆ วัน 
จะมีครั้งหนึ่งจิตที่มันคิดขึ้นมา 
แล้วเราไม่ปรุงแต่งมัน ปล่อยมันดับเอง 
แค่เราเห็นแว้บเดียว จิตมันจะชุมฉ่ำ ...
มีปีติขึ้นมาทันที
เมื่อเราอยู่กับปัจจุบันชัดเจน เราไม่ปรุงแต่ง
ไม่ยุ่งกับมัน ให้เป็นธรรมชาติ 
การกระทบผัสสะจะหายไป 
จิตมันจะทำงานของมันโดยธรรมดา

หลวงตาสุริยา วัดป่าโสมพนัส 
(ส.มหาปัญโญภิกขุ)

ยิ่งปฏิบัติธรรม ยิ่งเป็นคนธรรมดา




เรายิ่งปฏิบัติธรรมมากขึ้นเท่าไร 
เราก็จะยิ่งเป็นคนธรรมดามากขึ้นเท่านั้น 
ต้องบอกว่า ...“ยินดีต้อนรับสู่ความเป็นคนธรรมดา” 
แล้วจะเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นธรรมดาๆ
ชีวิตของเราก็จะธรรมดาเพิ่มขึ้นด้วย 
แต่เดิมเราเคยเป็นคนมีความสำคัญ 
ถ้าปฏิบัติธรรมไปคิดว่าตัวเองสำคัญเพิ่มขึ้น
ไม่ถูก เป็นความสำคัญผิด


อ.สุภีร์ ทุมทอง

ถ้ามุ่งหวังต่อแดนพ้นทุกข์




   ถ้ามุ่งหวังต่อแดนพ้นทุกข์กันจริงๆ แล้ว...
ก็แค่จิตใจดวงเดียว 
รักษาไม่ให้เขากินอารมณ์

พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ

อยู่กับผู้รู้ คือการปฏิบัติธรรม




การปฏิบัติธรรมที่ถูกต้องจริงๆ ก็คือ อยู่กับผู้รู้ 
และจะทำอะไร ทำได้ทั้งนั้น 
อย่างหลวงปู่เจี๊ยะ ท่านตีขวานตีเหล็ก ตีทั้งวันๆ ตีเพื่ออะไร 
ถึงอย่างไรก็อย่าให้ขาด อย่าให้สติขาดจากผู้รู้ 
อันนั้นเป็นพอแล้ว เป็นพอเลย 
นั่นแหละคือการปฏิบัติธรรม พร้อมไปกับการปฏิบัติทางโลก 
ก็คือ เราไม่ได้แยก อันนี้ทางโลก อันนี้ทางธรรม...


ลุงหวีด บัวเผื่อน

มึงตายเมื่อไหร่ กูสบายเมื่อนั้น




... เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด 
ขอให้จิตอยู่ในความสงบ 
อยู่ในอารมณ์พระกรรมฐานก็แล้วกัน 
แยกกายสังขารให้เป็น แยกจิตสังขารให้เป็น 
วางเฉย ให้อยู่ในอารมณ์สังขารุเบกขาญาณ 
คือทุกข์กายต้องระงับ แต่จิตไม่เกาะติดอยู่กับมัน 
ยอมรับสภาวะทุกข์ของกายโดยดุษฏี 
บอกมันไว้เสมอๆ ว่า มึงตายเมื่อไหร่ 
กูสบายเมื่อนั้น


หลวงปู่บุดดา ถาวโร