ปัญหาของมนุษย์คือความไม่รู้ ไม่เห็นตามความเป็นจริง



          ปัญหาของมนุษย์คือความไม่รู้ ไม่เห็นอะไรตามความเป็นจริง ที่เรียกว่าอวิชชา...เพราะจิตมันติดความรู้สึกที่เป็นตัวตน เรามองอะไรก็มองไม่ตรง เห็นอะไรก็ไม่เห็นตรง ไม่มีสภาพธรรมที่เป็นเห็นเฉยๆ ... “เห็นเฉย” คือ ตัวเห็นก็เฉยๆ ตัวจิตก็เฉยๆ เขาเรียกว่าสัมมาทิฏฐิ เป็นจิตที่ไม่มีอวิชชาครอบงำ ไม่มีความปรุงแต่งเข้าไปครอบงำ

                                                                                            หลวงตาสุริยา วัดป่าโสมพนัส
                                                                                                  (ส.มหาปัญโญภิกขุ)

การปฏิบัติธรรมคือมีสติรักษาใจให้ปกติสุข



แท้จริงการปฏิบัติธรรม
ใช้เพียงขณะปัจจุบันตรงหน้าเท่านั้น
ด้วยการมีสติรักษาใจให้ปกติสุข 
การปฏิบัติธรรมจึงมีความจำเป็น
ต้องเห็นทุกเหตุปัจจัยตรงปัจจุบัน ...
ปัญญาก็จะเกิดขึ้นตรงปัจจุบันนั้น
ความปกติสุขอันเป็นผลของการปฏิบัติ
ก็เกิดขึ้นตรงปัจจุบันนั้น

พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส

ความเพียรกับความมีสติ คืออันเดียวกัน



ความเพียรกับความมีสติ
คืออันเดียวกัน 
มีสติแล้วใจก็ผ่องใส 
เบิกบานไม่หลงไม่ลืม 
คิดอย่างไรขึ้น มันก็จะดับลงไป
พร้อมกับความคิดขึ้น นึกขึ้น 
ตัวสติจึงสำคัญยิ่งนัก...

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

พุทธะ คือสติสัมปฤดี



          พุทธะ เป็นคำสันสกฤต แทนคำที่ท่านเรียกว่า “สติสัมปฤดี” คือ ตื่นตัวอย่างปาฏิหาริย์ คืออาการยินยอมน้อมรับด้วยความรู้สึกตัวในอิริยาบถต่างๆ เช่น การพับตา การเลิกคิ้ว เคลื่อนไหวมือและเท้า ทั้งหมดล้วนเป็นธรรมชาติแห่งการตื่นอย่างปาฏิหาริย์ของท่าน และธรรมชาตินี้ก็คือจิต  จิตนี้ก็คือพุทธะ และพุทธะก็คือมรรค...

                                                                                                        ปรมาจารย์ตั๊กม้อ

                                                                                           หนังสือโพธิธรรมคำสอน หน้า 27
                                                                                                แปลโดย พุทธยานันทภิกขุ

ทำ พูด คิด ให้รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา




เรื่องชีวิตประจำวันทั้งหมดนี่เป็นอารมณ์สมาธิ 
แล้วเราจะปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านี้อย่างไร 
สติตัวเดียว ทำ พูด คิด ฯลฯ ให้รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา 
ในตอนแรกๆ อาจจะสับสนวุ่นวาย 
แต่เราพยายามฝึกให้คล่องตัวชำนิชำนาญแล้ว ...
มันจะเป็นอัตโนมัติไปหมดเลย
เรื่องได้สมาธิขั้นใด ตอนใด อย่าไปสนใจ 
เอาสติตัวเดียวเท่านั้น
ทำงานอะไรต่างๆ นี้ เป็นอารมณ์สมาธิทั้งนั้น 
ขอให้เรามี “สติ” ลูกเดียว

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย 

ดูกายดูใจในปัจจุบัน คือการปฏิบัติธรรม



. . .ไม่ใช่เรื่องว่า 
เราจะต้องจดจำอะไรมากมาย 
แต่เป็นเรื่องการคอยดูกายดูใจ
ในปัจจุบันนี่เท่านั้น 
กายที่กำลังเป็นไปในปัจจุบัน 
จิตใจที่กำลังเป็นไปอยู่ในปัจจุบัน 
อย่างนี้เรียกว่าการปฏิบัติธรรม. . .

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

ถ้าเราไม่มีสติเฝ้าดูจิตใจ...




ถ้าเราไม่มีสติเฝ้าดูจิตใจแล้ว ความนึกคิดปรุงแต่งภายในจิตใจของเรา
ก็ปรุงแต่งไปในเรื่องที่ไม่ดี เป็นเรื่องซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไร 
จิตเราก็วิ่งตามอารมณ์ไป ไม่สามารถที่จะเห็นความทุกข์
เห็นเหตุให้เกิดทุกข์ หรือเห็นความดับทุกข์ 
หรือทำให้รู้จักข้อประพฤติปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์. . .


พระอาจารย์อัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตโต

มีสติกับจิต คือพุทโธที่แท้จริง



          การภาวนาธรรม มีสติกับจิตนี้แหละคือ พุทโธที่แท้จริง ท่านแปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ถ้าไม่มีสติ จิตใจก็ไม่อยู่ที่.. จะเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานไม่ได้ จะกลายเป็นความโง่เซ่อไปเท่านั้น ขอรักษาสติกับจิต จงดีๆ จะเกิดภูมิปัญญาธรรมขึ้นเอง

                                                                                                          หลวงปู่ดี ฉันโน

ความอยากคือพญามาร



          ...ค่อยทำค่อยไป คือไม่ให้ความอยากมันเข้ามาขัดขวางจิตใจของเรา เช่น อยากให้จิตมันสงบ อยากให้จิตเป็นสมาธิ อยากให้จิตมันสว่างไสว อยากให้จิตมันเห็นนรก สวรรค์ อันนี้เรียกว่าเป็นพญามาร คือเป็นข้าศึกอย่างสำคัญที่เข้ามากั้นไม่ให้เราบำเพ็ญคุณงามความดี... 

                                                                                              หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป

คิดถึงไตรลักษณ์คือการทำความดีทางใจ



           ...ได้รับผลดีของกรรมดี คือได้ประสบโลกธรรมฝ่ายดีเมื่อไร เมื่อนั้นให้คิดถึงไตรลักษณ์ทันที จะได้รับผลดีของกรรมดี ที่ดียิ่งกว่าผลดีทั้งนั้น การคิดถึงไตรลักษณ์ ความไม่เที่ยง ทนอยู่ไม่ได้ ต้องแปรปรวน เปลี่ยนแปลง และไม่เป็นไปตามความปรารถนาต้องการ คือ การทำความดีทางใจ เป็นมโนกรรมที่ดี จึงย่อมได้รับผลเป็นความดีตรงตามเหตุที่ได้กระทำ

                                                สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก