อะไรๆ ก็เป็นของชั่วคราว


อะไรๆ ก็เป็นของชั่วคราว
การที่เราดูแลรักษาสิ่งต่างๆ
ก็คือรักษาเพียงชั่วคราว
พออิงอาศัยชั่วคราว
ไม่ใช่ว่าจะรักษาให้มันคงที่
ตั้งอยู่ตลอดไป
เพียงแต่รักษาพออาศัยชั่วคราว
หมดอายุ หมดเวลา
ก็ต้องเปลี่ยนแปลง
แตกดับ บังคับไม่ได้
ก็ต้องเป็นไป ต้องยอมรับ
ต่อความเป็นจริงอย่างนี้
แม้จะยังไม่ถึงขั้น "รู้แจ้ง"
ปล่อยวางภายในได้จริงๆ
แต่ถ้าเรามีความเข้าใจ
มีความคิดในแนวนี้
ก็ยังดียังรู้จักสกัดกั้น
รู้จักปลง รู้จักวางได้ระดับหนึ่ง
แต่การที่จะวางได้สนิท
มันต้องวางด้วยการ
เข้าไปรู้แจ่มแจ้งกันภายใน
การรู้ในกาย รู้ในใจ
เห็นสภาวะแตกดับ
เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จริงๆ
จะปลด ปลง ปล่อยวางได้สนิท
ส่วนการวางแบบพิจารณา
แยกแยะอะไรต่างๆ ด้วยความคิด
นั้นเป็นจินตามยปัญญา
ก็เป็นการวางได้ระดับหนึ่ง
ชั่วครั้งชั่วคราว
ไม่สามารถวางได้อย่างสนิท
แต่ก็ทำให้จิตเรารู้จักปลง
วาง ว่าง ได้ตามสมควร
ฉะนั้น การฝึกฝนอบรมตนเอง
จึงต้องมีทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ
หรือมีทั้ง "สุตะ"
คือการฟังให้เกิด "สุตมยปัญญา"
มีทั้งคิดพิจารณา
ให้เกิด "จินตามยปัญญา"
คือการนึกคิดพิจารณาให้ถูกตรง
คิดให้เป็น คือสอดคล้อง
ในแนวของอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา,
แล้วก็ต้องมี "ภาวนามยปัญญา"
คือปัญญาที่ รู้แจ้ง เห็นจริง
จากการเจริญสติสัมปชัญญะ
แล้วต้องมีธรรมะในทุกระดับ
ที่จะพัฒนาจิตใจให้พ้นทุกข์ได้จริง
🔸🔸
"ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ”
เขมรังสี ภิกขุ
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 เม.ย.69


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น