ทำไมธรรมะจึงดูซับซ้อนเข้าใจยาก


ทำไมธรรมะจึงดูซับซ้อนเข้าใจยากนัก 
ก็เพราะว่าจิตที่ใช้ในการรับรู้ธรรมะเองนั่นแหละ
ที่ซับซ้อนใช้เหตุผล มันเยอะเกินไป พยายามจะเข้าถึง
ธรรมมิอาจใช้ตัว หรือ ความคิดที่จะเข้าถึง 
เพราะมีอยู่แล้ว เลยบังสิ่งเดิมแท้
ที่มีทุกคน ที่มีตลอดเวลา 
.
เพราะยังใช้ความคิด ตรรกะ  สัญชาตญาณ ความรู้ 
ความเชื่อ ความเห็น ความหมาย 
คติ อคติ  ทิฐิ อุปทาน
เลยมีมวลหนักมิอาจก้าวข้ามห้วงเวลาได้
ประสาทสัมผัสทั้ง 5 และสมอง 
ต้องส่งคำสั่งไปยังร่างกายมันจึงต้องใช้เวลา 
เลยมีแรงโน้มถ่วงและความเร็วจำกัดลง เลยมีขอบเขต
ความคุ้นเคยต่อการตอบสนองเองระบบร่างกาย
ความคิด และ จิต จึงบังสภาวะเดิมแท้หรือนิพพาน
.
การแยกความคิดออกจากร่างกาย
และปล่อยให้เป็นไปโดยไม่ต้องคำนึงถึง 
ให้เป็นอัตโนมัติ สู่ธาตุบริสุทธิ์
.
จิต คือ ไร้กำแพงขวางธรรมเดิมแท้
ไร้จิต คือ ไร้ประตู
ที่ไม่เข้าใจธรรมมะ เรายึดในเหตุผลเราเยอะไป
โดยมีความเข้าใจ หรือ ไม่เข้าใจ ยาก ง่าย
สร้างประตู และ กำแพง ขวางกั้นเอง
ล้วนมาจากความคิดเรา 
.
แต่ความจริงสิ่งที่คิด สิ่งที่ไม่ใช่เรา นั้น
เป็นผู้หว่านเมล็ดพันธ์ ให้เราตกสู่กระแสทั้งปวง
.
หนทางที่แท้จริง คือ ไม่มีหนทาง
แต่ไม่มีหนทางนั้นแหละ คือ หนทางเอง

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by photoeightyeight from pixabay

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

ล้วนคือโซ่ตรวน


ทั้งความสุขและความทุกข์ล้วนคือโซ่ตรวน 
หนึ่งนั้นทำด้วยทองคำ อีกหนึ่งนั้นทำด้วยเหล็ก 
แต่ทั้งสองก็แข็งแกร่งพอกันในการพันธนาการเรา
และฉุดรั้งเราออกจากการตระหนักรู้
ในธรรมชาติที่แท้จริงของตัวเรา

สวามี วิเวกนันทะ (ค.ศ.1863 - 1902) 
นักบวชและนักปราชญ์ฮินดูท่านสำคัญ
ผู้เผยแผ่ปรัชญาเวทานตะและโยคะ สู่ตะวันตก

Photo by Michael Carruth on Unsplash

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)



 

ความเกียจคร้านฆ่าความทะเยอทะยาน


ความเกียจคร้านฆ่าความทะเยอทะยาน
ความโกรธฆ่าปัญญา
ความกลัวฆ่าความฝัน
อัตตาฆ่าการเติบโต
ความอิจฉาริษยาฆ่าความสงบสุข
ความสงสัยฆ่าความมั่นใจ
(ถึงตอนนี้ให้อ่านจากขวาไปซ้าย)

Laziness kills ambition.
Anger kills wisdom.
Fear kills dreams.
Ego kills growth.
Jealousy kills peace.
Doubt kills confidence.
(Now read that from Right to Left)

Unknown

Photo by Jonny Gios on Unsplash

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

เป็นเพียงความยึดมั่น ในความไม่ยึดมั่น


อย่าเอาความไม่ยึดมั่นหรือความปล่อยวาง 
มาเป็นข้ออ้างที่จะปล่อยปละละเลย
ที่เห็นง่ายๆ ก็คือ คนที่เอาความไม่ยึดมั่น 
ขึ้นมายึดไว้ แล้วไม่ทำอะไร ไม่เอาอะไร 
แล้วก็บอกว่าฉันไม่ยึดมั่น
แต่เขาไม่รู้ตัวว่าเขาทำไป
ตามความไม่ยึดมั่นที่เอามายึดไว้
คือเป็นเพียงความยึดมั่น
ในความไม่ยึดมั่นเท่านั้น 
เป็นความยึดมั่นซ้อนเข้าไปอีก 
ความไม่ยึดมั่นที่แท้นั้นเป็นไปเองด้วยปัญญา 
ไม่ต้องเอาความไม่ยึดมั่น ขึ้นมายึดไว้
เพราะฉะนั้น อย่าปล่อยวาง
เพียงด้วยความไม่ยึดมั่นที่ยึดถือเอาไว้ 
และอย่าเอาความปล่อยวางมาเป็นข้ออ้าง
ที่จะปล่อยปละละเลย เพราะอันนั้น
ไม่ใช่ความปล่อยวางอะไรเลย 
แต่เป็นความประมาทแท้ๆ

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

Photo by Tonmoy Iftekhar on Unsplash

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

วันที่เธอจะหาทางออกของตัวเองเจอ


วันที่เธอตัดสินใจว่า จะใส่ใจกับการรู้ความคิด
แทนที่จะเข้าไปอยู่ในความคิด
นั่นคือวันที่เธอจะหาทางออกของตัวเองเจอ

The day you decide you are more interested in being aware of your thoughts 
than you are in the thoughts themselves – that is the day you will find your way out.

Michael Singer

Photo by Clarence E. Hsu on Unsplash

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)



 

นี่คือปาฏิหาริย์แห่งการยอมรับ


อย่ามองหาความสงบ 
อย่ามองหาสภาวะอื่นนอกเหนือจาก
สภาวะที่เธอเป็นอยู่ตอนนี้ 
มิฉะนั้นเธอจะสร้างความขัดแย้งภายใน
และการต่อต้านโดยไม่รู้ตัว 
จงให้อภัยตัวเองที่ไม่สงบ 
ทันทีที่เธอยอมรับความไม่สงบของเธออย่างสมบูรณ์ 
ความไม่สงบของเธอก็จะกลายเป็นความสงบ 
อะไรก็ตามที่เธอยอมรับอย่างเต็มที่
จะพาเธอไปที่นั่น จะนำเธอไปสู่ความสงบสุข 
นี่คือปาฏิหาริย์แห่งการยอมรับ

Don't look for peace. Don't look for any other state than the one you are in now; 
otherwise, you will set up inner conflict and unconscious resistance. 
Forgive yourself for not being at peace. The moment you completely accept your non-peace, 
your non-peace becomes transmuted into peace. Anything you accept fully will get you there, 
will take you into peace. This is the miracle of surrender

Eckhart Tolle

Photo by Antonio Gabola on Unsplash

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)



 

แค่รู้เฉยๆ ก็เป็นการปฏิบัติธรรมที่สมบูรณ์


เคล็ดลับของการปฎิบัติคือ 
อย่าเข้าไปเป็น ให้เป็นผู้รู้ เป็นผู้ดู 
อย่าเข้าไปเป็นมัน 
ถ้าเข้าไปเป็นมัน ไม่ใช่นักปฏิบัติ 
เพราะเวลาเราไม่ปฏิบัติ 
เราก็เข้าไปเป็นอยู่แล้ว
.
เวลาเกิดความโกรธ เราก็โกรธ 
เวลาเกิดความรัก เราก็รัก 
แต่นักปฏิบัติจะต้องเห็น เห็นความโกรธ 
เห็นความรัก เห็นความเบื่อ 
เห็นความขี้เกียจ 
แต่ไม่ได้เข้าไปเป็นผู้ขี้เกียจด้วย 
นี่ปลอดภัยแล้ว
.
ทุกข์จะเกิดขึ้นที่กายมากน้อยแค่ไหน 
แต่ใจเป็นผู้เห็น ความคิดจะปรุงแต่ง
ให้ใจเราเศร้าหมองแค่ไหน 
ใจเราก็ไม่ได้ไปเศร้าหมองด้วย 
เป็นแค่ผู้เห็น ปลอดภัยแล้ว
.
ถ้าเราฝึกบ่อยๆ เจริญสติบ่อยๆ 
รู้สึกบ่อยๆ บริกรรมในความรู้สึกบ่อยๆ 
ต่อไปจิตจะรู้เอง 
สติจะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ 
ต้องทำบ่อยๆ แล้วเขาก็จะเกิดขึ้นเอง 
เหมือนเราสอนให้เขารู้สึกตัว 
ต้องอาศัยความเพียร ความอดทน 
จึงจะเห็นผล แล้วต้องต่อเนื่องด้วย
.
ไม่ใช่ขณะปฏิบัติเอาจริงเอาจัง 
แต่พอออกไปทานข้าว ฟุ้งเหมือนเดิม 
ต้องให้ต่อเนื่อง จะได้ประโยชน์มาก 
เหมือนเราตำน้ำพริก ตำครั้งเดียวก็ยังกินไม่ได้ 
ต้องตำหลายๆ ครั้ง จึงจะกินได้ 
ทานข้าวคำเดียวก็ยังไม่อิ่ม 
ต้องทานหลายๆ คำ
.
การปฏิบัติก็เหมือนกัน 
ต้องรู้บ่อยๆ รู้บ่อยๆ จึงจะได้ผล 
เรื่องธรรมะไม่ใช่เรื่องยากเย็น 
เรื่องยากคือความคิด ปฏิบัตินี่ไม่ยากหรอก 
มันยากตอนที่จะไม่ได้ปฏิบัติ
.
ง่ายๆ แค่รู้สึก 
เวลากายเคลื่อนไหวก็รู้ เวลาใจคิดก็รู้ 
แค่รู้เฉยๆ 
ก็เป็นการปฏิบัติธรรมที่สมบูรณ์แล้ว 
จบลงที่ความรู้สึกตัวเท่านั้น

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

Photo by Eneko Uruñuela on Unsplash

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

เมื่อนั้นความสงบที่แท้ของเธอ...


เมื่อเธอเข้าใจได้ว่า ไม่มีใครหรือสิ่งใดเป็นของเธอ
เมื่อนั้นความสงบที่แท้ของเธอ จึงจะเริ่มต้นขึ้น

When you understand that nothing and no one belongs to you, 
your true peace begins.

Unknown

Image by Jhollu7 from pixabay

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

เธอไม่ไช่มัน




หนึ่งในเรื่องพื้นฐานที่สุดที่ต้องจดจำ
ไม่เพียงแค่เธอแต่กับทุกคนคือ
ไม่ว่าเธอจะพบอะไรในการเดินทางภายใน
เธอไม่ไช่มัน เธอเป็น... ผู้รู้ผู้ดูผู้เห็นมัน
มันอาจเป็นความว่าง
อาจเป็นความสุข อาจเป็นความเงียบ
แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้ ก็คือ
ไม่ว่าสิ่งที่ประสบจะสวยงาม
และน่าหลงใหลเพียงใด
เธอก็ไม่ใช่มัน
เธอคือคนที่กำลังประสบกับมันแค่นั้น

ท่าน Osho

One of the most fundamental things to be remembered — not only by you but by everyone — is that whatever you come across in your inner journey, you are not it. You are the one who is witnessing it. It may be nothingness, it may be blissfulness, it may be silence, but one thing has to be remembered: however beautiful and however enchanting an experience you come across, you are not it. You are the one who is experiencing it.


Image by Pexels from pixabay


ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

 

มันเห็นไม่ชัด...มันก็หลง


มันเห็นไม่ชัด...มันก็หลง
อย่างปลาน่ะ ปลามันกินเบ็ดเห็นไหมนั่น  
ไอ้ความเป็นจริง 
ปลาไม่กินเบ็ดหรอก...มันกินเหยื่อ
ถ้ามันเห็นเบ็ดจริงๆ 
มันไม่กินหรอก ปลาน่ะ  มันจะเกี่ยวปากมัน  
ลองสิ  มันไปกินเหยื่อ
แต่บังเอิญมันมีเบ็ดติดเกี่ยวปากมัน ไม่หลุดเสียแล้ว
พวกเราทั้งหลายเหมือนกัน  
ถ้าเห็น ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง 
ตามความจริงแล้ว 
ไม่เอา...

หลวงปู่ชา สุภัทโท

Image by Gaara15 from pixabay

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)