ทุกคนมีตัวรู้


|  ตั ว รู้  |
ธรรมะ ...
ไม่ใช่เรื่องใกล้ตัว หรีอ ไกลตัว 
แต่เป็นเรื่องของ "ตัว" เราเอง
ถ้าเข้าใจตัวเอง จะเข้าใจธรรมะได้ทั้งหมด!
ในแนวทางวิถีพุทธ การจะเข้าใจในแก่นธรรมได้จริงๆ 
จึงมีเพียงหนึ่งเดียว คือ .. 
การวกกลับเข้ามาดู "ข้างใน"
.
ทุกคนมีตัวรู้ 
แต่ไม่ค่อยได้มารู้ตัว 
มักจะไปรู้ที่สิ่งอื่น
เมื่อไปรู้ที่สิ่งอื่น ย่อมจะเข้าใจในสิ่งอื่น 
แต่ไม่เข้าใจตัว ...
.
เมื่อเราได้มีโอกาสเอาตัวรู้ 
ที่มีอยู่แล้ว ให้มารู้ที่ตัว
จึงจะเข้าใจ .. ที่ตัว
และ เมื่อใด ที่ตัวรู้ 
ได้มีโอกาส มารู้ตัว
ก็ จะเห็นตัว เข้าจิตเข้าใจที่ตัว 
เมื่อนั้น .. จะไม่หลงตัว
เมื่อไม่หลงตัว 
จึงจะเกิดปัญญา
~  แ จ่ ม แ จ้ ง ขึ้ น ม า  ~
.
พระอาจารย์นวลจันทร์  กิตติปัญโญ
#รายการหอการค้าวาไรตี้
#วิสาขบูชา

cr. Lovely Ole

Image by dmarr515 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ที่นั่น.! คือที่ร่มเย็นที่สุด


หลวงพ่อเพชร สารธัมโม
สนทนาธรรมกับ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม 
ที่ วัดพุทธรัตนาราม เมืองเคลเลอร์
รัฐเท๊กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา 
วันที่ 2 กันยายน 2534 
.
เจ้าคุณเพชรเรียนถามหลวงปู่ชอบว่า...
ท่านมองดูศาลาที่พักหลวงปู่ชอบสว่าง
เหมือนมีคนเปิดไฟทิ้งไว้
ท่านเดินมาเพื่อจะปิดไฟตามที่ตนเองเข้าใจ
พอเข้ามาใกล้ศาลา
แสงไฟที่ว่านี้มันก็จะดับไปเอง
เห็นแบบนี้หลายครั้งแล้ว
.
เจ้าคุณเพชรท่านเรียนถามหลวงปู่ชอบว่า
สิ่งที่ท่านเห็นนี้มันคืออะไร?
.
หลวงปู่ชอบท่านบอกเจ้าคุณเพชรว่า...
 พวกพรหม พวกเทวดาเขามาถามธรรม 
บางครั้งพวกเปรตผีสัมภเวสีที่อยู่ที่นี่ (อเมริกา)
พากันมาขอเราแผ่บุญให้"
.
เจ้าคุณเพชร  “แล้วเราจะรู้ได้ยังไงขอรับ
ว่าใครเป็นเทวดาเปรตผี"
หลวงปู่ชอบ “ของพวกนี่มันจะรู้ในจิตในใจ
ของผู้ปฏิบัติเอง
ธรรมในจิตผู้นั่นจะบอกให้รู้ว่า
นี่พรหม นี่เทวดา นี่พญานาค
นี่คือเปรตคือผีสัมภเวสี”
.
เจ้าคุณเพชร “อยู่อเมริกานี่มีเทวดาบ่ครับหลวงปู่”
หลวงปู่ชอบ “มีคือกัน แต่บ่หลาย คือเมืองไทยเมืองลาว 
เทพเทวดาเขามักไปในที่ ที่มีศาสนาร่มเย็น”

เจ้าคุณเพชร “ที่ใดคือที่ร่มเย็นขอรับ”
หลวงปู่ชอบ “วางวิมุติ สมมุติลงได้ที่ใด
ที่นั่น.! คือที่ร่มเย็นที่สุด”

หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
เครดิต วีระศักดิ์ โพธิสัตย์

Image by tookapic from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เว้นแต่ เราจะเชื่อมัน


ความคิด ไม่ใช่ความทุกข์ 
เว้นแต่ เราจะเชื่อมัน  
แท้จริง เป็นความยึดติดในความคิด
ต่างหาก ที่ทำให้เราทุกข์  
การยึดติดในความคิด หมายถึง
การเชื่อว่า มันเป็นของเราจริงๆ

ชีวา นาวิน

Image by FranciscoJavierCoradoR from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เราก็พบตัวเราในนิพพาน


คำสอนพื้นฐานของพระพุทธศาสนา คือ 
คำสอนเรื่องความไม่แน่นอนหรือการเปลี่ยนแปลง...
เมื่อเรารู้ความจริงอันเป็นนิรันดร์ว่า 
“ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลง” 
และพบความสงบในสิ่งนั้น 
เราก็พบตัวเราในนิพพาน  

พระอาจารย์ชุนริว ซูสุกิ

Image by Wyxina from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ปกติเราคิด เราเป็นเหยื่อความคิด


ปกติเราคิด เราเป็นเหยื่อความคิด 
ถูกความคิดพาไปกับมัน 
ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับมัน 
แต่เราไม่รู้ความคิด 
ท่านจึงสอนว่าให้รู้ความคิด 
หรือให้ดูความคิด หรือให้เห็นความคิด 
มันจะคิดดีคิดร้าย ก็ปล่อยให้มันคิด 
ไม่ต้องไปเกร็งที่จะห้ามคิด 
แต่อย่าเป็นเหยื่อมัน พาไปไหนๆ โดยไม่รู้ 
ให้รู้โดยดูมันหรือเห็นมัน เหมือนมีคนอีกคนหนึ่ง 
มายืนมองว่า อ้อ! กำลังคิดไอ้นี่ 
อ้อ! กำลังคิดไอ้นั่น
.
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Image by makabera from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ศัตรูของเรา คือ กิเลส


ศัตรูของเรา คือ กิเลส 
ไม่ใช่คนนั้นคนนี้ 
อย่าปล่อยให้ความโกรธ
ออกมาทางปาก … มันช้าไป
ถ้าความโกรธมันโผล่ออกมา 
ตีให้มันดับอยู่ในใจเรา 
อย่าให้มันออกมาทางปาก
หรือทางกายของเราได้
 "อันนี้มันแค่กิเลสอย่างหยาบ"

พระอาจารย์อัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตโต

Image by IanZA from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ความเป็นของไม่ควรถือเอา


บุคคลใดปฏิบัติแล้ว 
บุคคลนั้นย่อมพิจารณาความเป็นไป
แห่งสังขารทั้งหลาย ย่อมเห็นความเกิด แก่ 
เจ็บ และตายในสังขารทั้งหลายเหล่านั้น 
ย่อมไม่เห็นความสุข ความยินดีน้อยหนึ่ง
ในสังขารทั้งหลายเหล่านั้น 
ไม่เห็นซึ่งอะไรๆ ในเบื้องต้น ท่ามกลาง
หรือที่สุดในสังขารทั้งหลายเหล่านั้น
ซึ่งจะเข้าถึงความเป็นของไม่ควรถือเอา

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

Photo by Hasan Almasi on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ไม่ประมาทในสังขาร อารมณ์ ความคิด


เพราะสังขารแห่งธาตุทั้งสี่
อันประกอบเป็นกายนั้นไม่เที่ยง
เราจึงควรตั้งสติให้ดำรงอยู่ในธรรม
ดำรงอยู่ในความไม่ประมาท
.
เพราะอารมณ์อันเกิดจาก
อายตนะทั้งหลายก็เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง
เราจึงควรตั้งสติให้ดำรงอยู่ในธรรม
ดำรงอยู่ในความไม่ประมาท
.
เพราะความคิดอันเป็นการปรุงแต่ง
ของมโนวิญญาณก็ไม่เที่ยง
ให้ดำรงอยู่ในคุณธรรม
ดำรงอยู่ในความไม่ประมาท
.
ไม่หลงยึด ไม่หลงเพ้อ ไม่หลงใหล
ว่าสังขารเป็นตัวตน ว่าอารมณ์เป็นตัวตน
ว่าความคิดเป็นตัวตน
จึงจะไม่เดี๋ยวยินดี ยินร้าย เดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์
เดี๋ยวเริงร่า เดี๋ยวคร่ำครวญ เดี๋ยวคับแค้น
ดังปัจฉิมโอวาทพระดำรัสสุดท้าย
ของพระพุทธเจ้าก่อนจะปรินิพพานที่ตรัสว่า
“วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ”
สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา
ท่านทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น
ให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด”
.
𝐶𝑟𝑒𝑑𝑖𝑡 : 𝐵𝑜𝑑𝘩𝑖𝑠𝑎𝑡 𝐻𝑒𝑎𝑟𝑡
จากเพจ  𝑯 𝒆 𝒍 𝒍 𝒐

Photo by Mitchell Luo on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

การพบสัจจะนั้นไม่จำเป็นต้องไปเสาะแสวงหา


การพบสัจจะนั้นไม่จำเป็นต้องไปเสาะแสวงหา 
หากแต่คือการเชื้อเชิญ
การมองเห็น “ปัญญาที่มีอยู่แล้วในตน”
ไม่ต้องรอคอย ไม่ต้องปรารถนา
เหมือนสายลมที่พัดโชยชื่นท่ามกลางลมร้อน
เราเพียงเปิดหน้าต่างเอาไว้เพื่อรับสายลมนั่น
ความรู้ตัวรู้ตนนี้ก็เฉกเช่นเดียวกัน
ไม่ต้องแสวงหาจากที่ใด
เพราะมันมีอยู่แล้วในตัวเราเอง
ขอเพียงนำสิ่งที่ไม่ใช่ปัญญาความรู้ออกไปจากจิต
จิตนั้นย่อมพร้อมเสมอทุกขณะที่จะเปล่งประกาย
และทํางานตามสภาพจิตเดิมแท้ของมันเอง

ท่านกฤษณะมูรติ

Image by Edyttka1388 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา







 

กุศล เกิดจาก กูสละ


พระอาจารย์คะ เพิ่งเข้าใจว่าปัญญากับบุญมันคนละเรื่องกันค่ะ 
.
พระอาจารย์ตอบ :  บุญมันคืออะไร 
บุญมันคือความอิ่มใจ ความผ่องใสของใจ
เราแบ่งปันความผ่องใสของใจให้กับคนอื่น 
แต่ปัญญามันคือกุศล กุศลมาจาก กุ+ศะละ 
คือกูสละนั่นแหละ  
คือ สละกูออกไปเนี่ย ได้กุศล 
สละกูคือ สละความเป็นตัวตน 
.
เพราะฉะนั้นทำบุญแล้วให้ได้กุศลทำยังไง 
คือสละของที่มันสำคัญว่าเป็นของตนเองออกไป
อันนี้ถึงเรียกว่าได้ทั้งบุญทั้งกุศล 
สละไปแล้วไม่สำคัญด้วยซ้ำ
ว่าเป็นเรา เป็นเขา เป็นของเราหรือเปล่า
.
ไม่ต้องไปตามว่าชั้นทำไปแล้ว
เกิดประโยชน์อะไรไหม เรื่องของมัน  
กูสละไปแล้ว อันนี้เขาเรียกว่ากุศล
คือกูสละ สละกู สละความยึดถือในความเป็นกู
ออกไปจากวัตถุเล็กๆ น้อยๆ เนี่ย พวกนี้แหละ
สละกูออกไปจากเงินจากทอง 
จากอะไรก็แล้วแต่ เนี่ยกูสละ
มันเป็นบุญเอง เป็นกุศลเองตามธรรมชาติ
.
แต่ถ้าเกิดทำแล้วมีความอิ่มใจ 
แล้วสำคัญในสิ่งเหล่านั้น ว่าชั้นได้ทำบุญ 
อันนั้นก็พอได้  ได้แค่บุญ ได้แค่ความอิ่มใจ 
แต่ก็ยังเป็นกูอยู่ดี  
เพราะยังสำคัญในสิ่งที่กูสละไป 
ก็คือของกู ที่กูสละไป
ก็ได้แค่ บุญ กับ กู วนเวียนไปเรื่อยๆ

 พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตโต

Image by Bru-nO from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา