เพราะภาวนาก็เพื่อสนองความเป็นฉัน


ความรู้สึกว่าฉัน...
ฉันต้องทำอะไรซักอย่าง
ฉันด้อยกว่าคนอื่นๆ
ฉันดีกว่าคนอื่นๆ
ฉันกับคนอื่นๆ ก็เสมอกัน
เอา “ฉัน” เข้าไปภาวนา แล้วไม่รู้เท่าทัน
ความเกิดขึ้น และตั้งอยู่ของ ”ฉัน”
นี่เป็นเหตุแห่งความเนิ่นช้า
เป็นเพราะภาวนาก็เพื่อสนองความเป็นฉัน
ไม่ใช่ภาวนาเพื่อละความเป็นฉันออกจากใจ
พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต
Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ภายในเราล้วนมีความมหัศจรรย์


เมื่อข้าฯ เอ่ยคำว่า "เจ้า"
ข้าฯหมายถึงเอกภพนับพัน
-----
จงพิทักษ์ตนเอง
จากความคิดของตัวเธอเอง.
-----
เมื่อวิหคได้รับอิสระ
มันย่อมจะไม่ย้อนกลับมา
เพื่อเศษซากใด
ที่หลงเหลือไว้ ณ เบื้องล่างของกรง
-----
ภายในเราล้วนมีความมหัศจรรย์
ซึ่งเราเฝ้าแสวงหามันจากภายนอก
-----
Rumi

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ผู้ใดแม้จะทำสมาธิจนจิตเป็นฌานได้นาน


ผู้ใดแม้จะทำสมาธิจนจิตเป็นฌานได้นาน
ถึง ๑๐๐ ปีและไม่เสื่อม 
ก็ยังได้บุญน้อยกว่า
ผู้ที่มองเห็นความเป็นจริงที่ว่า 
สรรพสิ่งทั้งหลายอันเนื่องมาจากการปรุงแต่ง 
ล้วนแล้วแต่เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา 
แม้จะเห็นเพียงชั่วขณะจิตเดียวก็ตาม

พุทธพจน์ 

บางส่วนจากหนังสือ "ไตรลักษณ์ในควอนตัม"
เขียนโดย สิรวิชญ์ รัตน์จินดา

Image by susuteh from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ให้รักษาความรู้สึก “ตื่น” อยู่ภายใน


ให้รักษาความรู้สึก “ตื่น” อยู่ภายใน
ความรู้สึก “ตื่น” อยู่นั้น มันเป็นสัญญาณ
เป็นเครื่องชี้บอกว่า การปฏิบัติของเรา
ถูกทาง หรือ ผิดทาง
ถ้าไม่ค่อยรู้ตัว ไม่มีความ”ตื่น”ปรากฏอยู่ในใจ
ก็จะหมายถึงว่า กิเลสครอบงำเสียแล้ว
ต้องตั้งต้นใหม่ 

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

Image by Mammiya from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

อนัตตาอย่าไปแปลว่าไม่มีอะไร


อนัตตาอย่าไปแปลว่าไม่มีอะไร
อนัตตามันมีอยู่
แต่มีอยู่แบบไม่มีใครเป็นเจ้าของ
มีอยู่แบบไม่มีใครบังคับอะไรได้
มีอยู่เต็มโลกเต็มจักรวาลเลย
แต่ไม่มีอะไรเป็นอะไร
ไม่มีอะไรเป็นของใคร แค่นั้นเอง

พระอาจารย์มหาวิเชียร ชินวังโส

Image by hs-photografie from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ก็เพราะเราแบกเอาดีไว้


แม้จะตั้งหน้าตั้งตาทำความดี
และได้รับผลดีอย่างที่หวังแล้ว 
ก็ไม่ควรติดอยู่ในความดี 
ไม่แบกดีไว้ให้หนักอกหนักใจ 
อันที่จริงชั่วก็เป็นของหนัก 
ดีก็เป็นของหนัก 
จึงไม่ควรแบกทั้งดีและชั่ว 
เปรียบไปก็เหมือนกับว่า บ่าข้างหนึ่ง
เราแบกดิน แบกหิน หรือโคลนตม 
อีกข้างหนึ่งเราแบกเงิน ทอง เพชรนิลจินดา 
มันก็หนักเหมือนกัน 
แบกเงิน ทอง เพชรนิลจินดา
ยังอันตรายกว่าด้วย 
เพราะมีคนคอยแย่งชิง หรือกลัวเขาแย่งชิง
 มนุษย์ทะเลาะวิวาทกันเพราะแย่งดีกันก็มาก 
...
การแข่งดี (สารัมภะ) เป็นอุปกิเลส 
คือสิ่งที่ทำใจให้เศร้าหมองอย่างหนึ่ง 
ที่เขาด่า เราเจ็บ และสรรเสริญเราดีใจ
ก็เพราะเราแบกเอาดีไว้นั่นเอง 
แล้วเราก็กลัวถูกด่าและดิ้นรนหา
เสียงสรรเสริญซึ่งก็เป็นทุกข์เท่าๆ กัน
ถ้าเปรียบความชั่วเหมือนโรค 
ความดีเหมือนยา เรากินยาเพื่อหายโรค 
เมื่อหายโรคแล้วก็ไม่ต้องกินยาอีก

ธัมมาลังการ
อ.วศิน อินทสระ

Image by Rigby40 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

"ช่างมัน ช่างมัน" กรรมฐานลัด


"ช่างมัน ช่างมัน" กรรมฐานลัด

.
ผู้ถาม : "กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง กระผมเห็นว่าหลวงพ่อ
เป็นพระกรรมฐานที่มีแบบฉบับดีมาก ขอกรรมฐานลัด ๆ 
พอเป็นหนทางเข้าสู่มรรคผลนิพพานในชาตินี้ ด้วยเถิดขอรับ"
.
หลวงพ่อ : "ช่างมัน ช่างมัน"
.
ผู้ถาม : "แค่นี้เหรอครับ"
.
หลวงพ่อ : "อ้าว สังขารุเปกขาญาณไงละ 
อารมณ์พระอรหันต์นะ เอาเลยลัดได้ 
ใครด่าก็ช่างมัน ใครชมก็ช่างมัน 
คือว่าช่างมัน เป็นเรื่องธรรมดา 
กฏธรรมดาเป็นอย่างนี้ เราจะทุรนทุรายไปเพื่ออะไร 
เมื่อความร้อนมา มันไม่เย็น 
เราไปเรียกความเย็นมันไม่มา ก็เป็นทุกข์เปล่าๆ 
ทนร้อนไป ถือเป็นเรื่องธรรมดา 
ถ้าเย็นมากเกินไป มันหนาวจัด ไปเรียกความร้อนมา มันก็ไม่มา 
ถือว่าโลกเป็นอย่างนี้ก็ปล่อยมัน ทำใจสบายๆ เท่านี้นะ"

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

Image by gdmoonkiller from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ไม่มีใครต้องไปนิพพานตรงไหน


...การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญในเบื้องต้น 
พระพุทธเจ้าทรงเน้นเรื่องการศึกษามาก 
แต่ไม่ได้ไปเน้นว่าคุณจะต้องศึกษาจบปริญญาตรี 
ปริญญาโท ปริญญาเอกอะไรที่ไหน 
ให้กลับมาศึกษาที่จิตตัวเองโดยใช้กล้องก็คือ 
ตัวไตรสิกขา ก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นตัวตั้งต้น 
.
คำว่าศีล สมาธิ ปัญญา ถ้าจะเอาหลักปริยัติมาจับ 
ต้องรักษาศีล 5 ต้องฝึกนั่งสมาธิ อะไรอย่างนี้ 
ก็จะทำให้เรายิ่งสับสน ให้เอาสภาวะข้างในเลย 
ศีลคืออะไร คือการที่จิตเป็นปกติ 
สมาธิคืออะไร คือการที่จิตตั้งมั่น 
ปัญญาคืออะไร คือการที่จิตรู้เท่าทัน 
.
ถ้าจิตตั้งมั่น เป็นปกติ รู้เท่าทันได้เมื่อไหร่ 
ก็แปลว่า คุณจะเข้าไปรู้เห็นสภาวธรรม
หรือธรรมชาติทั้งหลาย ตามความเป็นจริงอย่างที่มันเป็น 
ถ้าเมื่อไหร่ก็ตาม จิตมันผิดปกติ เช่น 
จิตมันยึดถืออะไรสักอย่างหนึ่ง 
จิตไม่ตั้งมั่น จิตไม่รู้เท่าทัน 
การศึกษานั้นก็จะกลายเป็น
การศึกษาประเภทที่ว่า “หลงรู้”
.

เพราะฉะนั้นมันจะเข้าไปรู้จริงๆ 
เมื่อจิตตั้งมั่น รู้เท่าทัน ขณะนั้นจะเป็นการศึกษาจริงๆ 
และเป็นการได้เห็นกฎเกณฑ์ธรรมชาติจริงๆ 
ซึ่งไม่ได้หมายความคุณจะต้องศึกษาไป 1 ปี  5 ปี 
2 ปี 20 ปี แล้วถึงจะเจอ ไม่ใช่
. 
ถ้าคุณศึกษาถูกต้อง คุณสามารถจะเห็นได้
เดี๋ยวนี้ ทันที เข้าใจได้เดี๋ยวนี้ทันที 
เพียงแต่ว่าอาจจะยังไม่เข้าใจทั้งหมดเท่านั้นเอง 
เข้าใจวันละนิด วันละหน่อยไปเรื่อยๆ 
จนกระทั่งเมื่อเห็นว่า ตัวตนจริงๆ ไม่มี 
ตัวเราจริงๆ ไม่เคยมีอยู่เลย 
เราจะได้รู้ว่า เราไม่ได้ไปนิพพานอะไรที่ไหน 
ไม่มีใครต้องไปนิพพานตรงไหน 
เพราะว่านิพพานก็มีอยู่อย่างนั้น 
เพียงแต่ว่าธาตุรู้เข้าถึงสภาวะอย่างนั้นแล้ว 
จึงไม่ต้องมีใครบรรลุอะไร เป็นอะไรๆ ทั้งสิ้น

พระอาจารย์มหาวิเชียร ชินวังโส

Image by gdmoonkiller from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

คนจะอธิษฐานอะไรสำเร็จ


คนจะอธิษฐานอะไรสำเร็จ 
มักต้องสร้างบารมีในทางสัจจะมาก่อน 
คือ พูดคำไหน ทำตามนั้น ไม่เบี้ยวใคร 
ไม่ผิดสัญญาแม้แต่กับตัวเอง 
โดยเฉพาะในความตั้งใจดีๆ 
ถ้ารักษาสัจจะมาก ก็เป็นเหตุ
ให้เกิดบารมีในทางประกาศิตมาก

ดังตฤณ

Image by geralt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

นั้นคือ...กิเลส


ความคิด
ที่ผ่านเข้า - ออก
ที่ทำให้ "จิต" 
ติด กับอารมณ์ (ทำให้เกิดทุกข์)
นั้นคือ...กิเลส

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

Image by jggrz from pixabay

Cr.เพจวัดพระธาตุขุนบง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา