ความสงบจากความเข้าใจ.. ไม่ทำก็มี


ความสงบที่ได้มาจากการ “ทำ”  
ต่างจากความสงบที่ได้มาจาก “ความเข้าใจ” 
ดูเปลือกนอกเหมือนจะเหมือนกัน 
แต่ภายในต่างกัน  
ความโปร่งโล่งก็ต่างกัน 
ความสงบจากการทำ.. ไม่ทำก็ไม่มี 
ความสงบจากความเข้าใจ.. ไม่ทำก็มี  

การเดินทาง แห่งจิตวิญญาณ  

Image by DeltaWorks from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ปล่อยวางเรื่อยๆ ทำให้ชำนิชำนาญ


ในขณะที่เราอยู่กับคนเยอะๆ
เรากำหนดปล่อยวาง ปล่อยวาง
เห็นอยู่ แต่เราไม่ยึด
ทำจิตของเรา โปร่งๆ ว่างๆ ไปเรื่อยๆ
อย่าไปคิดว่า
เราจะทำกลางคืน หรือตอนเช้า
อย่าคิดอย่างนั้น
.
คิดสิว่า 
กิเลสมันทำงานกับเรา 
มันไม่เลือกเวลา
มันมาเวลาไหน 
ขอให้พยายามสกัดมันไปเรื่อยๆ
ปล่อยวางเรื่อยๆ  ทำให้ชำนิชำนาญ
ต่อไป เห็นอะไร ผัสสะอะไร ก็เฉยๆ
ถ้าทำได้อย่างนี้ จิตเราก็สบายไปเรื่อย
.
พอเวลาไปนั่งพัก 
ทำสมาธิ มันก็ลงง่าย
เพ่งไปสู่ความเกิด ความดับ 
ทำงานไปเรื่อยๆ
อย่าไปรอว่า
จะต้องตอนเช้า ตอนค่ำ
เมื่อเรารู้ว่าอะไรเข้ามาสู่ใจ 
ก็ปฏิบัติตอนนั้น 
สลัดมันออก สลัดมันทิ้ง ตอนนั้นเลย
มันจะสงบของมันเอง
ไม่มีอะไรในโลก โปร่ง วาง
เพียงแต่พออะไรเข้ามา 
เราก็รู้ และรู้สึกไว
เหมือนผ้าขาว 
อะไรเปื้อนนิด มันก็รู้แล้ว
จงฝึกจิตให้หัดปล่อยวางมากๆ นะ
ไม่ใช่เอาแต่ความสงบอย่างเดียว
…
พระครูเกษมวรกิจ
(หลวงพ่อวิชัย เขมิโย)

Image by Vectorxue from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

นำเราไป สู่...ความสุข ที่ไร้ทุกข์เจือปน


ความร่ำรวย ชื่อเสียง 
ความเพลิดเพลินในรูป รส กลิ่น เสียง
ดูดึงดูดเย้ายวน  เมื่อเริ่ม...
แต่จะจบลงด้วยความผิดหวังที่ขมขื่น
ในทางตรงข้าม ยาขม
กลับทำให้หายป่วย
การฝึกจิตอาจยากเย็น 
และมีอุปสรรคทั้งกายทั้งจิต
แต่นำเราไป สู่...ความสุข
ที่ไร้ทุกข์เจือปน

ตุลกู ดิลโก รินโปเช

Image by Netti_Nu_Nu from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

จงอยู่กับการรู้ตัว


จะไม่สามารถเห็นสัจจธรรมได้
หากเธอมัวไหลเพลินอยู่ใน
กระแสความคิดตามสมมุติ
จะเห็นแต่เรื่องราวที่มีเราไปเป็น
ตัวละครของความคิด และมีแต่ความรู้สึกได้ดั่งใจ 
ไม่ได้ดั่งใจ สลับสับเปลี่ยนอยู่อย่างนั้น
ในทุกขณะของการเคลื่อนไปของชีวิต
จงอยู่กับการรู้ตัว แค่รู้ ให้มากให้ถี่ที่สุด
สัจจธรรมจะปรากฏตามกำลังสติ 
ที่เข้มแข็งขึ้นนั้นเอง

อาจารย์ปู่ เอกธาตุ

Image by Chuotanhls from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

สติปัฏฐาน 4


การภาวนา
เท่าที่ได้ข้อมูลมานี่ง่ายที่สุด
ไม่ต้องไปนึกอะไร
อย่างดีก็ พุทโธ ธัมโม สังโฆ ๓ จบ
แล้วทำสติกำหนดรู้จิตเฉยอยู่
พอจิตว่างอยู่ ปล่อยให้ว่าง
ถ้าจิตคิด ปล่อยให้คิด
เอาสติตามรู้ ทีนี้ถ้าหากว่า
จิตยังไม่มีพลัง พอคิดปั๊บ
เรากำหนดรู้ เขาจะหยุดคิด
มันก็เป็นความว่าง
ว่างแล้วเราก็รู้อยู่ที่จิต
.
- การรู้อยู่ที่จิต เป็น จิตตานุปัสสนา
- เมื่อจิตคิดขึ้นมา เรากำหนดรู้
ก็ ธัมมานุปัสสนา
- พร้อมๆ กันนี้ สุขทุกข์ก็เกิดขึ้น
จิตของเราก็รู้เองโดยไม่ได้ตั้งใจ
ก็เป็น เวทนานุปัสสนา
- กิริยาอาการที่กำหนดหมายรู้สิ่งต่างๆ ได้
มันเกิดจากประสาททางสมอง
ก็เป็นเรื่องของ กายานุปัสสนา"

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
cr.เพจลูกศิษย์ท่านพ่อลีฯ

Image by vietnguyenbui from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

 

ไม่มีตัวเรา เป็นผู้รู้สึก


ธรรมะบางคนมองวิเศษเยอะเกิน
เข้าใจว่าเมื่อมีธรรมแล้ว ถึงธรรม แล้ว
จะไม่มีทุกข์ จะไม่เจอทุกข์อีกเลย หมดทุกข์เลย
จะเห็นธรรม ตถาคต ตถาคตา
จะต้องรู้มาก หรือ รู้น้อย หรือ เปรียญ ๙
ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค 
หรือ  ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ 
ต่อให้แปลได้ว่า อะไรแปลว่าอะไร รู้หมด
ท่องได้ จำได้แม่น แต่มันเป็นเพียงความจำ
ไม่ได้รู้ที่เกิดจากปัญญาญาณเอง
เมื่อรู้แล้ว รู้เพียงว่า
ทุกข์ และ สุขมีอยู่
แต่ไม่มีผู้เป็นเจ้าของ สุข หรือ ทุกข์ จริง
มันเป็นแค่ " ความรู้สึก "
คือ รู้ว่า “ไม่มีตัวเรา เป็นผู้รู้สึก "
สักแต่ว่า ความรู้สึก สักแต่ว่า ก็ผ่านไปเอง
ไม่ได้ยาก และก็ไม่ได้ง่าย แค่มันผ่านภาษาไป

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by Mammiya from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การตรัสรู้ หมายถึง


รู้แบบโลกๆ ไม่อาจเรียกว่า "การตรัสรู้"
เพราะการตรัสรู้ หมายถึง 
การรู้ในสิ่งที่เหนือโลก ..
การรู้แต่ในเรื่องราวของโลก 
มีแต่ทำให้วนอยู่กับโลก 
ไม่อาจพ้นเรื่องของโลกไปได้
.
ส่วนการตรัสรู้นั้น 
เป็นการรู้เรื่องราวของโลกตามปกติ 
แต่รู้จักปล่อยวางเรื่องของโลก 
ไม่ยึดไว้ ไม่แบกไว้ 
รู้เห็นความเป็นเช่นนั้นเอง 
สามารถข้ามพ้น (ไม่ติดขัด,ไม่ค้างคา) 
กับสิ่งที่เป็นโลก เรียกว่า 
ไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไม่มีคำตอบสุดท้ายให้ 
จนสามารถลุล่วงถึงฝั่งด้วยดี 
.
ถึงฝั่งแล้วก็ไม่อาลัยผืนน้ำ
มีแต่ความจริงให้ชีวิตดำรงอยู่อย่างแท้จริง 
ซึ่งเป็นคนละฟากกับโลกอันเป็นสมมุติทั้งปวง

ตื่นทางปัญญา จิตกลับสู่เดิมแท้
(อิโตมิ จัง)

Image by Leolo212 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

คนส่วนใหญ่ก็มักมองข้ามการเข้าใจตนเอง


อย่าว่าแต่การพยายามเข้าใจคนอื่นเลย
แม้แต่การเข้าใจตนเอง 
ผู้คนส่วนใหญ่ก็มักมองข้าม 
มัวแต่เสาะแสวงหาคนที่รู้ใจตน 
อยากได้เพื่อนที่รู้ใจตน
คู่ครองที่รู้ใจตน ลูกน้องที่รู้ใจตน ฯลฯ
แต่กลับละเลยที่จะรู้ใจตนเอง 
เมื่อความโกรธเกลียดเกิดขึ้นก็ไม่รู้ทัน
ปล่อยให้ความทุกข์เล่นงานจิตใจ 
หากใจของเรา เราเองยังไม่รู้
จะหวังให้คนอื่นมารู้ใจเราได้อย่างไร

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

Image by Pexels from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

ถ้าเราสามารถทำใจ


มนุษย์จะมีความสุข
อย่างสงบประณีตได้มากขึ้น
ถ้าเราสามารถทำใจ
ให้ยินดีต้อนรับความขมขื่น 
และไม่เพลิดเพลิน
ในความชื่นสุขให้มากนัก 
อย่างน้อยก็ทำใจมิให้ปฏิเสธ
ความขมขื่นที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว

พระอานนท์ พุทธอนุชา

โดย อาจารย์วศิน อินทสระ

Image by Silentpilot from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ก่อนนอนคืนนี้ ขอให้ตั้งจิต


ก่อนนอนคืนนี้ ขอให้ตั้งจิตไว้ว่า
เราจะไม่คิดร้ายต่อใคร
เราจะไม่เบียดเบียนใคร
เราจะหวังความสุขให้เกิดขึ้นแก่คนที่เราพบ
แม้คนๆ นั้นจะเป็นคนที่เราเกลียดก็ตาม
เมื่อตื่นเช้ามาก็ขอให้ระลึกไว้อย่างนี้เช่นกัน
ให้ลองทำทุกๆ วัน ใจเราจะมีความสุขขึ้นมากมาย
และช่วยให้สติ ความรู้สึกตัวเจริญขึ้นด้วย

พระอาจารย์เจษฎา คุตตฺจิตฺโต

Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา