อวิชชา ไม่ใช่แค่ความไม่รู้


มนุษย์สนใจแต่ตัวรู้ ซึ่งมาจากคุรุผู้รู้  จากผู้อื่น
น้อยคนนักที่จะค้นพบด้วยตัวเอง 
ว่าตามๆ กันมา กลายเป็นกรอบความคิด 
กรงขังเราเอง 
ทุกๆ เรื่อง เราคิดว่า เรารู้ว่า เราเห็นว่า  
อย่างที่เราคิดนั่นถูก ใช่หรือไม่ใช่ 
พอเชื่อสิ่งใด ใจท่านก็จะปิด ทั้งโลก 
อยู่แต่สิ่งที่เธอเชื่อ 
และก็เกิดอีกฝั่งโดยปริยาย 
คือ ปฎิเสธ หรือ ไม่เชื่อ ขึ้น
ถึงแม้นเธอ ไม่เชื่อ นั้นก็ยึดในความไม่เชื่อ
ทั้งตัวรู้ และ สิ่งถูกรู้ ก็ไม่หมายเอาทั้งคู่
เพราะทั้งสองสิ่งนี้ 
ขนสัตว์โลก พาเวียนเกิดเวียนตายมาแล้ว 
นับชาติไม่ถ้วน
อวิชชา ไม่ใช่แค่ความไม่รู้
แต่ อวิชชา คือ ทุกสิ่งที่ไปรู้แล้วไปยึดเป็นเจ้าของ

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by Wolfgang_Hasselmann from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

คนดีนั้นคือคนอยู่เหนืออารมณ์


สุขที่เกิดจากการให้อภัยดูแล้วมันจะคล้ายคนแหย คนไม่สู้คน แต่ถ้าเรียนรู้แล้ว
คนแหยนั้นเป็นอีกประเภทหนึ่ง  คือคนโง่ดีๆ นี่เอง ขี้กลัว ไร้สติไร้การให้อภัย
. 
ส่วนคนดีนั้นคือคนอยู่เหนืออารมณ์ ที่โกรธเกลียดคืออยู่เหนือความคิดนั่นเอง 
นั่นเป็นคนซึ่งเข้าใจคนจนกระทั่งอยู่เหนือคน
.
ดังนั้น ไม่มีศัตรูที่เป็นคน  ไม่คิดว่าใครเป็นศัตรู เขาด่า เขาโกง เขาเกลียด 
ไม่รู้สึกว่าเขาเป็นศัตรูที่จะต้องตอบโต้ 
เพราะหนทางของเราในการภาวนานั้น เหมือนกับไปในห้วงอวกาศ 
ในขณะที่คนที่เขารู้สึกว่าเราเป็นศัตรูเขาเพียงเดินดิน 
ดังนั้นมันจะชนกันไม่ได้ จริงหรือเปล่า
. 
เมื่อเขาเป็นปลาเราเป็นนก นกก็ไม่มีเรื่องอะไรของปลา 
แต่ถ้าเราเผลอไป เราเป็นนกอยู่แท้ๆ แล้วโฉบลงไปในน้ำ 
ในที่สุดเราก็ตกเป็นเหยื่อของปลา 
เราไปตอบโต้กับเขา เราก็ตกเข้าไปสู่ระดับของปัญหา
. 
ดังนั้น รักษาหัวใจของตัวเองให้ดี 
อย่าท้อ อย่าระอา อย่าเบื่อ อย่าน้อยใจ เมื่อกระทบกระทั่งกับผู้อื่น
ผู้ที่เดินทางนี้ไม่รู้สึกว่าตัวเองได้หรือเสียอะไร 
คนไม่คบก็ไม่เป็นไร ฟ้าดินรู้
. 
ภาษิตของจีนว่าอย่างนั้น 
เราทำความดีไม่มีใครยกยอ ไม่เป็นไรฟ้าดินย่อมรู้ 
แต่ว่าถ้าคนที่ภาวนารู้สึกตัวได้ดีแล้วนั้น ฟ้าดินอะไรก็มายุ่งไม่ได้ 
เพราะเราเหนือฟ้าเหนือดิน 
เมื่อเรารู้ตัวของเราดี 
ไม่ได้เกี่ยวกับอำนาจอะไรทั้งสิ้น นั่นคือการภาวนาของเรา
.
ท่านเขมานันทะ
ช่วงชีวิต ช่วงภาวนา พิมพ์ครั้งที่ 2 ปกอ่อน หน้า 104 
Image by Karuvadgraphy from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

การกลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างง่ายๆ


การกลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างง่ายๆ 
เพียงแค่...
เดินอย่างไร้ผู้เดิน
กินอย่างไร้ผู้กิน
ทำอย่างไร้ผู้ทำ
คิดนึกอย่างไร้ผู้คิดนึก
สุข-ทุกข์อย่างไร้ผู้สุข-ทุกข์
มีตัวตนอย่างไร้ผู้มีตัวตน
ฯลฯ 
เป็นการกลับคืนสู่ธรรมชาติสดๆ 
ที่นี่ เดี๋ยวนี้ 
อิสระที่นี่ เดี๋ยวนี้

อิโตมิ จัง

Image by Jordan_Singh from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ใจที่เป็นกลางก็คือ ใจที่เป็นธรรมะ


สรณะอื่นใด จะยิ่งไปกว่า
พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ
นั่นเป็นอันว่าไม่มี
ถ้าหากว่าใจของเรา
ถึงพุทธะ ถึงธรรมะ ถึงสังฆะแล้ว
รัตนะทั้งสามจะมารวมตัวกัน
เข้าอยู่จุดศูนย์กลางคือธรรมรัตนะ
ธรรมก็คือใจที่เป็นกลาง
ใจที่เป็นกลางก็คือ ใจที่เป็นธรรมะนั่นเอง
ถ้าหากว่าใจของพวกเรา
เข้าอยู่ในจุดที่เป็นกลางๆ นี้แล้ว
จะไม่มีสิ่งอื่นใดที่ใจของพวกเรา
จะเข้าไปเกาะอยู่ได้อีก
มีแต่สรรพสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในโลกเท่านั้น
จะมาขออาศัยให้เราไปเป็นที่พึ่ง

หลวงปู่คูณ สิริจันโท

Image by Lancier from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

จิตยังปรารถนาจะอยู่เฝ้าวัฏฏะ


ถ้าใครจิตมันเกิดความภูมิใจ
ยินดียามทำกุศลและได้ฟังว่า 
กุศลกรรมที่ทำจะส่งให้
ได้ภพเทวดาชั้นนั้นขั้นนี้ 
ขอให้รู้ตัวเถอะว่า 
"จิตยังปรารถนาจะอยู่เฝ้าวัฏฏะอีกยาว"

การเดินทาง แห่งจิตวิญญาณ

Image by tonywuphotography from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

แล้วท่านก็จะอยู่ในสมาธิตลอดเวลา


จงทำใจของท่านให้อยู่ในสภาพ
เหมือนกับความว่างอันหาขอบเขตไม่ได้
แต่อย่าให้มันเข้าไปติดในทิฏฐิว่า “ดับสูญ”
จงให้ใจทำหน้าที่ของมันอย่างอิสระ 
ไม่ว่าท่านจะกำลังทำงานหรือหยุดพัก
จงอย่าให้ใจของท่านเกาะเกี่ยวในสิ่งใด
จงอย่าไปรู้สึกว่ามีความแตกต่าง
ระหว่างอริยบุคคล กับบุคคลธรรมดา 
อย่าไปคิดว่ามีความแตกต่าง
ระหว่างตัวผู้กระทำ กับสิ่งที่ถูกกระทำ
จงปล่อยจิตเดิมแท้และสิ่งทั้งปวง
ไว้ในสภาพแห่งความเป็นเช่นนั้น 
แล้วท่านก็จะอยู่ในสมาธิตลอดเวลา

ท่านเว่ยหล่าง
.
พุทธทาสภิกขุ แปล
จากสูตรของเว่ยหล่าง  หน้า ๑๕๔

Image by anishikiya from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ความรู้สึกหมดสนุกในการยึดมั่นถือมั่น


พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราพิจารณา
เรื่องความเกิดเรื่องความดับในชีวิตประจำวัน 
ส่วนมากเราจะจับจ้องแต่ความเกิด 
เพราะมันเป็นสิ่งที่น่าสนใจ 
เราไม่ค่อยชอบดูความดับ
ความสิ้นไปของสิ่งต่างๆ 
แต่การหันมาดูเรื่องความดับ 
ย่อมเกิดปัญญามากกว่าการดูการเกิด 
การสังเกตเห็นความดับของอารมณ์ 
ความดับของความรู้สึกนึกคิดต่างๆ 
ทำให้สลดสังเวชในการเวียนว่ายตายเกิด 
และนำไปสู่ ‘นิพพิทา’ความเบื่อหน่าย 
‘นิพพิทา’หรือความเบื่อหน่ายนี้
เป็นความรู้สึกที่เยือกเย็น 
ไม่มีโทสะเข้าไปแอบแฝงเลย 
เป็นความรู้สึกหมดสนุกในการยึดมั่นถือมั่น

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

อย่าเขลาจนไม่เข้าสู่ธรรม


เฝ้าดูในจิตตน ทั้งวันและคืน
หากปรากฏอกุศลในจิต
ดับมันให้สิ้นจากรากเหง้าในใจ
นำจิตสู่ความดี
หากพบใครที่ทำชั่ว จงเมตตาเขา
เราอาจยึดติด หลงไหล
ในวัตถุใดใด
จงปล่อยวางปล่อยไป
เมื่อได้ยินวาจาที่ไม่น่าพอใจ
จงเข้าใจว่ามันคือเสียงสะท้อน
แห่งความว่าง
เมื่อพบกับโชคร้ายหรือความทุกข์
จงเข้าใจว่ามันคือสิ่งชั่วคราว
จงตระหนักไว้เสมอว่า
ธรรมชาติเดิมแท้ยังอยู่กับตน
การได้เกิดในภูมิมนุษย์นั้นแสนยาก
อย่าเขลาจนไม่เข้าสู่ธรรม

คุรุรินโปเช
เพจมหายาน ธิเบต
........
Day and night, look into your mind. If your stream of mind contains any nonvirtue, renounce it from the core of your heart and pursue virtue. When you see other people committing evil, feel compassion for them. It is entirely possible that you will feel attachment to or aversion for certain sense objects. Give that up. 
When you feel attachment towards something attractive or aversion towards something repulsive, understand that to be your mind’s delusion, nothing but a magical illusion. When you hear pleasant or unpleasant words, understand them to be an empty resounding, like an echo. 
When you encounter severe misfortune and misery, understand it to be a temporary occurrence, a deluded experience. Recognize that the innate nature is never apart from you. To obtain a human body is extremely difficult, so it is foolish to ignore the Dharma.

Image by angelicavaihel from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

อย่าจมอย่าแช่


การที่คนเรามีความคิด มีความรู้สึก มีการกระทบได้
มิใช่สิ่งผิด แต่ขอเน้นว่าอย่าจมอย่าแช่
(ให้ผ่านให้ไวที่สุด ,วางให้ไวที่สุด )
ให้รีบต่อยอดเป็นปัญญาทางธรรมทันที
แล้วเราจะรู้สึกขอบคุณในทุกสิ่งที่ชีวิตพบเจอ
ไม่ว่าจะดีหรือร้าย
ก็ล้วนมอบเพชรเม็ดงามให้กับชีวิตทั้งนั้น

อิโตมิ จัง

Image by MarjonBesteman from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อเรารู้ว่าในโลกนี้มีแต่ภัย


เมื่อเรารู้ว่าในโลกนี้มีแต่ภัย
ก็ควรเร่งทำคุณงามความดีให้มากๆ 
สิ่งที่สำคัญถ้าโยมจะปลอดภัยในภัยทั้งปวง 
ให้โยมกำจัดภัยภายในให้ได้เสียก่อน 
ให้ละอาฆาตพยาบาท ละโทสะ โมหะเหล่านี้ 
เมื่อโยมมีเมื่อไหร่ ในเชื้อของกระแสจิต
แห่งความอาฆาตพยาบาทริษยาทั้งหลาย 
ความพอใจไม่พอใจในโทสะ..จิตมันจะเร่าร้อน 
นั้นแล..มันจะดึงดูดวิบากกรรมในอดีตเข้ามา 
แล้วโรคภัยไข้เจ็บนั้นมันก็ตามมาเช่นเดียวกัน..
แต่เมื่อจิตเรานั้นมีแต่ความเมตตา มีแต่ความสงบ 
ความสงบความเย็นเหล่านี้..
ไอ้ความร้อนนั้นเมื่อมันจะเข้ามา 
มันก็จะเข้ามาแทรกแซงได้ยาก 
ก็เมื่อเรามีความสงบแห่งจิตอยู่ มีบุญกุศลมีศีล 
อำนาจแห่งพระรัตนตรัยนั้นคุ้มครอง 
มันก็จะมีรัศมีมีแสงคอยคุ้ม
เหมือนอะไรมาครอบกายเราอยู่ 
อย่างนี้แลไม่ว่าจะเป็นกัมมันตรังสี 
รังสีใด เชื้อโรคใดก็ตาม 
มันก็จะช่วยปกป้องรักษาเราได้ 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี

Image by 21saturday from pixabay

จากเพจธรรมะมหัศจรรย์ ตามรอยธรรมสมเด็จโต สถานปฏิบัติธรรมพรหมรังสี

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา