ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา


ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา  
ท่องกันจนชินปาก  
หากไม่รู้ความหมายก็ไร้ประโยชน์  
อิทธิบาทสี่ประการมิใช่อะไรยากเย็น 
แท้จริงแล้วคือการกำหนดรู้อยู่กับการงานตรงหน้า  
เมื่อกำหนดรู้เป็นปัจจุบันกับการงานแล้ว  
ความโลภย่อมไม่มี  ความอยากย่อมไม่มี  
ยิ่งไปกว่านั้น  แม้ตัวเราเองก็ไม่มี
อยู่ในโมงยามที่เพียรกระทำในงาน  
ลองนึกถึงเวลาที่เรากำลังเล่นกีฬา  
บางครั้งตัวของเราหายไปชั่วคราว
เมื่อเล่นกีฬาอย่างมีสมาธิ 
ถ้าเราวิ่ง  ก็มีเพียงปัจจุบันกับการวิ่ง  
ถ้าเรากำลังว่ายน้ำ  
ก็มีเพียงจังหวะการเคลื่อนไหว
ของมือ เท้า ลำตัว แขน ศีรษะ 
แต่ไม่มีตัวเราเข้าไปข้องเกี่ยว  
ความคิดของเราว่างเปล่าในขณะนั้น  
สิ่งนี้คือเรื่องของจิตอธิษฐานการงาน  
ที่ปราชญ์ผู้รู้ยกย่องสรรเสริญ

คุณพศิน อินทรวงค์

Image by Mammiya from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ความไม่อยากนี่แหละตัวอยาก​


ใจวุ่นวาย​ ทำไมใจจึงวุ่นวาย
เพราะมีตัณหา​ ไม่อยากให้คิด​ 
ไม่อยากให้มีอารมณ์
ความไม่อยากนี่แหละตัวอยาก​ คือ​ วิภวตัณหา
ยิ่งไม่อยากเท่าไหร่... มันยิ่งชวนกันมา
เราไม่อยาก​ มันทำไมถึงมา?
ไม่อยากให้มันเป็น​ ทำไมมันเป็น?
นั่นแหละ​ เราอยากให้มันเป็น
เพราะ​ไม่​รู้ใจเจ้าของ

หลวงปู่ชา สุภัทโท

Image by OscarHdz from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

คิดจะรู้ทันความคิดและรู้ทันกิเลส


คิดจะรู้ทันความคิดและรู้ทันกิเลส
ด้วยการที่จะเอาสติไปตั้งท่ารอเพื่อจะรู้ทัน 
เหนื่อยเปล่า..!
ไม่มีใครรู้ทันได้ด้วยวิธีนี้แน่นอน 
ฝึกไปๆ สติก็จะเมื่อยล้า
เพราะต้องมารักษาสติไว้ตลอด 
ถ้าเราใช้วีธีแบบเรียนรู้ตามความเป็นจริง 
วางรู้ซื่อๆ โดยไม่ลงไปเล่นกับสภาวะนั้นๆ 
รู้จะเบาและมีสติที่รู้เอง 

พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

Image by Kranich17 from pixabay

อ่านฉบับเต็มได้ที่


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

อุเบกขาบารมี


“อุเบกขาบารมี”
การเข้าถึงความเป็นกลางของธรรมชาติ
ความเป็นกลาง มันไม่ใช่การเฉยเมย
ไม่ใช่ความแห้งแล้ง
แต่คือ มันไม่เกาะเกี่ยวกับสิ่งใด
ไม่อะไรกับอะไร
แต่ว่าโอบอุ้มทุกสรรพสิ่ง
เหมือนสายน้ำที่ไหลผ่าน

พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

Image by TheOtherKev from pixabay

อ่านฉบับเต็มได้ที่



 ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

“ ว า ง ”


ไม่ว่ามีสภาวะอัศจรรย์แค่ไหน
ก็เป็นแค่ สังขาร
ถ้ายึดไว้ก็เป็นทุกข์
 “ ว า ง  ”

หลวงตาณรงศักดิ์ ขีณาลโย

Image by Dieterich01 from pixabay

 ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

มีความเผลอความเพลินน้อยลง


การมีชีวิตเป็นอิสระไม่ต้องวุ่นวายกับอะไร
เป็นชีวิตที่ตามรอยของพระอรหันต์ 
ขอให้สังเกตเอาไว้ให้ดีๆ แล้วความทุกข์
เดือดเนื้อร้อนใจต่างๆ นานามันลดหายไป
แม้จะเผลอสติยึดถืออะไรขึ้นมา
เป็นการชอบไม่ชอบเล็กๆ น้อยๆ 
ก็ปัดทิ้งได้เร็ว คือว่ามีสติทันท่วงที 
เพราะปัญญาที่พิจารณาอยู่มีความรู้เท่าทันมากขึ้น
จนกระทั่งมีความเผลอความเพลินน้อยลง 
นี่เป็นข้อสังเกตในการปฏิบัติที่ได้ดำเนินมาแล้ว 
ที่จะไม่ให้เผลอเพลินนั้นมันยังไม่ได้ 
เพราะยังมีอาสวะอยู่ 
แต่ขอให้รู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอ 
แล้วความเผลอเพลินก็จะลดน้อยลงไป

ท่าน ก. เขาสวนหลวง

Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ฌานหลับตาน่ะ มันไม่จริง


"ฌาน" นี่ไม่ใช่นั่งหลับตา 
ฌานหลับตาน่ะ มันไม่จริง 
ฌานจริงๆ นั้นก็คือว่า อารมณ์ทรงอยู่เป็นปกติ 
หลับตา หรือลืมตา พูดอยู่ คุยอยู่ ทำงานอยู่ 
จิตใจเยือกเย็นมีความสุข 
ปรารถนาที่จะเกื้อกูล 
บุคคลที่มีความทุกข์ ให้มีความสุข 
นี่ชื่อว่าฌานของพรหมวิหาร 4 

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

Image by Patrizia08 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ความพ้นทุกข์ไม่ได้แปลว่าต้องไม่มีทุกข์


ความพ้นทุกข์ไม่ได้แปลว่าต้องไม่มีทุกข์
ความสุขไม่ได้แปลว่าต้องไม่มีความกดดันบีบคั้น
แต่มันหมายถึง เราสามารถที่จะเปิดใจยอมรับ
สิ่งเหล่านั้นได้ด้วยใจที่สงบเย็นไม่หวั่นไหว
และมีปัญญาที่จะหาทางออก
หรือแปรเปลี่ยนสถานการณ์อันไม่น่าพึงพอใจเหล่านั้น 
ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างดียิ่ง

พระอาจารย์ชยธมฺโมภิกขุ

Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ศีลได้ชื่อว่าเป็นมหาทาน


ศีลก็เป็นทานเหมือนกัน
และไม่ใช่ทานธรรมดา
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ‘ศีลได้ชื่อว่าเป็นมหาทาน’
เพราะทำให้สัตว์โลกรอดพ้น
จากภัยอันตรายอันเกิดจากน้ำมือของเรา 

ดังตฤณ

Image by AdelinaZw from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

รู้แล้วก็ผ่านเลย


ในการทำความรู้สึก เมื่อรู้สึกตัวแล้ว 
รู้แล้วก็ผ่านเลย อย่าไปคิดในสิ่งที่รู้ 
อย่าไปคิดในตัวรู้ อย่าไปติดในสิ่งที่ถูกรู้ 
รู้สึกแล้วผ่านไปเลย จิตจะผ่อนคลาย 
เห็นไหมง่ายนิดเดียว
.
ที่เราเป็นทุกข์ เครียด ก็เพราะรู้แล้วไม่จบ 
ชอบสงสัย วิพากษ์วิจารณ์ หาเหตุหาผล 
ไม่ยอมให้ผ่านไป จิตก็จะเครียด
ยิ่งหาเหตุหาผลเอาถูกเอาผิดแล้วล่ะก็
ยิ่งปรุงแต่ง ไม่ผ่านไปซะที เรารู้อะไรก็ผ่านไปเลย
อย่าไปติดในสิ่งที่รู้นั้น จิตก็จะผ่อนคลาย
. 
แล้วเราจะรู้สึกตัวไปทำไม 
ก็รู้เพื่อป้องกันความหลง เพราะทุกครั้งที่รู้สึก 
ความหลงก็จะหายไป ถ้าไม่รู้สึกตัว 
ความหลงก็เข้าแทรก
. 
สองสภาวะนี้เกิดพร้อมกันไม่ได้ 
ถ้ารู้แล้วก็จะไม่เกิดความหลง
ถ้ารู้ต่อเนื่องกันนาน ๆ จิตจะตื่น
ก็จะเข้าถึงความรู้สึกตัวได้

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม
หนังสือจบที่ใจ
ที่มา เพจ Kanlayanatam

Image by Kranich17 from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา