แค่รู้สึกและรู้ทัน


..เพราะฉะนั้น ปฏิบัติธรรมจึงเหลือ 
“แค่รู้สึก และก็รู้ทันเมื่อจิตมันไปคิด” 
แต่ถ้ายังรู้ทันจิตไปคิดไม่ทัน
จนมันปรุงแต่งเป็นอารมณ์ความรู้สึกขึ้นมา 
เราก็มีหน้าที่รู้ทันตรงที่เรารู้ทันได้ 
เราปฏิบัติอยู่แค่นี้
คนที่คิดว่าการปฏิบัติธรรมนั้นยาก 
ตอนนี้ผมพูดหลักการปฏิบัติธรรมจบแล้ว
มีแค่นี้ “แค่รู้สึกและรู้ทัน” 
คงไม่น่าจะมีใครทำไม่ได้

Camouflage

Image by mohamed_hassan from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

อย่าไปยึดว่าเป็นของเรา


ธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้น อันนั้นจะต้องดับทั้งนั้น 
จึงอย่าไปยินดีอย่าไปยินร้ายกับมัน 
มันจะร้ายขนาดไหนก็เป็นของเกิดมาดับ 
อย่าไปยึดว่าเป็นของเรา...
หากว่าความุว่นวายฟุ้งซ่านอันนั้น
มันดับไปแล้ว จิตมันใส จิตมันสว่างขึ้น
เมื่อเราแก้มันได้แล้ว 
มันก็เอาสิ่งที่ชอบใจมาล่อเราอีก 
ให้เราติดอยู่ในความใส ให้เราติดอยู่ในความเย็น...
ความสว่างไสว...มันจะเกิดขึ้นมาจากไหนก็ช่าง 
อันนั้นล้วนแต่เป็นของเกิดดับเหมือนกันทั้งนั้น
ก็เพราะมันเป็นของเกิด มันต้องเป็นของดับ 
ความสว่างก็สักแต่ว่าความสว่างเท่านั้น

หลวงปู่แบน ธนากโร

Image by KLAU2018 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ตอบแทนด้วยความดีเสมอ


ผู้มีปัญญา...
ย่อมนำธรรมชาติมาเปรียบ
แล้วย่อมปลงใจว่า
แม้จะได้สิ่งไม่ดีจากคนอื่น
ก็จะตอบแทนด้วยความดีเสมอ
ต้นไม้ ยังให้ร่มเงา
แก่ผู้ถือขวานเพื่อโค่น
แก่นจันทน์ มิได้เว้นกลิ่นหอม
ไม่ว่าจะตกไปอยู่ในมือโจร
หรือพระผู้ทรงศีล

อ. วศิน อินทสระ

Image by Bessi from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

งานด้านปฏิบัติธรรมมีอย่างเดียว


งานด้านปฏิบัติธรรมมีอย่างเดียว
คือ อย่าให้สิ่งแวดล้อมทำจิตของเรา
หวั่นไหวไปตามอารมณ์ได้
นี่คือการรักษาพรหมจรรย์ที่ถูกต้อง
เป็นการปฏิบัติธรรมที่ลัดที่สุดของทุกศาสนา
โดยไม่จำเป็นต้องเสีย
เสียเงินทองหรืออะไรๆ เลย

ท่านพุทธทาสภิกขุ

Image by cafepampas from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เห็นสิ่งต่างๆ อย่างที่มันเป็น


ปกติแล้ว เรามักเรียกการบรรลุธรรมว่า “การตื่น” 
ซึ่งแปลตรงๆ ก็คือ เห็นสิ่งต่างๆ อย่างที่มันเป็น

ท่านมิงจูร์ รินโปเช
จากหนังสือ “รักโลก”

We often speak of enlightenment in terms of “waking up” 
which means directly seeing things as they are.
– Mingyur Rinpoche
from the book “In Love with the World”

Cr.เพจ Tergar Thai

Image by Alexas_Fotos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จิต...คือธรรมชาติรู้อารมณ์..


จิต...คือธรรมชาติรู้อารมณ์..
แต่อย่าปล่อยให้จิตเพลินเสพอารมณ์...
เพราะจิตไม่เคยพอ..ในการเสพอารมณ์..

อาจารย์ปู่ เอกธาตุ

Image by Bru-nO from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ให้..เข้าใจความว่าง แต่..อย่าหลงความว่าง


ให้..เข้าใจความว่าง
แต่..อย่าหลงความว่าง
ไม่..ยึดมั่น ใจจึงว่างเองๆ
ให้แค่เข้าใจกายและจิตนี้
แต่อย่าหลงเป็นเจ้าของ
โลกและธรรม คือ สิ่งเดียวกัน
. . ที่ไร้ใจแบ่งแยก . .
สุดท้ายทุกคนก็ต้อง
คืนสู่ธาตุต่างๆแน่นอน 
ในขณะการเป็นมนุษย์นี้
...ก็มีนาทีทอง .."
ในการเห็นสิ่งเหล่านี้
ว่าสัจธรรมไม่มีอะไรมากเลย
เพียงยอมรับธรรมชาติมากเท่าไหร่
ตัวตนก็จะน้อยลง ตัวยิ่งเล็กลง
ยิ่งนอบน้อมต่อธรรมชาติ
หรือ ตัวตนมาก
เราก็เป็นศูนย์กลางโลกจักรวาล 
ความอหังการ ทิฐิ ความเป็นกูรู
กูรู้ก็เยอะตามมา สิ่งที่รู้นั้น
พาปรุงแต่งสร้างภพชาติ
. . โดยไม่รู้ตัว . .
กรงขัง 
คือ ความคิดท่านเอง
จุดเริ่มต้น และ ปลายทาง
เมื่อโยมตื่น . .
จะรู้ว่าใคร กำลังเห็น และ กำลังคิด

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by Syaibatulhamdi from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ความคิดนั้นเป็นพลังทำให้เกิดสมาธิ


สภาพปกติของทะเลคือการมีคลื่นลม
มีบ้างไม่มีบ้าง คลื่นใหญ่บ้างเล็กบ้าง 
สภาพปกติของชีวิตจิตใจก็เหมือนกัน 
ต้องมีความคิดนึกผ่านเข้ามา 
.
ถ้าเราคิดว่าสภาพปกติคือการนั่งไม่คิดอะไรเลย 
นั่นเป็นการเข้าใจผิด 
ดังนั้น ให้รู้สึกตัว
ดูเข้าไปในใจตัวเอง อย่าเข้าไปในความคิด 
อย่ามุ่งที่จะหยุดยั้งความคิด 
เมื่อเผลอเข้าไปในความคิด
แล้วก็กลับมารู้สึกตัวอีก 
อย่ามุ่งจะหยุดความคิด
.
ความคิดนั้นเป็นพลังทำให้เกิดสมาธิ คือ 
เมื่อเรารู้ตัวก็เป็นการทวนกระแสความคิด 
ก่อเกิดพลังสมาธิขึ้นตามธรรมชาติ 
กลับมารู้สึกตัว ทำอยู่อย่างนี้ 
เรียกเจริญสติภาวนาเพื่อการรู้แจ้งรู้จริง
ต่อตัวเองและสิ่งที่เกี่ยวกับตัวเอง 
.
๐ ทำเช่นนี้สังเกตเช่นนี้มากเข้า 
นานเข้าความรู้สึกตัวก็นำหน้า 
ความคิดก็ถอยร่นมาอยู่ข้างหลัง 
เมื่อความคิดเข้ามาก็รู้สึกตัว ตื่นตัว 
กล้าทักทายความคิดทุกรูปแบบ 
ไม่หวั่นไหวไปกับความคิด 
เพราะความรู้สึกมีกำลังเหนื่อกว่า 
จากความรู้สึกอันนั้น
เราจะเรียน รู้ชีวิตและที่สุดของมัน 
———-
ท่านเขมานันทะ
ช่วงชีวิต ช่วงภาวนา พิมพ์ครั้งที่2 ปกอ่อน หน้า 85-86

Image by Syaibatulhamdi from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

คนที่ใจวางได้


คนที่วางเป็น ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลย
ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ตามหน้าที่
ด้วยความไม่ยึดติด ไม่เหนื่อย ไม่ท้อ
เพราะไร้ในท่ามกลาง..!
เมื่อ"วางเป็น" ก็อยู่เย็นเป็นสุข
ทีนี้เราอยู่ที่ไหน 
เราก็มีชีวิตที่มีความสุข
เพราะเราวางเป็น !...
คนที่ใจวางได้
กลับมีพลังที่จะต่อสู้กับชีวิตมากกว่าเดิม
เพราะทำด้วยความไม่ยึดติด 
ไม่รู้สึกเหนื่อย ไม่รู้สึกท้อ 
ตราบใดที่ยังมีหน้าที่ มีร่างกายอยู่
ก็ทำไปตามสมควร  
แต่ใจ จะเรียกว่า "ไร้ในท่ามกลาง"
คือไร้ตัวตนเลย จิตว่างจากตัวตน   
ภายนอกจะวุ่นวายอย่างไร ก็วุ่นไป
ข้างในไม่วุ่นด้วย ! จะเป็นแค่ตื่นรู้ 
ไม่อะไรกับอะไรเลย 
นั่นแหละ ..! สภาวะของการปฏิบัติธรรม

พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

Image by Kranich17 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ผู้รับคือผู้ให้


คนทั่วไปมักมองผู้ให้ สูงส่งกว่าผู้รับ
จนมักมีคำพูดว่า..."มือผู้ให้อยู่ด้านบน
ส่วนมือผู้รับอยู่ด้านล่าง"
ตามธรรมแล้วผู้รับนั่นแหละ...ที่เป็นผู้ให้
...ให้โอกาสผู้ให้ ให้ได้ให้
....ผู้รับไม่ได้รับเพื่อที่จะเอา
....แต่รับเพื่อที่จะให้
...เปิดโอกาสให้ผู้ต้องการให้
...ได้เป็นผู้ให้อย่างสมบูรณ์

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

Image by Quangpraha from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา