การปฎิบัติที่มีหลักแต่เพียงว่า...


การปฎิบัติที่มีหลักแต่เพียงว่า 
ไม่ให้ "ตัวตน ของตน" 
เกิดขึ้นเท่านั้น 
ก็เป็นปฎิบัติในปฎิจจสมุปบาท
ฝ่ายดับตลอดสาย 
และเป็นอริยมรรคมีองค์ ๘ 
อย่างครบถ้วนรวมอยู่ในนั้นเสร็จ 
เพราะอำนาจของ"สัมมาทิฎฐิ"
ที่ทำให้ความรู้สึกว่าเป็น ตัวตน ของตน 
เกิดขึ้นไม่ได้นั่นเอง 
ซึ่งจะเป็น "ศีล สมาธิ ปัญญา" 
คือการปฎิบัติทั้งสิ้นในพระพุทธศาสนา 
และยิ่งไปกว่านั้นอีกในความดับไป
แห่ง ตัวตน ของตน นั้นเอง 
ย่อมมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ 
หรือ มรรคผลนิพพาน ซึ่งเป็นผล
ของการปฎิบัติรวมอยู่ใน....นั้นแล้วอย่างครบถ้วน 

ท่านพุทธทาสภิกขุ

Image by Lolame from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

วิธีจัดการที่ถูกคือ "รู้เท่าทัน"


เ ร า เ ห็ น เ จ้ า แ ล้ ว “ม า ร”
อุบายยอดเยี่ยม คอยจัดการความคิด
……………………………………
เมื่อเราเห็นสิ่งไม่ดีในจิตใจ
ก็มักจะพยายามผลักไสไล่ส่ง
นั่นคือ การสำคัญมั่นหมาย
การให้ความสำคัญกับสิ่งนั้น

วิธีจัดการที่ถูกคือ "รู้เท่าทัน"
แบบไม่ยินดียินร้าย

สักแต่ว่ารับรู้ ว่านี่คือความคิด นี่คือความจำ
เท่านั้นเอง...ไม่ต้องทำอะไรมาก

ในพระไตรปิฎก..มารจะแปลงตัวมา
เป็นพราหมณ์ เป็นนั่น เป็นนี่ มาหลอกพระพุทธเจ้า
พระพุทธองค์ท่านจัดการอย่างไร
ท่านบอก..."เราเห็นเจ้าแล้วมาร"

เป็นหลักปฏิบัติว่า...
เมื่อมีกิเลส แปลงตัวเป็นนั่นเป็นนี่ มาก่อกวน
มาสร้างความเดือดร้อนในชีวิต
เราไม่ต้องไปสู้กับมัน

แค่รู้ แล้วบอกว่า..."เราเห็นเจ้าแล้วมาร"

เราเห็นเจ้าแล้ว ความจำ
เราเห็นเจ้าแล้ว ความคิด
เราเห็นเจ้าแล้ว ความน้อยใจ
เราเห็นเจ้าแล้ว ความสงสารตัวเอง
ฯลฯ

สักแต่ว่าเห็น เท่านั้นก็พอ

แต่ไม่ใช่ว่า มันจะหายทันทีครั้งแรก
แต่ถ้าเราฝึกอย่างนี้บ่อยๆ
พอมีความคิดเก่าๆ ผุดขึ้นมา
เราไม่ได้ยึดมั่นว่า เป็นเรา เป็นของเรา
เราไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์ หรือ identify กับสิ่งนั้น

สักแต่ว่า เป็นอาการของจิต
สักแต่ว่า เป็นอาการของสมอง
แล้วแต่จะเรียก...อย่างนี้มันสบาย

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

Image by Pexels from pixabay
ที่มา Fb.Achara Klinsuwan

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

" ฉั น " ไม่มีอยู่จริงๆ


เรื่องของปัญญานั้น
มันไม่ได้หยุดอยู่ตรงที่คำว่า
" ฉั น รู้ " แต่มันจะหยุด...
ตรงที่พ้นไปจากคำพูดทั้งปวง
ตรงที่รู้ว่า " ฉั น " ไม่มีอยู่จริงๆ

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

Image by mostafa_meraji from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

อย่าพยายามที่จะเอาอะไรๆ ในการปฏิบัติ


อย่าพยายามที่จะเอาอะไรๆ ในการปฏิบัติ
ความอยากอย่างแรงกล้า
ที่จะหลุดพ้นหรือรู้แจ้งนั้น
จะเป็นความอยากที่ขวางกั้นท่านจากการหลุดพ้น..
ปัญญาจะไม่เกิดขึ้นจากความอยากนั้น
ดังนั้น จงเพียงแต่ละความอยากเสีย
จงเฝ้าดูจิตและกายอย่างมีสติ
แต่อย่ามุ่งหวังที่จะบรรลุถึงอะไร
อย่ายึดมั่นในเรื่องการฝึกปฎิบัติหรือในการรู้แจ้ง

หลวงปู่ชา สุภัทโท

Image by No-longer-here from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

อยู่ที่ว่าเรามีปฏิกิริยาอย่างไร


สุขหรือทุกข์ไม่ได้อยู่ที่ว่า
มีอะไรเกิดขึ้นกับเรา 
แต่อยู่ที่ว่าเรามีปฏิกิริยาอย่างไรต่อสิ่งนั้น 
เริ่มตั้งแต่มองมันอย่างไร 
รู้สึกกับมันอย่างไร 
ไปจนถึงทำอย่างไรกับมัน 
แม้ถูกต่อว่าด่าทอ 
แต่หากมองว่ามัน
เป็นสิ่งสอนใจให้อดทน 
ฝึกสติ ช่วยลดอัตตา 
หรือเห็นว่าเป็นธรรมดาโลก 
เมื่อได้ยินแล้วก็ไม่ใส่ใจ 
เพราะไม่ใช่ความจริง 
ปล่อยวางมันเสีย 
ความทุกข์ใจก็เกิดขึ้นได้ยาก

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

Photo by Sara Groblechner on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เพราะเราไม่มี จิตผู้ดู


คนเราที่มีปัญหาความทุกข์มาก
เพราะอะไร เพราะความคิดนี้ เห็นไหม
ความคิดทำให้จิตเป็นทุกข์
เพราะเราไม่มี จิตผู้ดู
ที่จะไปเห็น จิตผู้คิด
เวลาเกิดความคิดขึ้นมา
ไม่เห็น ไม่รู้ ไม่เข้าใจ
เราก็เข้าไปอยู่กับความคิดเลย
แล้วก็ว่านี่เราเป็นผู้คิด ความคิดคือเรา
กิเลสทั้งหลาย ความโลภ ความโกรธ
ความหลง ความพอใจ ความไม่พอใจ
ความอิจฉาริษยา ความหวาดระแวง
ความวิตกกังวล ความกลัว
ความน้อยเนื้อต่ำใจ
สารพัดมาจากความคิดทั้งนั้น

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

Image by 95C from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

นี่แหละคืออวิชชา​ ที่แท้จริง


ถ้าตราบใดยังแยกความคิดแบบ
ตั้งใจคิด​ กับ​ หลงคิด​ เผลอคิด
หรือความคิดที่มันคิดขึ้นเอง​ ไม่เป็น
อย่าหวังว่าจะเข้าใจเรื่องวิปัสสนา​ 
เพราะตัวคิดที่มันคิดเองนั้น
คือการทำงานของขันธ์​ 5​ 
ถ้าไม่รู้ทันและไม่เข้าใจ
กลไกการทำงานนี้
ก็จะหลงไปกับความคิดเหล่านี้​ 
หลงติดยึดมั่นเอาจริงเอาจัง
กับเรื่องราวเหล่านั้น​ 
ที่สำคัญคือเป็นทุกข์ อุปาทานเพราะไม่รู้ทัน​
นี่แหละคืออวิชชา​ ที่แท้จริง

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by 95C from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ตัณหาย่อมดับไป


ตัณหา จะเกิด ก็ด้วยความไม่รู้
ความจริงในขันธ์ห้า
..ปล่อยอุปาทานขันธ์แล้ว
ตัณหาย่อมดับไป 
เพราะไม่มีที่อาศัย 
เปรียบเหมือนหนองน้ำที่แห้งลงเป็นลำดับ
จนแห้งสนิท..ปลาย่อมอาศัยอยู่ไม่ได้

พระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต

Photo by Ravi N Jha on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

นี่เรียกว่าอันธพาล


พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า
“บุคคลอ่อนแอ ผู้เป็นอันธพาล
มักสำคัญว่าลูกของเรา
เมียของเรา สามีของเรา
ทรัพย์สมบัติของเรา”
นี่เรียกว่าอันธพาล
คนทั้งหลายสำคัญมั่นหมาย
สิ่งที่ไม่ใช่ของตัวว่าเป็นของตัว
เพราะแม้กระทั่ง "ตัวของตัวเอง" ก็ยังไม่ใช่เลย
คนอื่นจะมีได้อย่างไร

หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

Image by Pexels from pixabay

***********************************

หมายเหตุ : “อันธพาล” ในภาษาไทยมักใช้ในความหมายว่า คนชั่วร้าย, คนเกเร พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายไว้สั้นๆ ว่า “คนเกะกะระราน”
.
แต่ “อนฺธพาล” ในภาษาบาลีหมายถึงคนคิดผิด คือไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก ไม่มีความสามารถที่จะคิดและที่จะกระทำให้ถูกต้องได้
.
คนเรานั้นเกี่ยวข้องกันตามวาระกรรม หากสิ้นภพชาตินี้ ต่อไป ก็จะไปเป็นบุตร ธิดา สามี ภรรยา ฯลฯ ของคนอื่นต่อไป ดังนั้น จึงไม่มีใครที่เป็นอะไรกับใครจริงๆ ทุกความสัมพันธ์ก็แค่ชั่วคราว หากเข้าใจได้ดังนี้ ก็จะลดความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในกันและกัน ลดความคาดหวังในกันและกัน และที่สุดก็ลดความทุกข์ ไปจนถึงสิ้นทุกข์เพราะ "ผูกพัน" ลงได้


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เหมือนม้าที่สารถีควบคุมได้


ยสฺสินฺทริยานิ สมถงฺคตานิ
อสฺสา ยถา สารถินา สุทนฺตา
ปหีนมานสฺส อนาสวสฺส
เทวาปิ ตสฺส ปิหยนฺติ ตาทิโน

ท่านผู้ใดควบคุมอินทรีย์คือ 
ตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย, ใจ ได้ 
เหมือนม้าที่สารถีควบคุมได้อย่างดี 
ท่านผู้นี้หมดความไว้ตัว หมดกิเลส มั่นคง 
ย่อมเป็นที่โปรดปราน แม้กระทั่งของเทวดาทั้งหลาย 

He whose senses are subdued, 
Like steeds well-trained by a charioteer; 
He who is free from pride and corruption- 
Such a steadfast one even the gods hold dear. 

พุทธพจน์

Image by jplenio from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา