ไม่ยึดมั่น แม้ใจที่เป็นกลาง


..แม้ความรู้สึกกลางๆ เดี๋ยวก็เปลี่ยนแปลง บังคับให้อยู่ตลอดไม่ได้อยู่ดี แม้ความรู้สึกกลางๆ ที่ประคองอยู่ ก็ไม่ควรยึดมั่น ว่าใจเราเป็นกลาง เมื่อไม่ยึดมั่น แม้ใจที่เป็นกลาง ก็จะหลุดออกจากใจที่ชอบ ใจที่ไม่ชอบ และใจที่เป็นกลาง เมื่อหลุดออก ใจภายในย่อมสงบ เมื่อสงบย่อมเป็นสุข เพราะปลอดจากภัย อันเกิดจากความยึดติดในเรื่องทั้งสิ้นทั้งปวง.. พระอาจารย์สุรพจน์ สัทธาธิโก Image by szcylu from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ภาวนา เพื่อการสลัดคืนเท่านั้น



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เรากำลังให้ความสำคัญ กับลูกคนที่พึ่งพาไม่ได้



ในชีวิตของคนเราจะมีลูกอยู่ 2 คน 
คนหนึ่งชื่อร่างกาย 
ลูกอีกคนหนึ่งชื่อจิตใจ 
เรามักจะให้ความสำคัญ 
เลี้ยงดูปูเสื่อร่างกายมากกว่า 
หาทางปรนเปรอทุกอย่าง 
ในขณะที่จิตใจนั้นเราไม่ให้ความสำคัญ 
ให้หากินเองตามประสา 
หารู้ไม่ว่าเรากำลังให้ความสำคัญ
กับลูกคนที่พึ่งพาไม่ได้ 
หมดเงินหมดทองไปกับลูกคนนี้มากมาย 
เอาเข้าจริงอย่างมากก็พึ่งพาได้แค่ชาตินี้ 
แต่กับลูกที่ชื่อจิต คนที่เราสามารถฝากผีฝากไข้ 
พึ่งพิงหลังความตายจริงๆ นั้น 
เราไม่ให้ความสำคัญ 
ทั้งที่จริงแล้วการเลี้ยงดูลูกคนนี้ไม่ต้องใช้เงินสักบาท 
เพียงแค่ให้เขาปราศจากอารมณ์ 
เพียงแค่นี้เขาก็เจริญของเขาได้ 
นี่อะไร แต่ละวันเรากลับให้ลูกคนนี้ 
ให้จิตนี้ไปหากินเอง 
ไปคุ้ยไปเขี่ยตามถังขยะกินเอง 
กินทั้งสิ่งที่พอใจและไม่พอใจ แบบนี้ใช้ไม่ได้

พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ

Image by StockSnap from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ถ้าเราเห็นธรรมดาได้ เราก็จะไม่ยึดถือมัน


ธรรมะคือธรรมดา
เราต้องการเห็นว่า 
ธรรมดาของกายเป็นอย่างไร
ธรรมดาของใจเป็นอย่างไร
ถ้าเราเห็นธรรมดาได้
เราก็จะไม่ยึดถือมัน
เพราะธรรมดาของกายใจคือไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
เราต้องการเห็นความเป็นธรรมดา
แต่เราปฏิบัติเกินธรรมดาตลอดเวลา..

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

Image by torstensimon from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


แค่รู้ทันความโกรธที่เกิดขึ้น ก็เกิดกุศลแล้ว


แค่รู้ทันความโกรธที่เกิดขึ้น 
ก็เกิดกุศลแล้ว 
กุศลตอนนั้นเรียกว่า​ "มีสติรู้ทันจิต".. 
ถ้าเห็นว่าความโกรธนั้นเกิด-ดับ​ 
นี่​มี​ปัญญา​เห็นโกรธ​แสดง​ความ​ไม่​เที่ยง​ให้​ดู
เห็น​ว่าความโกรธเกิดขึ้นเอง 
ไม่ได้อยากให้โกรธ มันโกรธเอง 
นี่มีปัญญาเห็นว่าความโกรธแสดงอนัตตาให้ดู 
รู้ทันความโกรธ ความโกรธดับ 
ความโกรธแสดงอนิจจังให้ดู 
เห็นความโกรธไม่ใช่เรา 
ไอ้ตัวรู้ ก็ไม่ใช่เราด้วย 
คราวนี้กลายเป็นพระโสดาบัน 
มีความเข้าใจแจ่มแจ้ง ขึ้นมาว่า 
ทั้งกาย ทั้งใจนี้ ไม่ใช่เรา 
เรียกว่าทำตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน 
ชำระจิตให้ขาวรอบขึ้นมา 
ขาวรอบเบื้องต้นก็คือ เห็นว่ากายใจนี้ไม่ใช่เรา 
และ​ยังมีงานอีกต่อไปอีก 
คือต้องเห็นด้วยว่า 
ทั้งกายทั้งใจนี้ เป็นทุกข์ 
ไม่ใช่แค่​ "ไม่ใช่เรา" นะ 
มันยังเป็นตัวทุกข์ด้วย

พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล 

Image by Engin_Akyurt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




เพียงมีอารมณ์จิตเศร้าหมองหดหู่..


หลักธรรม ๓ ประการอย่าลืม 
จักทำอะไร คิดอะไร พูดอะไรก็แล้วแต่ 
หมั่นทบทวนใคร่ครวญอยู่เสมอว่า 
ผิดไปจากศีล-สมาธิ-ปัญญาหรือไม่ 
ผิดไปจากหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าหรือไม่ 
คือ ละจากความชั่ว ทำแต่ความดี 
มีจิตผ่องใสหรือไม่ 
เพียงมีอารมณ์จิตเศร้าหมองหดหู่ 
ก็จงคิดว่าเราผิดไปจากคำสั่ง
ของพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์แล้ว 
ไม่ควรยังจิตให้เป็นเช่นนั้น 
จงรีบหาทางแก้ไขอารมณ์นั้น
ให้หมดไปจากจิตเป็นการด่วน 
ละเสียจากความเศร้าหมองโดยเร็ว

หลวงปู่ดาบส สุมโน

Image by bobbyartist from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



การเข้าไปอาศัยในภพ – ชาติ – ทุกข์ฯ


การเผลอไหลเข้าไปอาศัยอยู่ใน
ความคิดปรุงแต่ง
คือการเข้าไปอาศัยในภพ – ชาติ – ทุกข์ฯ
เผลอเพลินไปในการปรุงแต่งด้วยเจตนาใด
ในขณะนั้นจะลืมความจริงของกาย – ใจ
ว่าไม่ใช่ตัวตน
แต่จะหลงอยู่ในเวทนาอารมณ์จากเจตจำนงนั้น
การเข้าไปอาศัยอยู่ในเจตนา
คือกรรมภพ – ชาติ
จึงพ่วงเอาโสกะความคร่ำครวญ
ทุกข์โทมนัสคับแค้นใจ
ครั้นมีสติหลุดออกมารู้สึกตัว
ถึงตัวใจที่ปกติอยู่ก่อน
ความคิดจากเจตนานั้นจึงดับ
คือกรรมภพดับ – ชาติดับ
ความคร่ำครวญรำพึงรำพัน
ทุกข์คับแค้นใจจึงดับ

พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส

Image by cristinaureta from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



การอยู่ในโลกด้วยความเป็นอิสระ


ถ้าเราอยู่ในความว่างเปล่าหรือความสงบได้ 
ก็เรียกว่าเป็นการอยู่ในโลกด้วยความเป็นอิสระ 
แล้วก็เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ 
เสร็จอยู่ในตัวเอง 
แม้จะไม่มีการอยากได้ อยากปรารถนา 
แต่สิ่งเหล่านี้มีขึ้นมาตามธรรมชาติของมัน 
เพราะสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย มันไม่มีฤทธิ์อำนาจอะไร 
ที่จะจูงใจให้ไปหลง ไปติด 
มันก็เลยเป็นทาสสำหรับให้เราใช้ 
จิตใจก็เป็นอิสระได้ด้วยเหตุนี้ 
ฉะนั้นการมีชีวิตอยู่ในโลก 
จะต้องอยู่อย่างมีอิสระเสรี
ให้มากที่สุดที่จะมากได้ 
โดยไม่ต้องไปหลงเหยื่อโลกทุกๆ ชนิด 
สำหรับผู้มีสติปัญญาแล้วจะต้องอ่านโลกออก 
เมื่ออ่านโลกออกแล้วก็ไม่ถูกหลอกนั่นเอง 
ไม่ว่าใคร ถ้ายังอ่านโลกไม่ออก 
ยังเห็นว่าเที่ยง สุข มีตัวตนแล้ว 
ก็จะถูกดึงไปสู่ความทุกข์นั่นเอง 
ถ้าอยู่ในโลก โดยไม่ติดโลก ไม่หลงโลก 
จะเป็นชีวิตที่มีอิสระได้ด้วยอาการอย่างนี้

ท่าน ก.เขาสวนหลวง

Image by Free-Photos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


บอกให้ "ละ" ละเลย


คนที่เขาพิจารณา ที่เขาสำเร็จ เพราะอะไร ?? 
เพราะเขารู้เรื่อง ... 
บอกให้ "ละ" ละเลย... 
ไม่ต้องอยากได้ .. ตัวอยาก นี้แหละ คือ ตัวตัณหา
อยากดี นั้นแหละ คือ ตัวตัณหา 
อยากดัง นั้นแหละ คือ ตัวตัณหา 
อยากเด่น นั้นแหละ คือ ตัวตัณหา 
อยากสำคัญ นั้นแหละ คือ ตัวตัณหา
อยากรู้ อยากจะสำเร็จ นั้นแหละ คือ ตัวตัณหา 
มีแต่ตัณหานำหน้าหมดเลย 
มันจะไปถึงได้อย่างไร ก็ความอยากมันดักหน้าแล้ว

พระอาจารย์ประทีป ธีรปัญโญ

Image by Studiolarsen from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


คนเห็นตน


คนเห็นตนว่า "เป็นตน" 
คนนั้นยังไม่เห็นตน
คนเห็นตนว่า "มิใช่ตัวตน" 
คนนั้นจึงเรียกได้ว่า "คนเห็นตน"

หลวงปู่ชา สุภัทโท

Image by Engin_Akyurt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา