ใจที่เผลอมักไหลไปทางต่ำ



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

คนพัฒนาแล้วทำอะไรด้วยปัญญา



...คนที่พัฒนาแล้วนั้น 
 เขาจะ เป็น-อยู่-หรือทำการอะไร 
 ก็ไม่ได้ขึ้นต่อความสุข ความทุกข์ 
 แต่เขาขึ้นต่อ "ปัญญา"
ปัญญาเป็นตัวรู้ว่า อะไรควรทำ 
หรือไม่ควรทำ และสติก็คอยบอก 
 หรือคอยเตือนให้เว้นสิ่งที่ควรเว้น 
 และให้ทำสิ่งที่ควรทำ ตามที่รู้ด้วยปัญญานั้น...

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ปล่อยจิตไหล จิตจะอ่อนแอลง




ทุกๆ ครั้งที่เราปล่อยให้จิตมันไหลไปได้อย่างอิสระ
ฟุ้งซ่านไปตามที่มันต้องการ มันจะส่งผล
ซึ่งก็คือ "จิตเราจะอ่อนแอลง"
และจิตที่อ่อนแอก็จะตัดสินใจผิดพลาดได้มาก
เลือกทางเลือกที่ไม่ดีอยู่เสมอๆ..
ถ้าเราทำอย่างนั้นไปตลอดชีวิต
พอเราเข้าสู่วัยชรา เราก็จะกลายเป็นคนแก่
จิตของเราก็จะไม่สามารถเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ของชีวิตได้เลย
คนแก่นั้น จิตของพวกเขาจะอ่อนล้า ไม่เข้มแข็ง

คนในโลกนี้ส่วนใหญ่ ตื่นขึ้นมาตอนเช้า
แล้วก็ปล่อยให้จิตฟุ้งซ่านไปตามที่มันต้องการ
เป็นอย่างนี้ทั้งวันจนกระทั่งเข้านอน
จิตก็จะอ่อนแอลงเรื่อยๆ ทุกวัน ทุกวัน

พระอาจารย์สุมโนภิกขุ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ไม่ต้องพยายามทำจิตให้เป็นกลาง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ทุกข์เป็นของควรกำหนดให้รู้จัก



ทุกข์เป็นของควรกำหนดให้รู้จัก
ถ้าเราหนีทุกข์ 
แล้วแก้ทุกข์ในทางที่ผิด
มันก็จะหนีและผิดไปตลอด
เป็นมิจฉาทิฏฐิไป

ครูบาเจ้าเพชร วชิรมโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

รู้ตัวเองตามจริง จึงเป็นธรรม



ความรู้ ความเข้าใจในหลักธรรมคำสอน
มากเท่าใดก็เป็นโลก
รู้ตนเองตามความเป็นจริง
ทุกขณะจิตปัจจุบัน เป็นธรรม
อ่านหนังสือ ติดแค่ตัวหนังสือ
ติดสมมติ เลยเป็นวิมุตติไม่ได้
อ่านหนังสือ อ่านใจ รู้ใจ
รู้ๆๆๆ..นั่นแหละจะถึงใจ
ถึงใจก็ถึงพระนิพพาน

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

วิถีจิตคือเห็นตามที่เป็น



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความรู้จากการฟังหรือการอ่านยังถอนกิเลสไม่ได้



เราพึงระมัดระวังอยู่เสมอ 
ไม่ปล่อยให้ความเบิกบานใจจากการฟัง หรือการอ่านธรรมะ
ทำให้เราหลงคิดไปว่า ตัวเองรู้มากกว่าที่เป็นจริง 
ความรู้ที่ได้จากการฟังหรือการอ่านนั้นยังอยู่ในระดับผิวเผิน 
และยังไม่มีกำลังมากพอที่จะถอนกิเลสซึ่งฝังรากลึกอยู่ในใจเรา
หลวงพ่อชาเคยสอนว่า คนจำนวนมากที่ศึกษาพระพุทธศาสนานั้น
เปรียบเสมือนมดที่ไต่ตอมผลมะม่วง 
ยังไม่ได้รับรู้รสชาติความหวานของเนื้อมะม่วงข้างใน 
เมื่อเรียนรู้คำสอนแล้ว เราต้องหัดนำมาปฏิบัติในชีวิตด้วย 
เราต้องมองคำสอนว่าเป็นแผนที่ให้เราเดินตาม 
หรือเป็นสูตรอาหารให้ลงมือทำ 
สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเก็บสะสมคำสอนไว้ 
แต่อยู่ที่การนำมาใช้บนเส้นทางสู่ความพ้นทุกข์

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อเรารู้แล้ว เราก็ไม่ยึดสิ่งเหล่านั้น



พุทธะ คือ ผู้รู้
จิตมันไม่อยู่ ก็ไม่รู้
สิ่งใดเกิดขึ้น ให้รู้ให้หมด
เมื่อเรารู้แล้ว เราก็ไม่ยึดสิ่งเหล่านั้น
ความชั่วทั้งหลาย ทุกข์ทั้งหลาย ก็ไม่ยึด
มันก็วางหมด ว่างหมดใจเรา
มันก็ปล่อย มันละหมด
เรียกว่า ปล่อยวาง

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ใจเพลิดเพลินมัวเมาเคล้ากับโลก



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา