ละความยึดมั่นในขันธ์ ๕ จึงหมดทุกข์



บางคนก็เข้าใจผิดนะ คิดว่าเมื่อรู้แจ้งรู้เท่าตามเป็นจริงแล้ว 
จะไม่ได้สัมผัสกับความทุกข์เสียเลย.. 
จิตที่ไม่ได้สัมผัสกับความทุกข์นั่นน่ะ 
มีแต่จิตเข้านิโรธสมาบัติโน่น..
แต่ว่าท่านผู้ละความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ ๕ 
ว่าเป็นตัวเป็นตน เป็นเราเป็นเขาได้แล้ว 
ท่านก็ไม่เป็นทุกข์อย่างนี้นะ 
ให้เข้าใจ รู้ทุกข์อยู่นั่นแหละ แต่ว่าจิตใจไม่เป็นทุกข์ 
ไม่กระวนกระวาย ไม่หวั่นไหว อดได้ทนได้ 
มีสติ รู้เท่าอยู่ตามธรรมดา 
มีปัญญารู้แจ้งในขันธ์ ๕ ตามเป็นจริงอยู่
รู้ว่าขันธ์ ๕ นี้มันแปรปรวน มันกำลังจะแตกจะดับ 
ไม่ใช่เราแปรปรวน ไม่ใช่เราแตกเราดับ 
เราไม่มีอยู่ในขันธ์ ๕ ขันธ์ ๕ ไม่มีอยู่ในเรา 
ก็ต้องใช้ปัญญาสอนจิตอย่างนี้ 
มันเป็นความจริงนะ เรียกว่าสอนความจริง 
ไม่ใช่ปั้นเรื่องเอาน่ะ 

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ผู้รู้ ผู้ดู เริ่มที่มีสติ รู้สึกตัว



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การเป็นพระอรหันต์หยุดความอยากได้ก็พอ



พระอรหันต์บางรูป เช่น หลวงปู่มั่นนี้
ท่านก็มีเทวดามาฟังเทศน์ฟังธรรมกับท่าน
ท่านสามารถติดต่อกับเทวดาได้
แต่พระอรหันต์ไม่ทุกรูปที่มีพลังจิต
สามารถติดต่อกับกายทิพย์ได้
แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรกับการปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น
เพื่อบรรลุเป็นพระอรหันต์
เพราะการจะบรรลุหลุดพ้นให้เป็นพระอรหันต์นี้
ไม่จำเป็นที่จะต้องมีพลังจิต ติดต่อกับกายทิพย์ได้
เพียงแต่มีพลังที่จะหยุดความอยากได้เท่านั้นเอง
ทำให้จิตรวมเป็นอุเบกขาได้เท่านั้นก็พอ

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ขณะกำหนดรู้คือการสั่งสมบารมี



ขณะที่เรากำหนดรู้อยู่นี้ 
เราก็กำลังสั่งสมบารมีอยู่ 
อย่าไปคิดว่าบารมีเรายังน้อย 
เราแต่ละคนต่างก็เกิดวนเวียน
ในวัฏจักรกันมาคนละไม่น้อยเลย..
ที่เราเคยสั่งสมมานั้นเราอาจจะระลึกไม่ได้..
บารมีเก่าที่เราสั่งสมมานี้จะสัมฤทธิ์ผลได้
ก็ต้องอาศัยบารมีใหม่ช่วยกู้กันขึ้นมา 
เมื่อผสานกันได้แล้วเราก็จะบรรลุธรรม

หลวงพ่อประจาก สิริวณฺโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เป็นกลางด้วยปัญญาเริ่มจาก "รู้"



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ศึกษาให้รู้ว่า มีแต่ของไม่จริง จะได้ของจริง



เราต้องมีสติ มีปัญญาอยู่เสมอ
อาศัยกายกับใจให้เกิดความรู้ยิ่งๆ ขึ้น
ให้มีสติมากขึ้น ให้มีปัญญามากขึ้น
จนกระทั่งเกิดความรู้ว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนดับไปทั้งหมด..
ผู้ที่ได้เห็นความไม่มั่นคงบ่่อยๆ มีแต่ของเกิดแล้วดับ
ในโลกไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เทวดาหรือพรหม ไม่มีอะไรเป็นที่พึ่งได้
เป็นผู้ที่เห็นความจริง..
ศึกษาให้รู้ว่า มีแต่ของไม่จริง
แล้วจะได้ของจริง

อ.สุภีร์ ทุมทอง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


รู้ไม่ติดความรู้ คือธรรมชาติธาตุแท้อันบริสุทธิ์



ดีก็“รู้” ดีไม่ใช่“รู้” “รู้” ไม่ใช่ดี
ชั่วก็“รู้” “รู้”ไม่ใช่ชั่ว ชั่วไม่ใช่ “รู้” 
คือรู้ไม่ติดความรู้ รู้ไม่ติดสิ่งที่รู้
นั่นแหละคือธรรมชาติธาตุแท้อันบริสุทธิ์ผุดผ่อง
เหมือนน้ำที่อยู่บนใบบัว

ท่านพ่อลี ธัมมธโร 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ต้องพัฒนาจิตให้พ้นจากความอาวรณ์



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ใจวาง ใจว่าง จะเกิดสุขพิเศษ



..ถ้า “ดู” อยู่เฉยๆ มันวาง ไม่ยึด ไม่ถือ
เมื่อวางได้แล้ว มันก็ว่าง
จิตมันว่างแล้ว อะไรๆ มันก็ไม่เป็นของเราทั้งนั้น
อย่าไปสำคัญมั่นหมายว่าเรารู้แล้ว เฉยๆ ไว้
ถ้าใจเป็นอย่างนี้
มันสุขหรือมันทุกข์ ใจวาง ใจว่าง
มันจะเกิดสุขพิเศษขึ้นมา
มันอยู่ที่นี่เอง ตามหามันมาพอแรงแล้ว
ในที่สุดก็เจอ
คำว่า “รู้” มันเป็นใจเป็นจิตแท้..

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

หลง เผลอ เหม่อลอย เป็นจิตอกุศล



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา