คนเราแสวงหาความสุขผิดที่



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

คนไม่ภาวนาคิดว่าตนเองดี




คนไม่ภาวนาคิดว่าตนเองดี
เพราะไม่เห็นกิเลส
แต่คนภาวนาเห็นกิเลสทั้งวัน
จึงเห็นความไม่ดีของตนเอง

พระอาจารย์มหาวิเชียร ชินวังโส


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การทำใจให้ว่างเปล่าคือจุดหมายใจความพระศาสนา



การปล่อยวางทำใจให้ว่างเปล่า เป็นสมาธิวิธีสำคัญยิ่งแบบหนึ่ง 
ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ 
แต่พุทธบริษัทส่วนมากผ่านเลยกันไปเสีย อย่างไม่เฉลียวใจ 
แท้จริงแล้วการปฏิบัติคือการปล่อยวางทำใจให้ว่างเปล่านี้ 
เป็นจุดหมายใจความของพระพุทธศาสนาโดยตรงอย่างไม่ต้องสงสัย ..
อนิมิตสมาธิหรือนิมิตเจโตสมาธิวิหาร 
ก็คือทำใจไม่ให้มีที่ภายใน ไม่ให้มีที่ภายนอกนั้นเอง 
ได้แก่ทำใจให้ปล่อยว่าง ทำใจให้ว่างเปล่าจากนิมิตต่างๆ 
นิมิตต่างๆ คืออะไร ก็คืออารมณ์ต่างๆ หรือความคิดต่างๆ
ที่เรียกว่าจิตสังขารนั่นเอง 
ทำใจให้ปราศจากความไม่รู้แจ้งก็ดี 
ให้ปราศจากความนึกความคิดก็ดี 
ให้ปราศจากความอยากก็ดี 
ให้ปราศจากความยึดถือเกาะเกี่ยวก็ดี 
ให้ปราศจากความมีที่ตั้งก็ดี ชื่อว่า อนิมิตตเจโตสมาธิ 
อนิมิตตเจโตสมาธินี้ไม่เพียงเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อทางหลุดพ้นเท่านั้น 
ยังเป็นผาสุกวิหารธรรม ของพระอริยะเจ้าทั่วๆ ไปด้วย...

หลวงปู่ดาบส สุมโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




สุขทุกข์ ให้คอยรู้สึกตัว



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ไม่ใช่ฉัน




.......

มีใดกัน ไม่ใช่ “ฉัน” ให้ทันจิต
มันคิดผิด ผิดให้รู้ ดูไม่หนี
ไม่ใช่สู้ เพียงแค่รู้ ดูให้ดี
“ฉัน” ไม่มี ลองสังเกต เหตุปัจจัย

พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


อดทนดูทุกข์ แล้วจะเกิดสติปัญญา



ต้องกล้าทดลองเข้ากับ "ทุกข์" ให้มากๆ
ทุกข์ๆ ไป  ให้จิตรู้อยู่ สงบอยู่ ปล่อยวางให้ได้
ทุกข์ที่มันแย่มากๆ ก็ต้องทดลองไปอีก
แล้วดูซิว่ามันจะคลายไหม 
ถ้ามันไม่คลายก็ดูไปอีก มันคลายก็ดูไปอีก
เพราะมันแสดงความไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลง 
เสื่อมมากขึ้น ทุกข์หนักขึ้นมากขึ้น ก็ดูไปอีก
"อย่าไปแก้ไข" ..
อดทนดูทุกข์ พิจารณาทุกข์ให้ได้ 
แล้วจะเกิดสติปัญญา "รู้เห็นความจริง"
กฏของธรรมชาติมันต้องเป็นอยู่อย่างนี้
ทีนี้เราไป "แก้ไขเสียหมดเอง” ก็เลยไม่รู้กฏของธรรมชาติ"
ที่มันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ มันไม่ใช่ตัวเรา ของเรา
จะต้องดูมันให้ละเอียดจึงจะรู้จะเห็น 
ถ้าเรากล้าทดลองกับทุกข์ให้ซ้ำๆ บ่อยๆ
"จิตมันมีกำลัง"
ถ้าเรากลัวทุกข์ ไปแก้เสียหมด
"จิตมันอ่อนแอ"

ท่าน ก.เขาสวนหลวง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ต้องเข้าใจว่า สุขทุกข์ เกิดแล้วต้องดับไป



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ให้ขอบคุณสิ่งที่กวนใจ



อยู่กับโลกแล้วเห็นอะไรที่มันกวนใจเรา 
ก็ไม่ใช่ไปเป็นปฏิปักษ์กับสิ่งนั้น 
..ให้ขอบคุณเลย..
ที่ทำให้เราเห็นจิตไหลไป เห็นจิตเผลอไป
ไม่จำเป็นต้องไปปราบหรือจัดการคนอื่น ..
เพียงแค่หันมามองความผิดปกติในใจเรา 
ซึ่งเห็นปุ๊บ! สิ่งไม่ดีเหล่านั้นดับทันที
เพราะทันทีที่เห็น..มันเป็นขณะที่เป็นกุศล
"เป็นสติ"

พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ตามดูจิตจะพบ "พุทธะ"



เมื่อเราดูจิต คือตามรู้จิตเรื่อยๆ ไปนั้น
“สิ่งปรุงแต่ง” จะดับไปตามลำดับ
จนถึง “ความว่าง” 
แต่ในความว่างนั้น ยังไม่ “ว่าง” จริง
มันมีสิ่งละเอียดเหลืออยู่ คือ “วิญญาณ”
ให้ตามรู้จิตเรื่อยๆ ไป
“ความยึด” ใน “วิญญาณ” จะถูกทำลายออกไปอีก
แล้ว “จิตจริงแท้” หรือ “พุทธะ” จึงปรากฎออกมา

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

***วิญญาณ คือ ความรู้แจ้งอารมณ์ (wikipedia)

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ใจไม่แบกทุกข์สุข คือสุขแท้



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา