เป็นความเข้าใจผิดที่คอยตามดูความคิด



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ผู้ที่ไม่มีสติ จะถูกความคิดหลอกอยู่ตลอดเวลา



ผู้ที่ไม่มีสติ จะถูกความคิดหลอกอยู่ตลอดเวลา 
และหลงไปตามความคิด ตัดสินใจตามความคิด 
เอาผิดเอาถูกในความคิด สุขทุกข์ในความคิด 
ดีใจเสียใจในความคิด 
จนถึงโกรธ โลภ หลงในความคิด 
ผลที่สุดก็เวียนว่ายอยู่ในความคิด 
เกิดดับๆ อยู่เช่นนั้น

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้าใจคลายออกจากความคิดได้




ถ้าใจคลายออกจากความคิดได้เมื่อไหร่ 
ความเห็นถูกต้องถึงจะปรากฏ..


พระอาจารย์สำราญ ธมฺมธุโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ใจเป็นกลาง ใจก็สงบเย็น



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ดูตัวเองบ่อยๆ ปัญญาญาณจะค่อยๆ หยั่งรากลึก



จุดอ่อนของฆราวาสคือ การขาดความสืบเนื่อง
เพราะความสืบเนื่องนี้คือความก้าวหน้า
และความก้าวหน้าต้องอาศัยวิริยะ ก็คือความเพียรนั่นเอง
พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า “ภาวิตา พหุลีกตา”
ปัญญาจะเกิดได้ จะต้องเกิดจากการทำเป็นประจำ ทำบ่อยๆ 
นอกจากเราปฏิบัติในรูปแบบแล้ว
ในชีวิตประจำวัน เราก็ต้องหมั่นย้อนมาดูที่ใจตนเอง
พยายามเก็บเล็กผสมน้อยทั้งวัน 
หลอมรวมการปฏิบัติให้อยู่ในชีวิตประจำวัน 
รู้อิริยาบถ อย่าทิ้งความรู้สึกตัว หมั่นย้อนมาไปเรื่อยๆ

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ให้สังเกตดูแต่ความปรุงแต่งของใจ



ใจ ทำไมจึงเป็นไปเพื่อความสงบไม่ได้ ลองสังเกตดูซิ 
วันหนึ่งๆ ถ้าเราตั้งข้อสังเกตโดยเฉพาะในหัวใจของเราแล้ว 
เราจะได้เห็นข้อบกพร่องของเราทั้งวัน 
และในขณะที่เราได้เห็นข้อบกพร่องของเราทั้งวันนั้น 
แสดงว่าเราก็มีข้อสมบูรณ์ขึ้นด้วยกัน 
เพราะเรามีสติ เราจึงเห็นข้อบกพร่องของเรา.. 
เราไม่ต้องสนใจกับเรื่องอะไรทั้งนั้น 
ให้สังเกตดูตั้งแต่เรื่องหัวใจที่จะปรุงเรื่องอะไรขึ้นมา
แล้วบังคับไว้ภายในกายกับจิตนี้ 
ท่านว่าสติปัฏฐาน ๔ คือฐานที่ตั้งแห่งสติ 
พูดง่ายๆ ถ้าจิตเราได้ตั้งอยู่กับกายนี้แล้ว 
สติบังคับสติไว้กับกายนี้แล้ว 
ปัญญาท่องเที่ยวอยู่ในสกลกายนี้แล้ว 
เรียกว่าได้เดินทางในองค์แห่งอริยสัจอย่างสมบูรณ์

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ใจที่ปลอดโปร่ง เพราะไม่จับกิเลสมาเป็นตน



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตเราทำความเข้าใจ ปั๊บ ยอมรับได้ มันจะวาง!



เรื่องธรรมะเนี่ยมันเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับว่า
ใจเรายอมรับ หรือ ไม่ยอมรับ
ถ้าใจยอมรับ ความทุกข์มันจะน้อยลงไปเลย
เพราะฉะนั้นการเข้าใจชีวิตเข้าใจโลก
อันนี้มีความสำคัญ
เวลาอะไรมากระทบเราจะปล่อยวางได้
เมื่อมีเหตุมากระทบ 
แล้วมันกระเทือนเข้าไปหาจิต 
จิตเราทำความเข้าใจ ปั๊บ ยอมรับได้ 
มันจะวาง!

ถ้าอยากจะ "ดับกรรม" 
ยอมรับ! เลย ยอมรับ!
ถ้ายอมรับได้จิตเราจะไม่ยินดียินร้าย
มันจะเข้าสู่หลักธรรมของพระพุทธเจ้า
"ให้มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ
กำจัดความยินดียินร้ายในโลกนี้เสียให้ได้" 
อันนี้เป็นพื้นฐานเลย
ต้องรักษาจิตไม่ยินดีไม่ยินร้าย
วางเรื่องราวที่มันกลุ้มรุมจิตนั้น
มันก็ ปั๊บ เข้าไปสู่ความสงบระงับ
ไปสู่ความดับ ทุกข์ก็ดับได้

พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อเราไม่รู้สึกตัว ท่านเรียกว่าโมหะ



เราทำงานทำการอะไร แม้หุงข้าว-ต้มแกงก็ตาม 
ให้มีความรู้สึกตัว 
จะไปเก็บผักเก็บหญ้า 
ก็มีความรู้สึกตัว 
เมื่อเราไม่รู้สึกตัวขณะทำ 
ขณะพูด ขณะคิด 
อันนั้นแหละท่านเรียกว่าโมหะ 
จิตใจสัตว์มันเกิดขึ้นแล้ว..

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ใจเป็นปกติอยู่กับรู้ ทุกข์จะน้อยลง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา