แค่รู้..โทสะดับได้เอง




วิปัสสนากรรมฐาน คืองานเจริญปัญญา 
ให้เห็นตรงต่อความเป็นจริง หมายถึงเห็นไตรลักษณ์
คือปรับเป้าหมายใหม่..ไม่ได้มุ่งที่ความสงบ 
แต่มุ่งที่จะรู้ตามความเป็นจริง
พอมีโทสะ ก็รู้ รู้เฉยๆ..ไม่แก้ ไม่กด ไม่คุม 

แค่รู้..ก็จะเห็นเลยว่า..โทสะดับได้เอง
รู้ปุ๊บ..ดับปั๊บเลย! สังเกตดีๆ 
อย่างนี้จึงจะโดยไตรลักษณ์ได้
อย่างนี้จึงจะเข้าใจสภาวะทั้งหลายตามที่มันเป็นได้


พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

ติดตามหลักธรรมเพื่อการพ้นทุกข์อีกมากได้ที่ :
เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความอยากของเราเกิดจากความคิดของเรา



ถ้าเรามีสติควบคุมความคิดได้ ทำใจให้สงบได้ 
สอนใจให้ปล่อยวางได้
เราก็จะไม่ทุกข์กับสิ่งต่างๆ 
เพราะเราจะควบคุมความอยากได้นั่นเอง
ความอยากของเราเกิดจากความคิดของเรา 
เราคิดเรื่องนั้นคิดเรื่องนี้แล้ว
เราก็อยากตามมา...


พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ติดตามหลักธรรมเพื่อการพ้นทุกข์อีกมากได้ที่ :
เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อรู้เท่าทันอารมณ์ตนเองบ่อยๆ



เมื่อรู้เท่าทันอารมณ์ตนเองบ่อยๆ แล้ว
เราจะมีที่พึ่ง คือธรรมะภายในจิตใจ 
ซึ่งเป็นที่พึ่งอันมั่นคงถาวร

พระอาจารย์มหาวิเชียร ชินวังโส

ติดตามหลักธรรมเพื่อการพ้นทุกข์อีกมากได้ที่ :
เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

อย่าพยายามหยุดความคิด




อย่าพยายามหยุดความคิด 
แต่ให้ทันการคิด อย่าตามความคิดไป 
กลับมาที่ความรู้สึกตัว กลับมาที่การเคลื่อนไหว
เมื่อฝึกเป็นไปอย่างนี้ สัญชาตญาณชนิดหนึ่ง 
คือสัญชาตญาณการป้องกันตน...
จะป้องกันสติไม่ให้คล้อยไปตามความคิด 
ไม่ให้ความคิดพาไป ...
ในที่สุดสติจะแก่กล้าขึ้นภายในช่วงเวลาสั้นๆ 
ถ้าปฏิบัติต่อเนื่อง ต่อไปสติจะไวขึ้นนั่นเอง

ท่านเขมานันทะ

ติดตามหลักธรรมเพื่อการพ้นทุกข์อีกมากได้ที่ :
เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความทุกข์ไม่ได้เกิดจากบุคคลอื่น




ความทุกข์ไม่ได้เกิดจากบุคคลอื่นทำให้เราเป็นทุกข์
แต่ตัวเราต่างหากล่ะ
เป็นผู้รับสัมผัสอารมณ์ แล้วเป็นผู้ทุกข์
เมื่อรู้อารมณ์เหล่านี้ เป็นอารมณ์แห่งความทุกข์
ควรจะรู้แล้วปล่อย รู้แล้วก็วาง ไม่ยินดียินร้ายมัน
ปล่อยใจให้เป็นอิสระเสรี เหมือนกับนกที่กางปีกสยายปีก...
เมื่อถึงลมบนแล้ว ก็ปล่อยให้ลมนั้นดันตัวเขาลอยไป
โดยที่ไม่ต้องกระพือปีกให้เหนื่อย
เขาเรียกว่าเป็นอิสระอย่างนั้น ปลดปล่อยได้อย่างนั้น


ครูบาเจ้าเพชร วชิรมโน

ติดตามหลักธรรมเพื่อการพ้นทุกข์อีกมากได้ที่ :
เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การปฏิบัติในชีวิตประจำวันเป็นอย่างนี้



โดยปกติในชีวิตประจำวัน 
เมื่อเกิดอารมณ์หงุดหงิดไม่พอใจ 
เราชอบระบายความรู้สึกออกไป
โดยการดุ หรือพูดอะไรให้คนอื่นเจ็บใจ
แต่ถ้าเรารู้สึกตัวแล้วไม่พูดอย่างงั้น
เราก็จะได้ธรรมะหลายข้อ...
ความรู้สึกตัวว่ากำลังหงุดหงิด คือสติ
และการที่ไม่ทำตามความรู้สึกนั้น คือความอดทน
เมื่อความเศร้าหมองในใจเราหาย
เกิดสำนึกในความไม่เที่ยงของอารมณ์
ความไม่เป็นตัวเป็นตนของอารมณ์ 
นั่นคือตัวปัญญา
การปฏิบัติในชีวิตประจำวันเป็นอย่างนี้


พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

ติดตามหลักธรรมเพื่อการพ้นทุกข์อีกมากได้ที่ :
เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ทุกอิริยาบถ มีสติ จะได้สมาธิ




ใครที่ยังไม่มีโอกาสจะเข้าวัดเข้าวา
มานั่งสมาธิหลับตาอย่างที่พระท่านชักชวน 
การปฏิบัติสมาธิ เอากันอย่างนี้ 
ยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด 
ให้มีสติอยู่ตลอดเวลา 
ทุกคนได้ฝึกสมาธิมาตามธรรมชาติแล้วตั้งแต่เริ่มรู้เดียงสา 
มาทีนี้เรามาเริ่มฝึกใหม่ นี่เป็นการเสริมของเก่าที่มีอยู่แล้วเท่านั้น อย่าไปเข้าใจผิด
ยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด เป็นอารมณ์จิต 
เราทำสิ่งเหล่านี้ให้มีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น 
เวลานอนลงไป จิตมันคิดอะไร ให้มันคิดไป 
ให้มีสติไล่ตามรู้มันไปจนกระทั่งนอนหลับ 
ปฏิบัติต่อเนื่องทุกวันแล้ว ท่านจะได้สมาธิอย่างไม่คาดฝัน
ในขณะทำงาน กำหนดสติรู้อยู่กับงาน เวลาคิด ทำสติรู้อยู่กับการคิด 
โดยถือการทำงาน การคิด เป็นอารมณ์ของจิต
โดยธรรมชาติของจิต ถ้ามีสิ่งรู้ สติมีสิ่งระลึก 
จิตย่อมสงบ มีปีติ สุข เอกัคคตาได้ ในโอกาสใดโอกาสหนึ่งจนได้ 
ถ้าผู้ปฏิบัติตั้งใจทำจริง



หลวงพ่อพุธ ฐานิโย


ติดตามหลักธรรมเพื่อการพ้นทุกข์อีกมากได้ที่ : 
เฟสบุ๊คบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ต้องใช้วิธีจับจิต แบบไม่มีตัวตน




จิตไม่มีตัวตน ...
เมื่อไม่มีตัวตนเราก็ต้องใช้วิธีจับจิต แบบไม่มีตัวตน
ก็คือ ใช้การภาวนา เอาจิตเข้าไปไว้ตรงใดตรงหนึ่ง ให้จิตเป็นหนึ่ง 
เมื่อจิตใจจดจ่ออยู่เป็นหนึ่ง ก็ปรากฏความคิดขึ้นมา 
คิดไปเรื่องโน้นเราก็ตั้งสติ คิดไปเรื่องนี้เราก็รู้สติว่าเราคิดอะไร 
พอเรารู้ทันหนักเข้าๆ มันก็รวม เป็นใจว่าง ใจว่าง ใจสว่าง
นั่นคือ ตัวรู้ทันจิต ทำให้เกิดปัญญาญาณ
รอบรู้เท่าทันจิตตัวเอง เกิดความสุขสงบขึ้นมา


หลวงพ่อสนอง กตฺปุญโญ
ที่มา : บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้าจิตใจผู้รู้ อยู่ภายใน...




ถ้าจิตใจผู้รู้ อยู่ภายใน
มีความสงบตั้งมั่นไม่หวั่นไหว 
ไม่มีอะไรกลัว ความกลัวย่อมหมดไป 
ความลุ่มหลงมัวเมาต่างๆ ย่อมหมดไป
เหลือแต่จิตใจที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง 
ใสสะอาดปราศจากมลทินโทษ...


หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

ที่มา : บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

โลกวุ่นวาย เพราะไม่มีสติ ไม่มีสมาธิอยู่ที่ปัจจุบันธรรม




ที่โลกวุ่นวายทั้งหมดก็เพราะหลงสมมติ สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา 
ไม่มีสติ ไม่มีสมาธิอยู่ที่ปัจจุบันธรรมคือกายใจนั่นเอง 
เมื่อไม่มีสติสมาธิอยู่ที่ปัจจุบัน จึงไม่เห็นความคิดที่ก่อเกิดขึ้นมา เป็นสมมติหมด 
จึงหลงอยู่ในความคิดเหล่านั้น เรื่องที่ดีก็ยินดีไป 
เรื่องที่คิดว่าไม่ดีก็ยินร้ายไป หมุนอยู่อย่างนั้น 
สิ่งใดที่คิดว่าดีก็อยากจะรักษาไว้ สิ่งใดไม่ดีก็จะทำลาย 
จิตนั้นจึงไม่ถึงซึ่งความเป็นกลาง หมุนซ้ายหมุนขวาอยู่ตลอด 
เพราะอะไร เพราะความหลง ความรู้ไม่จริงนั่นเอง 
ไม่เห็นแจ้งในสมมติและขันธ์ ๕ นั่นเอง


พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ

ที่มา : บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา