ทบทวนให้ไตรลักษณญาณแจ่มแจ้งในใจเสมอ




สำหรับผู้ปฏิบัติธรรม ทวนกระแสจิตเข้ามาภายในนี่แหละ 
มาเพ่งพินิจทั้งกลางวันกลางคืน 
ยืน เดิน นอน นั่ง ทำธุรกิจการงานใดๆ ก็ดี 
อย่าไปลืมกายลืมจิต อันนี้ต้องหมั่นทบทวนอยู่เสมอๆ 
ทบทวนให้ไตรลักษณญาณมันแจ่มแจ้งอยู่ในใจเสมอ ...
อันนี้นับว่าสำคัญมาก มันจะทำให้อริยมรรคนั้นแก่กล้าขึ้นไปโดยลำดับ 
เพราะว่าผู้ปฏิบัติในอริยมรรคก็มุ่งหวัง
ให้เกิดญาณความรู้แจ้งในสังขารธรรมทั้งปวง 
นี่เองน่ะจุดสำคัญ
เมื่อมารู้แจ้งในสังขารธรรมทั้งปวงตามเป็นจริงแล้ว ก็จะปล่อยวาง 
เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรยึดควรถือ
เมื่อญาณความรู้เกิดขึ้นแล้ว มันจะมองเห็นแต่ของไม่เที่ยงไม่ยั่งยืน
เห็นแต่ความแปรผันอ่อนไหวแห่งสรรพสิ่งทั้งปวง 
ทั้งภายในทั้งภายนอก ทั้งหยาบ ทั้งละเอียด 
อันใดก็มีสภาวะเหมือนกันหมด…

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

อบรมจิตให้มากๆ ให้จิตเห็นโทษของอารมณ์




“ความสุขที่จริง คือ ความสงบ 
ไม่ใช่ความสุขที่จิตต้องวิ่งตามอารมณ์ตลอดเวลา”…
ถ้าเราต้องการความสุขที่สงบจากอารมณ์
เราต้องสลัดอารมณ์น้อยใหญ่ทั้งหมดที่ปรุงแต่งขึ้นมาทิ้งไปให้ได้... 
แต่ไม่ใช่แยกจิตเหมือนแยกคนสองคนออกจากกัน...
เราต้องอบรมจิตให้เห็นโลกโดยความเป็นโลก 
ให้เห็นอารมณ์น้อยใหญ่ที่มีอยู่ในจิต 
อบรมจิตให้มากๆ ให้จิตเห็นโทษของอารมณ์ 
จึงจะพรากจิตออกจากอารมณ์ได้อย่างถาวร


พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

เท่าทันอารมณ์คือสุขแท้จริง




การจะพัฒนาจิตของเรา
ให้พบกับความสุขที่แท้จริงนั้นก็คือ 
เราก็ต้องรู้เท่าทันในอารมณ์

พระอาจารย์อนันต์ อกิญจโน

สติอยู่กับปัจจุบันเป็นอารมณ์ที่เป็นปรมัตถ์




ถ้าบุคคลได้เจริญสติ
ดูความคิด ดูจิต ดูใจ ดูความปรุงแต่งเป็น
คนนั้นก็จะสามารถทำจิตใจให้อยู่กับปัจจุบัน
เวลาที่จิตคิดไปสู่เรื่องอดีต อนาคต
สติที่รู้ความคิด รู้จิต รู้ใจ ก็จะกลับมาสู่ปัจจุบัน
เรื่องอดีต เรื่องอนาคต ก็ขาดไป
การที่สติอยู่กับปัจจุบันเป็นอารมณ์ที่เป็นปรมัตถ์
จิตจะมีความเบาขึ้น มีความสบาย มีความผ่องใส


พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

ชีวิตมีค่าก็ตอนที่กำหนดรู้




การกำหนดที่ติดต่อสืบเนื่อง ทำให้พลังสมาธิเติบกล้า
เห็นการเกิดดับของรูปนามอยู่โดยตลอด
ทำให้เห็นพระไตรลักษณ์ชัดแจ้ง
ดังนั้นจึงต้องคอยกำหนดอารมณ์
ที่เกิดขึ้นทางกาย เวทนา จิต และธรรมอยู่ตลอดเวลา 
ชีวิตมีค่าก็ตอนที่กำหนดรู้


หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล

จิตวิปัสสนาก็เพื่อให้รู้เท่าทันสังขาร




จิตวิปัสสนาก็เพื่อให้รู้เท่าทันสังขาร 
ไม่ติด ไม่หลงในสังขาร 
จนเกิดเบื่อหน่าย 
ไม่ติดในธาตุ 
ในขันธ์ทั้งหลาย 
บริสุทธิ์ด้วยไตรลักษณ์


หลวงปู่หลุย จันทสาโร

ลบสังขารด้วยไตรลักษณ์ได้




ปฏิบัติผิดนั้น 
ลบสังขารด้วยไตรลักษณ์ไม่ได้ 
ประพฤติไปตามสังขาร 
ปฏิบัติถูกนั้น 
คือลบสังขารด้วยไตรลักษณ์ได้



หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

แก่นคำสอน คือการมีสติ มีปัญญา เห็นความคิด



เมื่อมาปฏิบัติกรรมฐาน หรือวิปัสสนา
เราควรจะเอาเฉพาะสิ่งที่สามารถป้องกันไม่ให้ทุกข์เกิด 
สามารถดับทุกข์ที่ต้นเหตุของมัน สามารถทำลายโมหะ 
เราเอาเฉพาะแก่น แก่นของคำสอนที่ข้าพเจ้าพูดถึงอยู่นี้
คือการมีสติ มีปัญญา เห็นความคิด 
เมื่อความคิดเกิดขึ้น เห็นมัน รู้มัน เข้าใจมัน 
รู้มันในทุกลักษณะที่มันเกิดและรู้ถึงวิธีป้องกันมิให้มันมาลวงเรา

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

คนที่ฝึกตนแล้วประเสริฐที่สุด




บรรดามนุษย์ด้วยกัน “”
คำว่าฝึกตนนั้น หมายถึง ฝึกจิตของตนให้ดีงาม 
รับได้ทนได้ แม้ในภาวะที่คนทั่วๆ ไป รู้สึกว่าไม่น่าจะทนได้
การฝึกจิตก็เหมือนการฝึกยกน้ำหนัก ต้องค่อยทำค่อยไป 
เมื่อได้ที่แล้วก็เป็นจิตที่ทนทาน และมีอภินิหารเป็นอัศจรรย์


จากหนังสือพระอานนท์ พุทธอนุชา โดย อ.วศิน อินทสระ

การปิดอบายภูมินี้ไม่ใช่เรื่องยาก




อย่ามองว่า การปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงมรรคผลนั้น
เป็นสิ่งที่สูงเกินไป ไม่เช่นนั้นมันก็บั่นทอนเราหมดว่า
เราไม่มีวาสนาบารมีที่จะไปถึงตรงนั้น
ความคิด มันหลอกเราเรื่อย ๆ ..
การปิดอบายภูมินี้ไม่ใช่เรื่องยาก
เพียงแต่เรามีสติปัญญา ให้รู้จักหา ผู้รู้ ให้เจอ
แล้วอยู่กับ ผู้รู้ ให้ได้ ๒๐ - ๓๐ % ในแต่ละวัน
แค่นี้ก็ปิดอบายภูมิแล้ว..

ลุงหวีด บัวเผื่อน