ระงับนิวรณ์ไม่ได้ ปัญญาถอยหลัง




อย่าปล่อยให้จิตฟุ้งซ่าน 
จนกำหนดไม่ได้ว่า 
ขณะนี้อยู่ในอารมณ์อะไร 
เพราะนิวรณ์ ๕ หากระงับมันไม่ได้ 
มันก็ทำปัญญาให้ถอยหลัง 
คือ โง่ทุกครั้งที่นิวรณ์ครองจิต



คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม 7 
รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

การออกจากทุกข์ทางจิตใจ เป็นกระบวนการที่ง่าย




กระบวนการออกจากทุกข์ทางจิตใจ มันจะเป็นกระบวนการที่ง่าย
ด้วยการเอาจิตนั้นออกจากการปรุงแต่ง ออกจากวังวน
ออกจากความรู้สึกนึกคิดเหล่านั้น กลับมาให้เป็นปกติ
แต่วิธีการที่ทำให้มันกลับมาเป็นปกติได้ มันต้องมีที่อยู่ ที่หมายให้เขา
ไม่ใช่ดึงออกมาแบบปล่อยให้มันลอยๆ

ทำไง พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เราตั้งอารมณ์กรรมฐาน
ตัวอารมณ์กรรมฐานที่ทำให้จิตตั้งมั่นได้เร็วที่สุด
ก็คือการเคลื่อนไหวของกาย เรียกว่า กายานุปัสนาสติปัฏฐาน...

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

***เชิญเยี่ยมชม บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานศาสนา***

เมื่อจะ “ไป” ต้องหยุด




เมื่อจะ “ไป” ต้องหยุด นี่ก็แปลก 
ทางโลกเขาไป ต้องเร็วเข้า ขึ้นเรือบิน เรือยนต์ รถยนต์ไป
จึงจะเร็ว จึงจะถึง แต่ทางธรรมไม่เป็นเช่นนั้น 
เมื่อจะ “ไป” ต้องหยุด ถ้าหยุด จึงจะเร็ว จึงจะถึง 
นั่น แปลกอย่างนี้ ต้องเอาใจหยุด จึงจะเร็ว จึงจะถึง 

พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)

การรักษาความเป็นปกติของจิต ของกายใจคือ “การปฏิบัติธรรม”




หลวงพ่อชากล่าวไว้ว่า...
ถ้าเรามีสติอยู่ มีสัมปชัญญะ มีความรู้ตัวอยู่เสมอแล้ว 
นั่นคือ เราได้ปฏิบัติธรรมอยู่ตลอดเวลา
ยามใดที่รู้สึกตัวอยู่เสมอ ยามนั้นท่านอยู่กับปัจจุบัน 
เมื่อเรารู้สึกตัว จิตใจเราปกติ ...
กายวาจาก็ปกติ ศีลก็สมบูรณ์
เมื่อจิตใจเราปกติ เกิดเป็นสัมมาสมาธิ เป็นปัญญาได้ 
การรักษาความเป็นปกติของจิต ของกายใจนั้น 
คือ “การปฏิบัติธรรม”


อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

จุดประสงค์ที่หลวงพ่อสอนมโนมยิทธิ



ที่สำคัญที่สุด และเป็นจุดประสงค์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำจริงๆ
ในการสอนมโนมยิทธินั้นก็คือ การที่เราสามารถยกจิต
ขึ้นไปกราบพระบนพระนิพพานได้นั้น
ทำให้เราคุ้นเคยกับสภาพจิตที่ปราศจาก รัก โลภ โกรธ หลง
ถ้าเราจำอารมณ์นั้นมา แล้วพยายามประคับประคองรักษาไว้
จิตใจของเราก็จะผ่องใสมาก
ยิ่งสามารถเอาจิตเกาะพระนิพพานได้นานเท่าไหร่
จิตของเราก็จะผ่องใสได้นานเท่านั้น
เมื่อสภาพจิตคุ้นชินกับการปราศจาก รัก โลภ โกรธ หลง ไปนานๆ
ในที่สุดกิเลสทั้งหลายเหล่านี้ก็ไม่สามารถจะงอกงามต่อไปได้
ก็จะเหี่ยวเฉา หมดสภาพ ตายไปเอง
ทำให้เราสามารถบรรลุถึงพระนิพพานได้อย่างแท้จริง



หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ

ทำตัวให้เหมือนนกกระทา



         ทำตัวให้เหมือนนกกระทา อยู่ในกรงในตุ้มแต่ละวันๆ ตื่นมามันทำอะไรอยู่ มันเอาจงอยปากสับตากรง สับทั้งวันๆ ยกเว้นหลับ ตื่นขึ้นมาสับตากรงใหม่ สับเพื่ออะไร เพื่อหาทางออก นี่เราก็เหมือนกัน ตื่นขึ้นมาแต่ละวันพยายามสับตากรง หมายความว่า สอนใจอยู่บ่อยๆ หาทางออกจากโลกนี้ให้ได้ โลกมนุษย์ที่เราอยู่เท่านี้แหละ จะเกิดมาอีกร้อยครั้งพันครั้งก็แล้วแต่ ก็เท่านี้ล่ะ เกิดมาก็มาหาอยู่หากินแล้วก็ตายไป ไม่คุ้มค่าในความทุกข์เลย...

                                                                                            หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ

รู้เท่าสมมมุติ เป็นวิมุตติ



ให้เพ่งดูจิตใจเรานี่ล่ะ มันเป็นยังไงอยู่
อย่าไปดูแห่งอื่น มันเฉยเฉย ก็ดูมันเฉยเฉย
มันว่างก็รู้ว่ามันว่างน่ะ มันคิดโน่น มันคิดนี่ ..มันไปโน่น มันไปนี่
ก็ให้รู้เท่าสมมุติที่มันไป เมื่อรู้เท่าทุกอย่างแล้ว
สมมุติทั้งหลายไม่มี ก็เป็นวิมุตติ หลุดพ้นจากทุกข์

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

เห็นทุกข์ แต่ไม่ทุกข์




การวาง ยังมีการรู้อยู่ เห็นทุกข์ แต่ไม่ทุกข์
การข่มทุกข์ เป็นการพ่ายแพ้อย่างยับเยิน
การยอมทุกข์ รับสภาพต่อทุกข์ ไม่กระวนกระวาย
ยอมสนิทจึงพิชิตชัยชนะ


พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

ปฏิบัติแก้ความหลง




ปฏิบัติแก้ความหลง แก้ความเข้าใจผิดของตน 
โลกไม่มีประตูจะแก้ สังขารก็ไม่มีประตูจะแก้
พระบรมศาสดาท่านก็ไม่ได้แก้สังขาร 
ท่านแก้แต่ไม่ให้ติดอยู่ในสังขารเท่านั้น…
สอนให้ทำสมาธิให้ใจตั้งมั่น แต่ไม่ให้ติดอยู่ในสมาธิ ...
สอนให้มีปัญญา แต่ไม่ให้ติดอยู่ในปัญญา
ไม่ให้ยืนยันว่าสมาธิเป็นตน ตนเป็นสมาธิ ไม่ให้ยืนยันว่าปัญญาเป็นตน
ตนเป็นปัญญา สมาธิก็ส่งคืนให้สมาธิ ปัญญาก็ส่งคืนให้ปัญญา
ศีลก็ส่งคืนให้ศีล ไม่สำคัญว่าตนเป็นศีล ไม่สำคัญว่าศีลเป็นตน 
จะรู้วิเศษวิโสสักเพียงใดก็ตาม 
ไม่สำคัญตนเข้าไปสอดแทรกยึดถือเอาเป็นตัวตนเป็นเจ้าของในผู้รู้ 

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

บัณฑิตอยู่ในตัวเรา




หากเราตั้งใจของเราเอาไว้มั่นคง ให้สงบอยู่เป็นกลางๆ
แล้วก็จะเห็น จะรู้จักผิดถูก รู้จักดีชั่ว หยาบละเอียด
ถึงแม้จะมีผัสสะอะไร มากระทบทางตา
หู จมูก ลิ้น กายและใจ ในขณะนั้น
มันก็รู้เท่า รู้เรื่องของอายตนะผัสสะนั้นๆ ตามความเป็นจริง...
ใจนิ่งสงบอยู่เฉพาะตัวของมัน ไม่ได้ส่งส่ายไปตามการกระทบนั้นๆ
นั่นคือ "ตัวบัณฑิต"

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี