ให้แสวงหาที่ตัวเอง
การแสวงหาพระพุทธเจ้าก็ตาม
แสวงหาพระอรหันต์ก็ตาม
แสวงหามรรคผลนิพพานก็ตาม
อย่าไปแสวงหาที่ๆ มันไม่มี
แสวงหาตัวเรานี่
ให้เราทําความรู้สึกตื่นตัว
อยู่เสมอ
นี่แหละ จะรู้จะเห็น
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
สิ่งที่จิตคิดล้วนเป็นสังขาร
สิ่งทั้งหลายที่
จิตคิด
ไปทุก
สิ่งทุกอย่างเหล่านี้
ล้วนเป็นสังขารทั้งหมด เมื่อรู้แล้วท่านให้วาง เมื่อรู้แล้วท่านให้ละ ให้รู้สิ่งเหล่านี้ตามความเ
ป็นจริง
ถ้าไม่รู้ตามความเป็นจริงก็
ทุกข์ ก็ไม่วางสิ่งเหล่านี้ได้ เมื่อรู้ตามความเป็นจริงแล้
ว สิ่งเหล่านี้ก็เป็นของหลอกล
วง สมกับที่พระศาสดาตรัสว่าจิต
นี้ไม่มีอะไร ไม่เกิดตามใคร ไม่ตายกับใคร จิตเป็นเสรี รุ่งโรจน์โชติการ ไม่มีเรื่องราวต่างๆ เข้าไปอยู่ในที่นั้น
ที่จะมีเรื่องราวก็เพราะมัน
หลงสังขารนี่เอง หลงอัตตานี่เอง...
หลวงปู่ชา สุภัทโท
ความสันโดษ ท่านสอนให้ใช้กับผลไม่ใช่เหตุ
“ความสันโดษ” นี้ มีคนเข้าใจผิดกันมาก
หาว่าเป็นธรรมที่ทำให้ขาดคว
ามกระตือรือร้น
จึงเป็นเครื่องฉุดรั้งความเ
จริญ...
ความสันโดษนั้น ท่านสอนให้ใช้กับผลที่ได้
คือในความยินดีพอใจในผลที่ไ
ด้
...
แต่ว่าในการประกอบเหตุนั้น ท่านสอนไม่ให้ใช้ สันโดษ
ท่านสอนให้ใช้ “วิริยะ” คือความพากเพียรพยายาม
คนเราขาดสันโดษ คือความพอใจในผลที่ได้
แต่มักจะไปสันโดษในเหตุ คือไม่อยากทำเหตุ
จึงทำให้เกิดการลักขโมย หรือเกิดการแสวงหาในทางที่ผ
ิด...
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
จิตใจที่มุ่งหวังนิพพาน อย่าปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติ
จิตใจที่มุ่งหวังต่อพระนิพพ
านนั้น
อย่าปล่อยให้เขาอยู่ตามธรรม
ชาติ
ต้องเข้าไปช่วยเขาออกจากสัญ
ญาอารมณ์
ด้วยสติอยู่ตลอด
พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ
เมื่อรู้เท่าทันความสงสัย ทางกลับบ้านย่อมปรากฏ
ความลังเลสงสัย
เหมือนอยู่กลางทะเลทราย
มองไม่เห็นเส้นทาง
เมื่อรู้เท่าทันความสงสัยแล
้ว
ว่าเป็นของแค่นั้นแหละ
สักแต่ว่าความคิดเกิดดับเท่
านั้น
ทางกลับบ้านย่อมปรากฏ
พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ
วิญญาณที่บริสุทธิ์ต้องประกอบด้วย “สติ”
วิญญาณที่บริสุทธิ์นั้นต้อง
ประกอบไปด้วย “สติ”
เอาสติตัวนี้มาตั้งอยู่ที่ก
าย ที่เวทนา ที่จิต ที่ธรรม
แล้วจะรู้ตามความเป็นจริง เรียกว่า “ยถาภูตญาณ”
โยคีบุคคลใดเห็นความเกิดดับ
ของรูปนาม แม้จะอยู่เพียงวันเดียว
ก็ยังประเสริฐกว่าบุคคลที่ไ
ม่เห็นการเกิดดับ แม้มีชีวิตอยู่ร้อยปี
หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล
ว่างแบบสมถะและวิปัสสนา
เมื่อมีอารมณ์มากระทบแล้ว
มีตัวรู้เข้าไป พยายามปล่อย
ถ้าสติแรงพอ สามารถสลัด
หรือขจัดอารมณ์นั้นออกไปได้ จิตจึงว่าง
ว่างแบบนี้ เรียกว่าสมถะ
แต่ถ้าอารมณ์มากระทบจิต ตัวรู้ทำหน้าที่รู้
แล้วอารมณ์นั้นหลุดเอง โดยไม่ต้องพยายามใดๆ
นี้เป็นวิปัสสนาญาณ
เพราะไม่มีสังขารจิตมาปรุงต่อนั้นเอง
หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท
เมื่อปลงอารมณ์ตกต่ำทางใจได้ จึงชื่อว่าเป็นภิกษุ
เมื่อบุคคลปลงผม หนวดเคราออกหมดแล้ว
และได้ครองผ้ากาสาวพัสตร์เรียบร้อยแล้ว
ก็นับว่าเป็นสัญญลักษณ์แห่งความเป็นภิกษุได้
แต่ยังเป็นได้แต่เพียงภายนอกเท่านั้น
ต่อเมื่อเขาสามารถปลงสิ่งที่รกรุงรังทางใจ
อันได้แก่อารมณ์ตกตํ่าทางใจได้แล้ว ก็ชื่อว่าเป็นภิกษุในภายในได้
ศีรษะที่ปลงผมหมดแล้ว สัตว์เลื้อยคลานเล็กน้อยเช่นเหา
ย่อมอาศัยอยู่ไม่ได้ฉันใด
จิตที่พ้นจากอารมณ์ ขาดจากการปรุงแต่งแล้ว ทุกข์ก็อาศัยอยู่ไม่ได้ฉันนั้น
ผู้มีปกติเป็นอยู่อย่างนี้ควรเรียกได้ว่าเป็น "ภิกษุแท้"
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
ดูจิตก็ไม่ได้ ดูกายก็ไม่ได้ ให้ทำความสงบไว้
ดูจิตได้ให้ดูจิต ดูจิตไม่ได้ให้ดูกาย
ดูจิตก็ไม่ได้ ดูกายก็ไม่ได้
ให้ทำความสงบไว้ ทำสมถะ
ทำสมถะก็เพื่อให้มีแรง
ดูกายเพื่อให้เห็นจิต
ดูจิตเพื่อให้รู้แจ้ง
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
คนพาลจริงๆ คือตัวเรา ตัวความคิดเรา
คนพาลไม่ใช่นาย ก นาย ข นักเลงการพนัน นักเลงเจ้าชู้
นักเลงเที่ยวกลางคืน นักเลงผู้หญิง นักเลงดื่มสุรา
นั่นเรียกว่าเป็นคนพาลภายนอ
ก
คนพาลจริงๆ ก็คือตัวเรานี่ ตัวความคิดเรานี่
เช่น ถ้าเราคิดไม่ดี ความคิดไม่ดีก็พาเราไปโกรธ
...
พาเราไปโลภ พาเราไปหลง พาเราไปเกิดกิเลสตัณหา เป็นต้น
การคบบัณฑิต คืออะไร คือ มีความคิดที่ดีอยู่ในจิตใจข
องเรานี่เอง...
หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)