อยากรู้พระพุทธเจ้าสอนอะไร ให้ดูจิต
พระธรรมของพระพุทธเจ้านั้น ไม่อาจค้นพบได้ด้วยตำราต่าง
ๆ
ถ้าท่านต้องการจะรู้เห็นจริ
งด้วยตัวของท่านเองว่า พระพุทธเจ้าตรัสสอนอะไร ท่านไม่จำเป็นต้องวุ่นวายกั
บตำรับตำราเลย
จงเฝ้าดูจิตของท่านเอง
พิจารณาให้รู้เห็นว่า ความรู้สึกต่างๆ (เวทนา) เกิดขึ้นและดับไปอย่างไร ความนึกคิดเกิดขึ้นและดับไป
อย่างไร อย่าได้ผูกพันอยู่กับสิ่งใด
เลย
จงมีสติอยู่เสมอ เมื่อมีอะไรๆเกิดขึ้นให้ได้
รู้ได้เห็น
นี่คือทางที่จะบรรลุถึงสัจจ
ธรรมของพระพุทธองค์
หลวงปู่ชา สุภัทโท
ชอบอิฏฐารมณ์คือชอบทุกข์
บุคคลชอบอิฏฐารมณ์ (อารมณ์ที่น่าปรารถนา) ก็ชื่อว่าชอบทุกข์นั่นเอง เมื่อชอบทุกข์ ก็ชื่อว่าไม่เบื่อหน่ายในทุกข์...
หลวงปู่สาม อกิญจโน
การปล่อยวางไม่ใช่คิดเอานึกเอา
จิตใจไม่ถึงธรรม การปล่อยวางมันจะเกิดขึ้นได
้อย่างไร..
การปล่อยวางไม่ใช
่คิดเอานึกเอา
มันต้องมีพลังธรรม..พลังธรร
มที่ว่านี้แล ที่บอกให้พวกเราปฏิบัติๆๆๆๆ
ๆๆ นี้แล
พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ
การรู้ธรรม...
การรู้ธรรม โดยผู้อื่นมาแนะนำ ๑๐๐ ครั้ง ๑,๐๐๐ ครั้ง ก็สู้เรารู้เองเพียงครั้งเด
ียวไม่ได้
หลวงปู่หลุย จันทสาโร
ตัวละคือความรู้สึกที่บริสุทธิ์ล้วนๆ
อย่าไปสนใจกิเลส
มันจะเกิดหรือไม่เกิด ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
ให้สนใจความรู้ตัวที่บริสุทธิ์ล้วนๆ
เพราะว่าในความรู้สึกตัวล้วนๆ นั้น
ไม่มีราคะ โทสะ โมหะ...
เมื่อรู้ผนึกแน่นอนอย่างนี้แล้ว
พอกระทบกับอารมณ์ที่เป็นราคะ โทสะ โมหะ ก็จะไม่เอาเอง
ไม่มีใครละ ราคะ โทสะ โมหะได้
ตัวละไม่ใช่เรา ตัวละคือความรู้สึกที่บริสุทธิ์ล้วนๆ
เขมานันทะ
เรียนเรื่องใจจบแล้ว คือพระอเสขะ
ถ้าเรียนเรื่องใจจบแล้ว ท่านว่า นั่นแหละ พระอเสขะ ผู้ไม่ต้องศึกษา จบในการศึกษา แต่ถ้านอกจากนั้นแล้ว ถึงจะเรียนปริญญาเอกกี่ร้อยกี่พันใบก็ยังไม่จบ ยังเป็นเสขะอยู่ ยังต้องศึกษา ศึกษาเรื่องนั้น ศึกษาเรื่องนี้ ศึกษาตะครุบเงาไปเรื่อย
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก
ความสุขที่แท้จริง อยู่ที่การทำใจให้สงบ
ความสุขที่แท้จริง
มันอยู่ที่การทำใจให้สงบ
ความสุขอย่างอื่นนั้นมันไม่แน่นอนหรอก
มันอิงอาศัยวัตถุต่างๆ ภายนอก
เมื่อวัตถุเหล่านั้นแปรปรวนไปแล้ว
...
ความสุขนั้นมันก็หาย..
ส่วนความสุขอันเกิดจากความสงบนี่
ไม่ได้อิงอาศัยสิ่งใด
อิงอาศัยแต่ “สติ” กับ “สัมปชัญญะ” นี่แหละ
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
ยอมให้อารมณ์เป็นอารมณ์ ให้จิตเป็นจิต
ความยินดีและความยินร้าย
ความพอใจและความไม่พอใจ
เป็นเรื่องของอารมณ์ต่างหาก
ให้รู้จักแยกจิตออกจากอารมณ์
ยอมให้อารมณ์เป็นอารมณ์ ให้จิตเป็นจิต
นี่เราจะมีความสบายอยู่ตรงนี้
พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ
ภาวนาแล้วอยากเห็นภาพต่างๆ
บางคนภาวนา ไปอยากเห็นภาพต่างๆ เช่น นรก สวรรค์ เทวดา
การที่ได้เห็นสิ่งเหล่านี้ไม่มีอะไรแปลก
ที่ว่าไม่แปลกก็เพราะว่า เมื่อเราเห็นแล้ว
กิเลสของเราก็ยังอยู่เหมือนเดิม
บางคนแถมยังทำให้เกิดกิเลสเพิ่มมากขึ้นอีกเสียด้วย
...
คือถือว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ ที่สามารถเห็นสิ่งต่างๆ เหล่านั้นได้
เลยไม่ยอมกราบไหว้ใครทั้งสิ้น จนกลายเป็น สัคคาวรณ์ มัคคาวรณ์
ปิดกั้นทางมรรค ทางผล ทางนิพพาน ไปโดยปริยาย
หลวงปู่คำดี ปภาโส
ดูอารมณ์เท่ากับกำหนดดูใจ
ถ้าเรากำหนดดูอารมณ์ภายในใจก็เท่ากับเรากำหนดดูใจไปในตัว ใจมีอารมณ์แห่งความโลภก็ให้รู้ ใจมีอารมณ์แห่งความโกรธก็ให้รู้ ใจมีอารมณ์แห่งราคะก็ให้รู้…ให้เอาสติกำหนดเพ่งดูจุดของอารมณ์นั้นๆ ให้เห็นชัดภายในใจ ไม่นาน อารมณ์ภายในใจ ก็จะอ่อนกำลัง นี้เป็นอุบายวิธี ที่เราหนีไม่พ้น เราก็ต้องสู้แบบตัวต่อตัวด้วยกำลังสติ…
หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)