ใจนี้เองเป็นตัวอันธพาล



ใจนี้เองเป็นตัวอันธพาล..แต่มันไปวาดภาพว่า 
คนนั้นเป็นอันธพาลต่อเรา คนนี้เป็นอันธพาลต่อเรา
ตัวเราเป็นอันธพาลใหญ่ไม่ดูตัวเอง พอย้อนจิตเข้ามาดูนี้แล้ว 
อันธพาลนี้ดับปุ๊บ นอกนั้นไม่มี คือ ใจนี้เองเป็นตัวอันธพาล ให้พากันจำเอา 
ดูตั้งแต่ภายนอกไม่ดูตัวเอง ไม่เกิดประโยชน์อะไร ให้ดูตัวเอง

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

การอยู่เหนือความสำเร็จ คือความสุขแท้จริง



ความสำเร็จนำมาซึ่งความสุขก็จริง
แต่การอยู่เหนือความสำเร็จ 
หรือไม่หมกมุ่นติดยึดกับความสำเร็จต่างหาก 
คือที่มาแห่งความสุขที่แท้จริง

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ถ้าชนะตัวเอง ก็ชนะทั้งหมด



ถ้าเราเอาชนะตัวเอง
มันก็จะชนะทั้งตัวเอง 
ชนะทั้งคนอื่น
ชนะทั้งอารมณ์ ชนะทั้งรูป 
ทั้งเสียง ทั้งกลิ่น...
ทั้งรส ทั้งโผฎฐัพพะ
เป็นอันว่าชนะทั้งหมด

หลวงปู่ชา สุภัทโท

ใจเป็นเพียงตัวรู้ มันไม่มีตัวตน



          ใจเป็นเพียงตัวรู้ มันไม่มีตัวตน ไม่มีเพศ ไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีสมมุติบัญญัติ...คนเราติดสมมุติมันจึงไปยาก เวลามันสงบจริงๆ มันไม่มีสมมุติอะไร มันมีแต่รู้ หามันให้เห็น ดูให้มันชัด รักษาให้ดี รักษาใจอันเดียว ก็คือรักษาศีลทั้งหมด ทำให้มันเป็นสัณทิฏฐิโก....

                                                                                                   หลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก

เห็นกายเห็นใจ ก็พอที่จะพ้นทุกข์ไปได้



          ถึงแม้ว่าเราไม่มีปัญญามาก ขอแต่ว่ารู้กายรู้ใจของเราเท่านั้นก็พอ เราไม่ได้ปฏิสัมภิทา คือความแตกฉานในอรรถธรรม…ก็พ้นทุกข์ไปได้เหมือนกัน ขอแต่ว่ารู้ความจริงเท่านี้ก็พอ เห็นกายเห็นใจ เห็นความจริงอยู่อย่างนี้ ก็พอที่จะพ้นทุกข์ไปได้ 

                                                                                                      หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

ปล่อยทิ้งทั้งบาปและบุญ



รู้แล้วละ วาง ปล่อยทิ้ง และไม่อาลัย
และไม่ยึดมั่นธรรมต่างๆ
ธรรมที่เกิดขึ้นภายในจิต ทั้งฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว
บาปบุญเปรียบเหมือนมารยา เกิดขึ้นแล้วดับ 
ปล่อยทิ้งทั้งสอง

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

ผู้รู้เท่าทันสภาวะ ย่อมอยู่อย่างเป็นอิสระ




เมื่อดำรงชีวิตอยู่อย่างผู้ไม่รู้เท่าทันสภาวะ
ย่อมถูกฉุดลากให้กระเสือกกระสนกระวนกระวายไป
ตามภาพที่สร้างขึ้นลวงตนเองนั้น เรียกว่า อยู่อย่างเป็นทาส
แต่ผู้รู้เท่าทันสภาวะ ย่อมอยู่อย่างเป็นอิสระ
และสามารถถือเอาประโยชน์จากกฎธรรมดาเหล่านี้ได้

พุทธธรรมฉบับปรับขยาย
นิพนธ์ของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ตอน ๖๖

เมื่อมีทุกข์ให้ย้อนดูใจตัวเอง



          ความทุกข์นั้นไม่ได้อยู่ที่มีอะไรเกิดขึ้นกับเรา แต่อยู่ที่ว่าเราวางใจอย่างไร เมื่อตระหนักชัดว่าความยึดติด เป็นที่มาแห่งความทุกข์ แทนที่เราจะโทษสิ่งภายนอกว่าเป็นตัวการแห่งความทุกข์ เราควรจะย้อนกลับมาดูที่ใจของเราเอง ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผู้คนไม่ค่อยมองนัก เวลามีความทุกข์ ส่วนใหญ่จะโทษว่าเป็นเพราะคนอื่น...ยิ่งคิดก็จิตใจยิ่งขุ่นเคืองเพราะอยากตอบโต้ อยากแก้แค้น เกิดโทสะขึ้นมา นั่นเป็นเพราะเราไม่ได้ตระหนักเลยว่าตัวการแห่งความทุกข์นั้นอยู่ที่ใจของเรา

                                                                                           พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

บัณฑิตต้องฝึกตัวเอง มองตัวเอง แก้ตัวเอง


บัณฑิตต้องฝึกตัวเอง 
มองตัวเอง แก้ตัวเอง 
คนพาลเท่านั้นที่ไปแก้คนอื่น 
ไปห้ามคนอื่นไม่ให้เขาทำกับเรา
มันเป็นไปได้ยาก ทุกข์ก็ดีสุขก็ดี...
มันเกิดขึ้นจากตัวเรา 
โกรธก็ดี โลภก็ดี หลงก็ดี 
เกิดขึ้นจากตัวเรา 
แม้คนอื่นจะทำเรา 
มันเป็นเรื่องของเราที่จะไม่สุขไม่ทุกข์

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

โลกนี้มีแต่ทุกข์ 2 อย่าง



. . .จะเป็นสิ่งใดก็ตามที่เราประสบแล้ว
เรารู้สึกไม่พอใจ เราไม่ชอบใจ นั่นแหละเป็นทุกข์ไม่ปกปิด
เราประสบสิ่งใดแล้วเราคิดว่าเป็นสุข
รู้สึกเป็นสุข ดีอกดีใจ ชื่นใจชอบใจ นั่นคือ ทุกข์ปกปิด
ที่ว่าเป็นทุกข์ปกปิดก็เพราะว่ามันเป็นทุกข์อยู่
แต่เราไม่รู้ว่าเป็นทุกข์ เราสำคัญว่าเป็นสุข
พระพุทธเจ้าจึงเรียกว่า เป็นทุกข์ปกปิด
ก็ในโลกทั้งปวงมีแต่ทุกข์ ๒ อย่างนี้เท่านั้น
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในโลก
ล้วนแต่เป็นของไม่เที่ยงทั้งนั้น . . .

หลวงปู่เจือ สุภโร