ต้องรักษาใจเป็นงานอันดับแรก
"...เวลาเราทำงานอะไรอยู่
ถ้าเราสังเกตว่าใจเราเสีย
ก็ให้หยุดทันที
แล้วกลับมาดูใจของตนเอง
เราต้องรักษาใจของเราไว้
เป็นงานอันดับแรก.."
ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก
พระพุทธเจ้าสอนแต่ให้เห็นทุกข์
พระพุทธเจ้าสอนแต่ให้
เห็นทุกข์
และดับทุกข์ได้ ความทุกข์เกิดจากสภาวะที่เป็น
ถ้า "เห็น" ชื่อว่าถูกต้องแล้ว
เราเห็นมันคิดนั้นก็ถูกต้องแล้ว เห็นมันโกรธถูกแล้ว เห็นมันหลงนั้นเรียกว่าเห็นถูกแล้ว ถ้าเห็นธรรมชาติและเห็นอาการของรูปของนามก็ชื่อว่าเห็นถูกแล้ว ถ้ามีภาวะที่ “เห็น” ก็ลิขิตชีวิตตนเองได้ และเป็นบุญวาสนาแล้ว มีบารมีแล้ว
ถ้า “เป็น” ถือว่าหลง ถ้า “เห็น” ถือว่ารู้
รู้ตนคือบัณฑิต ถ้ารู้ตนมาก ก็ถือว่ารู้ผู้อื่นเช่นกัน
หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ
บางครั้ง...ไม่ใช่"ทุกข์"ที่อยู่ตรงหน้า
บางครั้ง...ไม่ใช่
"ทุกข์"
ที่อยู่ตรงหน้า
แต่เป็นความโง่ที่ไม่รู้จัก..
"ปล่อยวาง"
..
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ธรรมะแท้แห่งพุทธะ
ความมี
สติรู้ตัว
นั่นแหละ คือ
ธรรมะแท้แห่งพุทธะ
ที่เกิดขึ้นในจิตของเรา...
หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
หลักธรรมของพุทธะ กับตัวหนังสือไม่เกี่ยวกัน
หลักธรรมของพุทธะ กับตัวหนังสือไม่เกี่ยวกัน ตัวหนังสือเป็นเพียงเครื่องมือที่จะเรียนรู้
สิ่งที่จะเข้าใจหลักธรรมคือจิต คือตัวรู้
ไม่ใช่ตัวหนังสือ
ท่านเว่ยหล่าง
พิจารณาอายตนะเป็นไตรลักษณญาณ..
ผู้เจริญวิปัสสนาทั้งหลาย เมื่ออายตนะภายในและภายนอกมากระทบกันเข้า มีความรู้สึกเกิดขึ้น
ย่อมพิจารณาเป็นไตรลักษณญาณอย่างนี้ทุกขณะ
ไม่ว่าอิริยาบถใดๆ ทั้งหมด ถ้าพิจารณาจนชำนิชำนาญแล้ว มันจะเป็นไปโดยอัตโนมัติของมันเอง มีความรู้เท่าตลอดเวลา
จนเห็นว่าอารมณ์ทั้งปวง สักแต่ว่าอารมณ์
เกิดขึ้นมาแล้วก็ดับไปตามสภาพของมัน..
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี..
ไตรลักษณญาณไม่เกิด ยังเป็นมิจฉาสมาธิ
ถึงแม้ว่าบุคคลใดจะทำสมาธิได้ดี
จะได้รับความสุขขนาดไหนก็ตาม
หรือจะได้อภิญญาเพียงใดก็ตาม
ถ้า “ไตรลักษณญาณ” ยังไม่เกิดแล้ว
ก็ยังนับว่าเป็น มิจฉาสมาธิ
เป็นสมาธิที่ยังผิด ยังอยู่ในวงเขตที่ผิด
หลวงปู่คำดี ปภาโส
หยุดเพ่งโทษผู้อื่นเสีย
"
หยุดเพ่งโทษผู้อื่นเสีย"
เขาจะพูดจะทำอะไรก็ตาม ที่เป็นการกระทบกระเทือนถึงตนเองจริงหรือไม่ก็ตาม อย่าไปเพ่งดู
ให้ย้อนเข้ามาเพ่งดูใจตนเอง
ว่ากำลังมีสุขทุกข์อย่างไร มีอารมณ์อย่างไร
ใจจะสบายขึ้นได้ด้วยการเพ่งนั้น
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
เห็นเป็นเพียงสักแต่ว่าเห็น
สิ่งใดมันเกิดขึ้นมาก็ดูมันไปๆ
เห็นเป็นเพียงสักแต่ว่าเห็น
อย่ามองเป็นสัตว์บุคคล
ตัวตนเราเขาให้มาก
พยายามมองโลกนี้ให้เป็นของว่างเปล่า
ไม่มีเราไม่มีเขา มองข้ามสมมุติบัญญัติ
ปฏิบัติให้ได้ทุกกาลเวลาสถานที่นั้น
คือนักปฏิบัติอันแท้จริง
หลวงพ่อวิชัย เขมิโย
ให้เพียรดูจิตใจ
ให้เพียรดูจิตใจ
ถ้าบาปครอบงำก็รู้ ถ้าจิตผ่องใสก็รู้
ถ้าใจจะเผลอ สติก็รู้ก็ระลึกได้
จะโกรธจะว่าใคร สติก็จะคอยเตือนคอยห้ามและไม่ยึด
อโหสิกรรมให้เค้าไป บาปกิเลสก็จะเบาบาง
....ใจเศร้าหมองขุ่นมัว ก็คือทุกข์ คือบาป
ใจผ่องใสเบิกบาน ก็คือบุญ
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)