เจริญสติ ไม่ใช่เพื่อความสงบ แต่เพื่อความรู้ตัว



เจริญสติ เราไม่ได้ทำเพื่อความสงบ 
แต่เพื่อสร้างความรู้ตัว
รู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับกายและใจ 
รู้โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง 
ไม่ได้เอาความสงบ 
เพราะความสงบ มันไม่จีรังยั่งยืน 
มันขึ้นกับสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าเรารู้แล้ววาง รู้แล้ววาง
ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถสงบได้ทุกที่ 

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

รู้ละวาง หมายถึงเราต้องมีสติ



รู้ละวาง หมายถึง เราต้องมีสติ
ดูแลรักษาจิตของเราด้วยความปล่อยวางอยู่เสมอ
ถ้าจิตมีการดูแล มีการปล่อยวางอยู่
จิตก็จะมีความสบาย มีความปลอดโปร่งโล่งใจ
มีความสุขขึ้น 

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

เจริญสติเป็นนิตย์ จะสิ้นอาสวะ



เยสญฺจ สุสมารทฺธา 
นิจฺจํ กายคตา สติ 
อกิจฺจํ เต น เสวนฺติ 
กิจฺเจ สาตจฺจการิโน 
สตานํ สมฺปชานานํ 
อฏฺฐํ คจฺฉนฺติ อาสวา ฯ ๒๙๓ ฯ 

 ...ชนเหล่าใด เจริญสติในกายเป็นนิตย์ 
ไม่ทำสิ่งที่ไม่ควรทำ ทำเฉพาะสิ่งที่ควรทำเสมอ  
สำหรับชนผู้มีสติ สัมปชัญญะพร้อมมูลเหล่านั้น 
อาสวะมีแต่จะหมดไป 

พุทธวจนในธรรมบท

ทำดีกับผู้อื่น เท่ากับทำดีกับตนเอง



ทำดีกับผู้อื่น เท่ากับทำดีกับตนเอง

หลวงพ่อวิชัย เขมิโย

มันดับไป ถ้ารู้เท่าทันมัน



มันเกิดขึ้นมาแล้ว
เกิดดีเกิดชั่ว เกิดผิดเกิดถูก
มันก็ดับไป ถ้ารู้เท่าทันมัน

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

คำตำหนิเป็นทุกข์เพราะยึดติด



คำตำหนิไม่ทำให้เราทุกข์ได้เลย
หากเราไม่ยึดมันเอาไว้ 
ที่จริงเวลาเรามีความทุกข์
เพราะอารมณ์หรือคำพูดเหล่านี้ 
ถ้ารู้ตัว และพิจารณาให้ดีจะพบว่า 
สาเหตุแห่งความทุกข์ที่แท้ก็คือ 
ค ว า ม ยึ ด ติ ด นั่ น เ อ ง

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

อย่าปล่อยให้จิตฟุ้งซ่าน



          อย่าปล่อยให้จิตฟุ้งซ่าน จนกำหนดไม่ได้ว่า ขณะนี้อยู่ในอารมณ์อะไร เพราะนิวรณ์ ๕ หากระงับมันไม่ได้ มันก็ทำให้ปัญญาถอยหลัง คือ โง่ทุกครั้งที่นิวรณ์ครองจิต

                                                                                                            สมเด็จองค์ปฐม

ให้รีบตัด รีบละกิเลส



          กิเลสกองไหน ที่ทำให้จิตใจเศร้าหมองขุ่นมัว ให้รีบตัด รีบละออกไปเลิกไม่ได้ ละไม่ได้ ก็ให้นึกถึงความตาย ใครจะดุร้าย ป้ายสี ก็ให้นึกว่า เขาจะต้องตาย เราคือกายกับจิตก็ต้องตายจากกันไป จะมาโกรธ มาโลภ มาหลง มายึดหน้าถือตา ยึดอะไรต่อมิอะไรไปทำไม จงปล่อยวางให้มันหมดสิ้นไป..

                                                                                                    หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

หมั่นพิจารณาจิต จะพบธรรม


ผู้ใดหมั่นพิจารณาจิต
ผู้นั้นจะพบธรรมแท้ สุขแท้
นั่นคือ ที่สุดของผู้หยุดวัฏฏะ

คุณแม่จันดี โลหิตดี

การปฏิบัติจิตภาวนา เป็นการเช็ดกระจกให้หมดจดผ่องใส



          ถ้าเราเคยชินกับการมองผ่านกระจกหน้าต่างที่สกปรก  ทุกสิ่งที่เห็นก็จะดูหมองมัวน่าเกลียดไปด้วย  การปฏิบัติจิตภาวนา เป็นการเช็ดกระจกให้หมดจดผ่องใส  เป็นการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์  ยอมให้ทุกสิ่งเข้ามาในความรับรู้อารมณ์  แล้วยอมให้มันผ่านออกไป  และด้วยปัญญาของพระผู้มีพระภาคเจ้า  เราจะเฝ้าสังเกตความเป็นไปของสิ่งทั้งปวงตามที่เป็นจริง ไม่ติดที่ความงาม ไม่ติดที่ความบริสุทธิ์แห่งจิต  เพียงแต่กำหนดรู้ไว้เท่านั้น  การพิจารณาความเป็นไปของธรรมชาติด้วยปัญญาเช่นนี้  จะทำให้เราไม่หลงอีกต่อไป 

                                                                                                  พระอาจารย์สุเมโธ