รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เป็นแม่เหล็กใหญ่ของโลก
รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เป็นแม่เหล็กใหญ่ของโลก จะดึงให้มาเกิดอีก ตัวแก้คือปัญญา อยู่กับโลกแต่ไม่ติดกับสิ่งเหล่านี้
หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ
การพิจารณา ต้องทำใจได้
การพิจารณาที่สำคัญคือต้องทำใจได้ เพราะถึงแม้จะพิจารณาถูกต้องตามเป็นจริงแต่ทำใจไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์
หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ
ข้อคิดเกี่ยวกับการให้ทาน
บารมีแปลว่าทำให้มันเต็ม
หรือทำอะไรด้วยความเต็มอกเต็มใจไปทุกเรื่องนั้นเอง
เมื่อใดยังทำอะไรด้วยความไม่เต็มใจ บารมีในเรื่องนั้นก็ยังขาด
เช่น การให้ทานด้วยความไม่เต็มใจ
ให้น้อยๆ อาจจะเต็มใจให้ แต่ถ้าให้มากๆ ก็ชักลังเล
เช่น ให้หนึ่งบาท ก็มีใจให้เต็มที่
แต่ถ้าให้แสนบาท อาจจะต้องคิดมากหน่อย
และอาจให้อย่างไม่เต็มใจก็ได้
แต่ถ้าเรามีความเต็มใจให้เสมอเหมือนกันว่าจะให้หนึ่งบาท
หรือแสนบาทก็เต็มใจเท่ากัน
นั่นเรียกว่าทานบารมีเต็มแล้ว เพราะจะให้มากหรือน้อยก็ให้ได้...
ไม่มีความแตกต่างว่าให้มากหรือน้อย
นั่นคือความหมายของคำว่า บารมี
แม้ตัวอื่นๆ ก็มีนัยยะเดียวกัน...
หมายถึง การให้อภัยทาน การให้ธรรมทาน ด้วย
หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท
ให้พิจารณาละอารมณ์เสมอ
การที่ภาวนาจิตใจให้มันสงบลงไปได้ ก็เพราะมันเตือนใจของตนให้ละเรื่องภายนอกอยู่เสมอ ในเวลาที่ไม่ได้นั่งสมาธิภาวนา ก็ต้องเตือนใจให้ละอารมณ์ที่มากระทบทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ มันกระทบมาเวลาใด เราก็พิจารณากำหนดละมันในเวลานั้นไปเรื่อยๆ ให้จิตนี้เป็นปกติอยู่เสมอ
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
อัปปิจฉตา เป็นผู้มักน้อย
อัปปิจฉตา เป็นผู้มักน้อย
การมักน้อยที่พระพุทธเจ้าสอนนั้น
ไม่ใช่มักน้อยอะไร
มักน้อยในอารมณ์สัญญา
มักน้อยในกิเลสตัณหา
มักน้อยในสังขารการปรุงคิด
พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร
การกำหนดจิต ให้รู้เท่าทัน อย่าบังคับ
จิตใจนี้ก็เหมือนกัน
มันเป็นสภาพที่ดิ้นรนไปในอารมณ์ ซัดส่ายไปในอารมณ์...
การที่สติตามดูรู้เท่าทันจิตก็เหมือนกับเป็นคนเลี้ยงเด็ก...
ไม่ใช่ว่าเราไปบังคับจิตว่าอย่าคิด อย่าคิด บังคับเข้าไว้
มันก็จะเหมือนเด็กที่ถูกบังคับให้มันอยู่นิ่งๆ เด็กมันก็พาล...
เกิดความคับแค้นใจ อึดอัด มันยิ่งเกิดความฟุ้งมากยิ่งขึ้น
ฉะนั้นการกำหนดจิตนั้น ให้ตามดูรู้เท่าทัน อย่าไปบังคับ
โดยการยอมรับกับความเป็นจริงของจิตว่า
จิตนี้มีสภาพที่ไม่เที่ยง...จะต้องแปรเปลี่ยนไป...
จะเป็นผู้ที่ตามดูรู้ทัน ไม่บังคับ มันก็สงบของมันเอง
พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี
สมบัติของโลก ก็ต้องอยู่ในโลก
บรรดาสิ่งสมมุติที่เราไปยึดถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของเรานั้น
ก็จะได้เพียงชีวิตหนึ่งๆ เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสามี ภรรยา หรือสมบัติต่างๆ
เมื่อเราตายไปแล้ว เราจะยึดถือเป็นกรรมสิทธิ์ของเราอีกไม่ได้
เราจะเอาสิ่งต่างๆ เหล่านั้นติดตามไปสวรรค์ นรก หรือที่ไหนๆ ก็ไม่ได้
ตรงกับคำว่า “สมบัติของโลก ก็ต้องอยู่ในโลก”
หลวงปู่คำดี ปภาโส
การตัดกิเลสไม่จำเป็นต้องขาดทีเดียว
การตัดกิเลสบางทีมันไม่จำเป็นว่าจะต้อง ชัวะ ให้มันขาดทีเดียว แต่เราค่อยๆ เหมือนเวลาเราจะให้ต้นไม้มันตาย เราค่อยๆ เล็มรอบๆ ต้นมันก่อน ถ้ามันยังอยู่อีก เราก็ค่อยๆ เล็มรอบๆ มันอีก จนกว่ามันจะยืนต้นตาย กิเลสของเราก็เป็นเช่นนั้น ให้เราพิจารณาอยู่บ่อยๆ พิจารณาอยู่เนืองๆ พิจารณาอยู่เป็นนิจ มันขาดไปเอง ไม่รู้ตัวหรอก
พระอาจารย์ยุคลธรณ์ ธัมมปุตโต
พระธรรมอยู่ที่ไหน
ธมฺโม จ วินโย จ พระธรรมอยู่ที่ไหน
เดิมทีอยู่ที่กายพระพุทธเจ้า ที่ใจพระพุทธเจ้า
น้อมเข้ามาในกายของเรา ก็เป็นตัวเดียวกันนั่นแหละ
พระธรรมที่ใจของเรา วินัยก็ที่ใจของเรา
ธรรมนั้นคืออะไร รูปก็พระธรรม เวทนาก็พระธรรม
สัญญาก็พระธรรม วิญญาณก็พระธรรม
ตาก็พระธรรม หูก็พระธรรม จมูกก็พระธรรม
ปากก็พระธรรม กายก็คือพระธรรมนั่นแหละ
หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









