ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว


ถ้ารู้ความจริง
ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว
สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ
คือการที่ต้องกลับมาเกิด
ความตายเป็นสิ่งที่ทุกๆ คนต้องเจอ
หนีไม่พ้น เมื่อรู้ว่าจะต้องตายแน่นอน
ก็ไม่ควรประมาท เร่งปฎิบัติเรียนรู้ กาย-ใจ
จนวาง กาย-ใจ นี้ได้
แล้วจะถือว่าเรา
ได้เตรียมตัวก่อนตายแล้ว
หลังความตายก็จะไม่กลับมาเกิดอีก
เพราะจิตได้คลายความยึดมั่นแล้ว
จากธาตุ 4 ขันธ์ 5
นี่คือสิ่งที่ต้องเตรียมตัว
จริงๆ ต้องเตรียมตัวก่อนตาย
ไม่ควรรอเวลาให้ความตายมาถึง
รีบเรียนรู้กายเรียนรู้ใจ
จนปล่อยวางได้จริงๆ
เมื่อถึงเวลานั้น ความเป็นความตายจะมาถึง
ก็ไม่ได้สนใจแล้ว เพราะรู้แล้วว่า
อะไรตาย อะไรไม่ตาย
ที่ตายเป็นเพียงร่างกายของจิต
จิตไม่ได้ตาย ถ้าจิตเข้าสู่อริยมรรค
อย่างน้อยพระโสดาบัน
ภพชาติที่ยังเหลือก็ไม่เกิน 7 ชาติ
ถ้าโชคดีเข้าสู่พระอรหัตตผล
เมื่อถึงตอนนั้น การเสียชีวิต
ก็ไม่เสียดายแล้วกับร่างกายเน่าๆ นี้
ให้ฝึกฝนเรียนรู้ สังเกตและชำเลืองรู้
จนรู้หายสงสัยและอิสระขึ้นนะ
พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

13 พ.ค.69



 

ลืมดูแลใจหรือเปล่า


น้ำดื่มคุณต้องกรอง
จะกินอาหารคุณก็นับแคลอรี่
แต่คุณกลับปล่อยให้จิตใจของตัวเอง
หมกมุ่นอยู่กับ การนินทา ดราม่า
และความกลัว
จงให้อาหารจิตใจด้วยความสงบ
จงให้อาหารจิตใจด้วยปัญญา
จงให้อาหารจิตใจด้วยความนิ่ง
เพราะนั่นคืออาหารเพียงอย่างเดียว
ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ
ได้อย่างแท้จริง
The Modern Mind Detox:
You filter your water.
You count your calories.
But you let your mind binge on
gossip, drama and fear.
Feed it peace. Feed it wisdom.
Feed it stillness.
Because that's the only diet
that truly transform your life.
Fb.Buddha's Teaching

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

13 พ.ค.69



 

ความคิดควรเป็นผู้รับใช้ชีวิต


ความคิดควรเป็นผู้รับใช้ชีวิต
แต่เราปล่อยให้ชีวิต
เป็นผู้รับใช้ความคิดเสียมากกว่า
จิตใจเลยปั่นป่วนเศร้าหมองอยู่ตลอดเวลา...
ผู้ที่ได้เห็นความประณีตความงดงาม
ของจิตที่เป็นอิสระจากความคิด
จะมีกำลังใจในการภาวนา
พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

13 พ.ค.69



 

แท้จริงสิ่งที่ต้องเห็น


Mora, Sweden
หลงว่าเพียรแล้วจะพ้น จะรู้เอง
หลงว่ารู้มากแล้วจะถึงธรรมเอง
พยายามละตัวละตน ไม่มีตัวตน
แต่ลืมไปว่า คนที่คิดจะละไม่เคยหาย
แท้จริงสิ่งที่ต้องเห็น
คือทุกอย่างไม่เคยอยู่ได้จริง
เกิดขึ้น แล้วดับไป
ไม่มีอะไรควรยึดถือ
ไม่มีผู้เป็นเจ้าของรู้ ไม่มีผู้เพียร
เมื่อเห็นตามความจริง
ใจจะปล่อยเอง โดยไม่ต้องฝืน
หมดความหลง เหลือแต่ธาตุ
ธรรม ไม่มีใครได้อะไร มีแต่เธอหายไป
เธอจะยอมไหม ธรรมไม่เคยถาม
จึงไม่เหลือแม้แต่ผู้ยอม
พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

13 พ.ค.69



 

เราไม่ได้มีหน้าที่ไปแก้ไขใคร


เราไม่ได้มีหน้าที่ไปแก้ไขใคร
หน้าที่เดียวที่เรามี
คือสำรวจและแก้ไขตัวเอง
การพยายามเปลี่ยนคนอื่น
คือความยุ่งยาก แต่การปรับที่ใจเราเอง
คือจุดสิ้นสุด...ของปัญหา
หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธัมโม
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

13 พ.ค.69



 

ทฤษฎีวิถีเต่า...


ทฤษฎีวิถีเต่า...
เต่าไม่รีบร้อน
เต่าไม่ตื่นตระหนก
เต่าไม่เปรียบเทียบ
เต่าเคลื่อนไหวอย่างมีสติ—
ทีละลมหายใจ ทีละก้าว
ไม่ว่าจะเสียงดังหรือเงียบ
เต่าก็ยังคงมั่นคง
และความมั่นคงนั้นเอง
ที่นำพาเต่าไปข้างหน้า
เพราะเส้นทางไม่ได้เกี่ยวกับความเร็ว—
แต่เกี่ยวกับความสมดุลในตัวเอง
คุณไม่จำเป็นต้องกดดันชีวิต
คุณแค่ต้องคงความสม่ำเสมอ
สงบ และมีสติ
ความก้าวหน้าช้าๆ
ก็ยังถือเป็นความก้าวหน้า
และเมื่อคุณหยุดไล่ตามจังหวะของผู้อื่น
คุณก็จะเริ่มเดินบนเส้นทางของตัวเอง—
และนั่นคือจุดเริ่มต้น
ของความก้าวหน้าที่แท้จริง
The Turtle Theory..
Turtles don’t rush.
They don’t panic.
They don’t compare.
They move with presence— one breath, one step at a time.
Through noise or silence,
they remain steady.
And that steadiness carries them forward.
Because the path isn’t about speed—
it’s about alignment.
You don’t need to force life.
You need to stay consistent,
calm, and aware.
Slow progress is still progress.
And when you stop chasing
the pace of others,
you begin to walk your own path—
and that is where real progress begins.
Fb.Buddha's Teaching

ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

13 พ.ค.69


 

คนหลงสิ่งที่รู้


Mora, Sweden
คนหลงสิ่งที่รู้
ก็เหมือนเด็กสร้างปราสาททรายริมทะเล
ทั้งที่รู้ว่าเดี๋ยวคลื่นก็ลบหมด
แต่ยังนั่งร้องไห้
ตอนทะเลเอาคืนไป
สิ่งทั้งหลายก็เหมือนกัน
เกิดขึ้นชั่วคราว ชั่วขณะ
แล้วคืนกลับสู่ธรรมชาติเดิม
มีแต่ใจ
ที่เอาปากกาไปเขียนคำว่า “ของกู”
ลงบนสายน้ำ พอน้ำไหลต่อ
ก็หาว่าโลกทำร้ายตัวเอง
เหมือนคนรู้ธรรม
รู้ว่าไม่ใช่เรา รู้ว่าเป็นมายา รู้ว่าเกิดดับ
น่าจะหมดทุกข์ พ้นทุกข์แล้ว
แต่ทำไม
ที่รู้มานั้น ยังรู้แบบเด็ก แค่ความจำไหม
ยังไม่เคยเห็นเอง
เมื่อเห็นจนแจ้ง
ก็หมดผู้รู้แจ้ง หมดผู้ทุกข์ หมดเรื่องราว
พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

13 พ.ค.69



 

ความเป็นปกติของจิต


ความเป็นปกติของจิต
คือจิตรู้เท่าทันความยินดียินร้าย
ที่เกิดจากสิ่งที่มากระทบ
ทั้งทางกายและใจ
ปกติของจิตที่มีความสุข
เพราะไม่ไปเกาะเกี่ยวกับสิ่งใด
ทรงอยู่ด้วย สติปัญญา
เพราะเห็นทุกข์เห็นโทษ
เมื่อจิตถลำไหลไปจับ
ไปเกาะเกี่ยวกับอารมณ์
แตกต่างจากสุขที่ต้องนำเข้ามา
(สุขเวทนาจากกามคุณทั้งหลาย
หรือแม้แต่สุขจากฌานที่ต้องทำเอา)
ที่ต้องแบกไว้
สุขนี้เพราะวางทุกข์ลงไปจึงสุข
ตามปกติของจิตเอง
พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

13 พ.ค.69


 

ในโลกนี้จะไม่มีอะไรที่เป็นเราอีก


เราใช้ร่างกาย จิตใจของเรา
ใช้ตัวเราเป็นตัวแทนในการศึกษา
วันใดที่เข้าใจตัวเองอย่างแจ่มแจ้ง
ก็จะเข้าใจโลกทั้งโลกอย่างแจ่มแจ้งด้วย
วันใดที่เห็นว่าร่างกายจิตใจนี้ไม่ใช่เรา
ในโลกนี้จะไม่มีอะไรที่เป็นเราอีก
วันใดที่เข้าใจว่าร่างกายจิตใจนี้ ในขันธ์ห้านี้
เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เราก็จะเข้าใจว่าโลกทั้งโลกเป็นอย่างนั้นด้วย
อาจารย์ประสาน พุทธกุลสมศิริ
คอร์สนานาชาติ ชลบุรี
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

13 พ.ค.69