อยู่อย่างไรให้ใจเบา?


อยู่อย่างไรให้ใจเบา?

เวลาเรารู้สึกไม่ชอบอะไรสักอย่าง
ปัญหาจริงๆ อาจไม่ได้อยู่ที่สิ่งนั้น
แต่เป็นความรู้สึกไม่ชอบของเราต่างหาก
พูดอีกอย่างก็คือ สิ่งนั้นไม่ได้สร้างปัญหา
หรือก่อความทุกข์ให้เรา
มากเท่ากับความรู้สึกไม่พอใจมัน
ปัญหาจึงอาจไม่ได้อยู่ที่คนอื่นหรือสิ่งอื่น
แต่อยู่ที่ความรู้สึกในใจของเราต่างหาก

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ภาพ Pinterest 

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

20 เม.ย.69


 

เคล็ดลับการทำสมาธิ


เคล็ดลับการทำสมาธิ
การทำสมาธิ
ไม่ใช่การปิดสวิทช์ความคิดของคุณ
(โชคดีที่ไม่เป็นอย่างนั้น) แต่เป็น
การเปลี่ยนความคิดเสียใหม่
หากคุณพบตัวเองเผลอคิดฟุ้งซ่าน
ไป 20 ครั้งในระหว่างการทำสมาธิ 5 นาที
และดึงตัวเองกลับมาได้ 20 ครั้ง
นั่นคือการทำสมาธิที่ประสบความสำเร็จ
ไม่ใช่ความล้มเหลว
ตราบใดที่คุณยังคงจดจ่อ
อยู่กับสิ่งที่คุณกำหนด
และรู้เท่าทันได้เมื่อมันเผลอคิดฟุ้งซ่าน
คุณก็กำลังทำสมาธิอยู่
เรียกว่าเป็นการฝึกฝน
เพราะเหมือนกับทักษะ
หรือการออกกำลังกายอื่นๆ
ยิ่งคุณฝึกฝนมากเท่าใด
ก็ยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น
และเมื่อคุณทำได้ดี
ในระหว่างเวลาทำสมาธิที่กำหนดไว้
คุณจะพบว่าตัวเองได้ใช้มันตลอดทั้งวัน
เหมือนกับการยกน้ำหนัก
ที่ทำให้คุณแข็งแรงขึ้นทั่วร่างกาย
การทำสมาธิก็ทำให้คุณมีสติ
ในทุกด้านของชีวิต
Meditation is not about turning off your thoughts (good luck with that), it's about redirecting them.
If you catch yourself drifting away 20 times in a 5 minute meditation
and you bring yourself back 20 times, that's a successful meditation, not a failure.
As long as you stay focused on what you want to focus on
and catch the mind when it drifts away, you are meditating. It's called a practice
because like any other skill or exercise, the more you work at it, the easier it gets.
And when you get good at it during during your designated meditation meditation time,
you find yourself using it all day long. Just like weight lifting makes makes you stronger in general, meditation makes makes you mindful in every area of your life.
Buddhist Boot Camp
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

20 เม.ย.69


 

บุคคลผู้ยินดีในนิพพาน


๓. บุคคลผู้ยินดีในนิพพาน
ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
คนส่วนมากไม่ยินดีในนิพพาน
คือความดับกิเลส
แต่ยินดีในอาลัยคือกามคุณ
มีความอาลัยอย่างยิ่งในกามคุณ
กามคุณหรือตัณหาเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์
จึงเท่ากับยินดีในทุกข์นั่นเอง
อนึ่ง คนส่วนมาก
ยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ ๕ ว่า
เป็นเราเป็นของเรา
ข้อนี้ก็เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์เช่นกัน
สมพระพุทธภาษิตที่ว่า
ปญฺจุปฺปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา
อุปทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์โดยรวบยอด
กล่าวคือ
ตราบใดที่ยังยึดขันธ์ ๕
ว่าเป็นเรา เป็นของเรา
หรือเป็นตัวตนอยู่
ก็ย่อมจะมีทุกข์อยู่ตราบนั้น
ตามความเป็นจริงแล้ว
สิ่งเหล่านี้เป็นอนัตตา
เมื่อไปถือผิดกับความเป็นจริงเข้า
ก็เป็นทุกข์เพราะไปฝืนกระแสธรรมดาเข้า
…
ผู้เห็นโทษของกิเลสตัณหา
อันเป็นต้นตอแห่งทุกข์แล้ว
ปล่อยวางขันธ์ ๕ แล้ว น้อมจิต
ไปเพื่อคลายกิเลสดับตัณหา
ไม่ยึดมั่นในขันธ์ ๕
ชื่อว่ายินดีในนิพพาน
อันเป็นสภาพดับเพลิงกิเลสและเพลิงทุกข์
เมื่อยินดีในนิพพาน
และพยายามดำเนินตามทาง
เพื่อให้ถึงนิพพาน ก็ย่อมเข้าถึงวันหนึ่ง
เมื่อถึงนิพพานแล้ว
ก็ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
เพราะฉะนั้น ผู้ยินดีในนิพพาน
จึงชื่อว่าย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
สรุปว่า ศรัทธาเป็นเพื่อนของคน
ปัญญาย่อมคุ้มครองเขา
ผู้ยินดีในนิพพาน
ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
ดังพรรณนามาฉะนี้
🔸🔸🔸
*ทุติยสูตร
๒๕ เพื่อนของคน*
(พระพุทธภาษิต : พระไตรปิฎก เล่ม ๑๕ ข้อ ๑๗๕)
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69


 

คัมภีร์ตัีกม้อ


เนื่องจากมีผู้สนใจคำสอนของท่านโพธิธรรม (ปรมาจารย์ตั๊กม้อ)
จากบทความของ อ.สุวินัย ภรณวลัย ที่นำมาลงค่อนข้างมาก
จึงขอเชิญท่านไปศึกษาฉบับเต็ม ในเฟซบุ๊ค ของ อ.สุวินัย ตามนี้ค่ะ
● คัมภีร์ตั๊กม้อ (1) โลหิตสูตร
● คัมภีร์ตั๊กม้อ (2) สี่การปฏิบัติเข้าสู่มรรคมหายาน
● คัมภีร์ตั๊กม้อ (3) ทำลายรูป
● คัมภีร์ตั๊กม้อ (4) รู้แจ้งธรรมชาติแท้ของจิต
● คัมภีร์ตั๊กม้อ (5) ตั้งจิตให้สงบ
● คัมภีร์ตั๊กม้อ (6) หกคำถามแห่งเส้าซื่อ
● คัมภีร์ตั๊กม้อ (7) ปราณชำระกระดูก

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69


 

ถ้าอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เกิดใหม่อีกครั้ง


ถ้าอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เกิดใหม่อีกครั้ง
ก่อนที่จะเสียชีวิต มีคนพูดกับอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ว่า
“ถ้าคุณเกิดใหม่ ผมมั่นใจว่าคุณอยากจะเป็นนักฟิสิกส์
และนักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่อีกครั้งแน่นอน”
เขาตอบว่า "ไม่ ไม่มีทาง! ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง
แทนที่จะเป็นนักฟิสิกส์ ผมอยากเป็นช่างประปา
ผมอยากใช้ชีวิตธรรมดาๆ ไม่เป็นที่รู้จัก
เพื่อที่ผมจะได้มีความสุขกับชีวิตได้ง่ายขึ้น
โดยไม่มีใครมาขัดขวาง ไม่มีชื่อเสียง เกียรติยศ
งานวิจัย มาเป็นเครื่องขัดขวาง
เพื่อผมจะได้มีปฏิสัมพันธ์กับชีวิตอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น"
Osho on Albert Einstein
ที่มา เพจ The Courage to Awaken
ชื่อเสียง เกียรติยศ เงินทอง ความสำเร็จ
ที่ทุกคนปรารถนา
สำหรับผู้ที่เห็นความจริงแล้ว
ไม่มีคุณค่าใดๆ เลย

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69