เห็นใจที่หลุดพ้น



วัตถุมงคล ของขลังใดๆ
ก็ไม่ช่วยรอดจากคุก
คุกสังสารวัฏ
ของขลัง “ขัง” จริงๆ
ยิ่งทำให้จิตนั้นอ่อนแอ
ก้อนหิน ต้นไม้ รูปปั้น 
.
แต่เมื่อเห็นความเป็นจริง 
ใจที่กล้าหาญ เผชิญสิ่งที่ดีและร้าย
เห็นไปตรงๆ ไม่ร้องขอจากใครช่วย
เธอจะมีปัญญา หลุดพ้น 
ผ่านสิ่งที่ดีและ ร้าย 
และเห็นธรรม
.
มันก็เป็นโปรแกรม 
ถ้าเธอเชื่อสิ่งใด
มันก็ข้ามภพข้ามชาติ เกิดกี่ชาติๆ 
ก็ร้องขอลูกช้าง งู ก้อนหิน ต้นไม้ 
อะไรๆ ก็กราบหมด
สิ่งเหล่านี้จะมาช่วยเธอได้ไหม
.
ที่อาจารย์บอกก็อยากให้เธอ
เห็นความเป็นจริงว่า
ไม่มีอะไรช่วยเธอได้ 
แต่ที่ช่วยเธอได้ก็มาจากเธอ
บางคนอาจจะไม่ชอบ มันฝืนใจ 
ไม่ตรงใจหลายคน
.
ที่อาจารย์บอก ก็สะกิด
กระแสโลกมันแรง กระแสสังสารวัฏ
ถ้าเธอไม่เห็นภัยสังสารวัฏ
ก็จะเผลอไปเป็นนักเดินทางทันที
.
อุดส่าห์มีคนมาชี้ แต่ก็แพ้ความรู้สึกที่ผุดขึ้นมา 
อาจารย์อยากให้เห็นใจที่หลุดพ้น
จากอารมณ์ทั้งปวง อุปาทาน สิ่งที่เธอยึดถือ
นั้นยิ่งกว่า การมีของขลังใดๆ  
.
เวลาทุกข์ ก็ทุกข์จากไหนเล่า
ภพชาติเธอน้อยลง ใจไม่อ่อนแอ
ไม่ติดอยู่ในคุกสังสารวัฏ 
ก็มาจากจิตที่ไม่อ่อนแอ
ตอนก่อนจะตุย มันเศร้า ทุกข์ระกำทรวง 
ร้องขอ ช่วยลูกช้าง ลูกม้า ด้วย 
นึกถึงดวงจิตจะอ่อนแอขนาดไหน 
หรือ
ถ้ามีปัญญา  
รู้ว่ารูปนี้ นามนี้ อารมณ์นี้  
ความคิดนี้มิใช่เรา
ก็จะมีแรง อิสระจาก แรงดึงดูด แรงกรรม 
.
แต่จะเห็นแบบนี้ได้  ก็
อย่าเพิ่งทำอะไรตามใจ ตามความคิด
แต่เห็นใจ เห็นความคิด ที่มิใช่เรา
นั้นจึงเห็นธรรม
.
เมื่อเห็นธรรม “ของขัง” ในตัวจะหมดไป
แต่ที่ขังคุกนี้  ก็คือรูปนามกายจิต 
ก็เยอะพอแล้ว
แต่สิ่งที่ขังเธอ ก็ที่เธอคิดว่า มันขลัง
นั้นก็จะบดบัง มิให้เธอมาเห็นมาสนใจธรรม
มันไม่สนใจธรรม  ไม่สนการหลุดพ้น 
แต่มันจะเรียกร้องหาของขัง 
มันฝังไว้ในจิต ในดีเอ็นเอ 
ข้ามภพข้ามชาติเลย
. 
เกิดมาไม่ต้องไปบอกมันก็เชื่อทันที 
วิ่งหาทันที  ใครบอกอะไรเชื่อหมด
แต่ถ้าใครสอนธรรม
มันทนฟัง 10 นาทียังไม่ได้เลย

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by wal_172619 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


12 ก.ค.67


 

ถอนเราออกจากตัวสมุทัยอยู่เสมอ


ถอนเราอยู่เสมอ
ถอนเราออกจากคำว่า “สังขาร” อยู่เสมอ
อย่าไปยึดสังขารเป็นความปรุงความแต่ง
ตัวสมุทัยนั้นอย่าไปยึด
ถอนเราออกจากสมุทัย
ถอนเราออกจากตัวสมุทัยอยู่เสมอ
ไม่มีอะไรเป็นสมุทัย
นอกจากตัวปรุงตัวแต่งตัวนี้ล่ะเป็นเหตุ
เหตุที่สมมุติกันว่าเป็นเหตุให้เกิดทุกข์
เปลื้องออกมาให้ได้
จิตที่เปลื้องออกมาได้นั้น
ไม่ต้องพูดว่าเป็น นิโรธ
ไม่ต้องพูดมันก็เป็น
เพราะเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์มันไม่มี

หลวงปู่แบน ธนากโร

Image by jggrz from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


12 ก.ค.67


 

คําว่าอนัตตา คือ...


..พระพุทธเจ้าสอนเราเรื่อง “อนัตตา”
อนัตตาไม่ได้แปลว่าไม่มีอัตตา
ไม่มีอัตตา เป็นคู่ตรงกันข้ามกับ อัตตา
แต่อนัตตาคือ เหนือทั้งไม่มีอัตตา
และมีอัตตา
คําว่าอนัตตา คือ ว่างจากความเป็นสัตว์ 
ตัวตน บุคคล เรา เขา
นี่คือสัมมาทิฏฐิโลกุตระข้อแรก
ในอริยมรรคมีองค์ 8…

Camouflage

จากหนังสือ มีใครอยู่ข้างในมั้ย?

Image by dimitrisvetsikas1969 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

รู้ซื่อๆ ดูเหมือนโง่แต่ที่จริงแล้วฉลาดที่สุด



ตัวรู้ซื่อๆ ตัวเดียว มันครอบคลุมทั้งหมด 
สักแต่ว่าเห็น สักแต่ว่าได้ยิน สักแต่ว่ารู้ 
โดยที่ไม่ปรุงแต่ง
 
บางคนถามว่าสักแต่ว่าเฉยๆ 
มันจะกลายเป็นคนโง่หรือไม่? 
อาตมาจึงให้ไปหาไม้มา 
อันหนึ่งตรง อันหนึ่งคด 
แล้วแทงลงไปในดิน 
ไม้ที่คดแทงไม่เข้าเพราะมันงอเสียก่อน 
อีกอันหนึ่งเป็นไม้ตรงๆ 
แทงลงไปในดินได้ลึกเลย 
ตรงๆ แบบนี้มันไปลึก 
ถ้าไม่ตรงมันไปไม่ลึก 

จิตที่คดเลยโง่ จิตที่ฉลาดจริงๆ 
จะแทงตรงได้ลึก 
จิตที่ซื่อๆ ตรงๆ เป็นคนฉลาดมาก 
ฉลาดแบบคมในฝัก 
คนคดฉลาดแบบนอกฝัก 
ยิ่งโชว์ก็ยิ่งเห็นว่ามันคด

ถ้าเราหาคำตอบจากความคิด 
ปัญญามันจะคด 
แต่ถ้าเราหาปัญญาจาก
การรู้ซื่อๆ ตรงๆ มันลึก 
เข้าใจอะไรได้ละเอียด 
แต่เราไม่แสดง รู้แต่ไม่พูด 
การรู้ซื่อๆ ตรงๆ ดูเหมือนคนโง่ 
แต่เป็นวิธีที่ฉลาดที่สุด

หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

Image by CDD20 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

“ความว่าง”

 


“ความว่าง”
ไม่ใช่ ความมี กับ ความไม่มี
ความว่าง เหนือนั่นไปอีก
เหนือความมีหรือความไม่มี
ความมี ความไม่มี เป็นคู่กลับ
กลับไป กลับมา
แต่ความว่างเหนือนั่นไปอีก
“ว่าง” คือ ความไม่ยึดถือ
ถ้าไปยึดถืออะไรแล้ว เรียกว่า “ไม่ว่าง”
.
ท่านพุทธทาสภิกขุ

Image by pizar_heryanto from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



เมื่อนั้นแหละ คือ พุทธะ


มีโยมพูด  ฉันไม่คิด ฉันไม่ปรุงแต่งแล้ว
ที่รู้ว่าฉันไม่มีความคิด ไม่ปรุง
นั้นแหละ คิดไปแล้ว ปรุงไปแล้ว
ว่า ตัวเองไม่มีความคิด ว่าฉันไม่คิด ฉันไม่ปรุง
เมื่อใดเธอคิดว่า เธออิสระ  ฉันอิสระแล้ว
เธอก็ไม่ได้อิสระในทันที
.
เมื่อใดเธอคิดว่าเธออยู่ในความว่าง 
เธอก็ไม่ได้อยู่ในความว่าง ซะแล้ว
เมื่อใดเธอคิดว่าเธอได้รู้ธรรมแห่งพุทธะของเธอ 
เธอก็ยิ่งห่างไกลจากพุทธะ
รู้ที่บริสุทธิ์ รู้ที่ธรรมชาติ รู้ตามความเป็นจริง
รู้ที่มีเธอใส่อะไรลงไป 
มันก็ไม่บริสุทธ์ มันก็ไม่ธรรมชาติ มันไม่ตามจริง
แต่มันตามใจเธอ 
.
ถ้าเธอรู้จักมายา รู้จักสมมุติ
เธอคือ ผู้รู้แจ้ง
เมื่อไหร่เธอคิดว่า " ฉันเป็นผู้รู้แจ้ง"
เธอก็คือ " ผู้ที่ยังหลงในมายาสมมุติ"

++++++++++++
เมื่อจิตไม่ต้องแสวงหา นั้นแหละจิตไม่เกิด
เมื่อไม่ยึดมั่นในอารมณ์
เมื่อนั้นแสดงว่าจิตไม่ถูกทำลาย
เมื่อนั้นแหละ คือ พุทธะ
++++++++++++

ความว่าง ความบริสุทธิ์  ความอิสระ  หนึ่งเดียว
ตัวรู้ สิ่งถูกรู้  รู้บริสุทธ์  รู้ตัวทั่วพร้อม 
ข้อธรรมอะไรๆ เรียกอะไรๆ ก็ตาม
เมื่อเธอนึกถึงสิ่งเหล่านี้เเธอก็ติดบ่วงมายาทันที
เมื่อเธอมีการกระทำใดๆ เธอ เชื่อว่ามีอยู่
ก็ตกเป็นนักแสดงหรือ ผู้เล่นทันที
ความหลุดพ้น อยู่ตรงหน้าเธอเอง 
แต่เธอไม่ยอม ติดแค่ความคิดที่เธอคิดว่าเป็นเธอ
เห็นว่าใครกำลังคิด 
จุดสำคัญที่ว่า ความคิดนั้นใช่เธอไหม
บางทีเรานึกว่าเราหลุดพ้นแล้ว 
แต่ไม่รู้ที่กำลังคิดอยู่นั้น ไม่ได้หลุดพ้นนะ 
เธอกำลังปรุงแต่ง โดยไม่รู้ตัว

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Photo by Niranjan _ Photographs on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

“เพียงรู้สึกตัว” อยู่ที่กายที่ใจ


ใจนี้เองก็เป็นธรรมชาติที่สะอาดใสอยู่แล้ว
เป็นเพียงแค่มีความขุ่นมัวทางภายนอก
มาปิดปกคลุมเป็นคราวๆ ไปเท่านั้นเอง

สิ่งที่มาปิดใจที่สะอาดใสนี้ก็คือความปรุงแต่ง
ต่อเมื่อสามารถรู้ทันความปรุงแต่ง
จนมันไม่สามารถ ที่จะเกาะใจได้ 
ใจนี้ก็สามารถที่จะรู้หรือสะท้อนภาพ
ของอารมณ์ทุกชนิดที่ผ่านเข้ามา
ตามที่เป็นจริง เห็นถึงความจริงของมัน
ไม่ถูกบิดเบือนไปเพราะความปรุงแต่ง

แล้วจะทำอย่างไร ?  
บางคนอาจถาม  ก็ตอบสั้นๆว่า ..
 “เพียงรู้สึกตัว” อยู่ที่กายที่ใจในปัจจุบัน 
เท่านี้จริงๆ นะ...

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

Image by pdimaria from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

เห็นทุกข์เห็นโทษแล้วมันก็ตัด


วิปัสสนา คือเมื่อจิตเราสงบ
แล้วก็เห็นที่เกิดแห่งสังขาร 
โอ เกิดจากจิตของเรา 
เราก็ดับสังขารที่จิตของเรา 
ก็ดับได้เพราะเหตุใด 
เราเห็นโทษแห่งสังขาร 
เห็นภัยแห่งสังขารทั้งหลาย 
เห็นทุกข์แห่งสังขารทั้งหลาย 
นี่มันจะดับได้ก็ตรงนี้ 
เมื่อเห็นทุกข์เห็นโทษแล้วมันก็ตัด 
จึงเรียกว่าเป็นวิปัสสนา 
ความรู้แจ้งเห็นจริง เห็นสัจจธรรม

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

Image by saeedkebriya from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

คนเราไม่ได้เป็นทุกข์เพราะ ความคิด


คนเราไม่ได้เป็นทุกข์เพราะ ความคิด
แต่คนเราเป็นทุกข์เพราะ ไม่รู้ทันความคิด
เมื่อเรารู้ทันความคิด 
จะเห็นความไร้สาระของความคิด 
ที่เป็นเพียงการทำงานประสานกันของ สัญญาขันธ์
สังขารขันธ์ และการรับรู้ของวิญญาณขันธ์
ที่สำคัญ คือเห็นความจริงว่า
มันเป็นของมันเอง หาได้เป็นเรา เป็นของเรา 
หรืออัตตาตัวตนใดๆ ของเราไม่ 
นั่นคือเห็นความเป็นอนัตตา

พระอาจารย์ครรชิต  อกิญจโน

Image by Pheladiii from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ธรรมทั้งปวงไม่อาจจะยึดมั่นถือมั่นได้


“สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย”
ธรรมทั้งปวงไม่อาจจะยึดมั่นถือมั่นได้ 
เพราะเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา 
เมื่อรู้เข้าใจความจริงของมัน 
ก็จะไม่ยึดติดถือมั่นสิ่งใดในโลก 
จึงไม่ร่านรนเร่าร้อน 
ก็จะสงบเย็นเป็นนิพพาน

☆ องฺ. สตฺตก. ๒๒/๕๘/๙๐

Image by GDJ from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา