เมื่อคุณเปลี่ยนจิตตัวเอง ทุกสิ่งที่คุณรับรู้ก็จะเปลี่ยน


กล่าวกันว่าพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรม
ถึง 84,000 พระธรรมขันธ์ 
เพื่อให้ผู้ซึ่งมีระดับปัญญาต่างกัน
ได้เข้าใจในอำนาจของจิต 
.
ข้าพเจ้าไม่ได้ศึกษาทั้งหมด 
ดังนั้นจึงกล่าวไม่ได้ว่าพระธรรม
มีจำนวนดังกล่าวแน่นอนหรือไม่ 
พระองค์อาจจะสอน 83,999 บท 
หรือ 84,001 บท ก็ไม่อาจรู้ได้ 
.
แต่สารัตถธรรมของพระองค์
อาจสรุปได้เพียงหนึ่งว่า 
“จิตคือแหล่งที่มาของประสบการณ์
รับรู้ทั้งปวง และถ้าเรา
เปลี่ยนทิศทางของจิตได้ 
เราก็จะสามารถเปลี่ยนคุณสมบัติ
ของทุกสิ่งที่เรารับรู้” 
.
เมื่อคุณเปลี่ยนจิตตัวเอง 
ทุกสิ่งที่คุณรับรู้ก็จะเปลี่ยนด้วย 
มันเหมือนกับคุณใส่แว่นตาสีเหลือง 
ทันใดนั้น ทุกสิ่งที่คุณเห็น
ก็จะเป็นสีเหลือง 
ถ้าคุณใส่แว่นสีเขียว 
ทุกอย่างที่คุณเห็นก็จะเป็นสีเขียว

ท่านมิงจูร์ รินโปเช

Photo by Jamie Street on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

หัดดูเฉยๆ ดูเขาไปอย่างนั้น


...ปกติถ้าอารมณ์ในใจไม่ดี 
เราก็จะเกิดความยินร้าย เกิดความไม่พอใจ 
หรือเกิดความทะยานอยากจะให้มันหาย 
อยากให้มันสงบ 
นี่เป็นการไปเติมเชื้อ 
เป็นการวางใจที่ไม่ถูกต้อง 
แทนที่กิเลสมันจะคลี่คลาย 
มันกลับเพิ่มมากขึ้น วุ่นวายใจมากขึ้น 
อยากจะให้มันสงบ 
พอมันไม่สงบ มันก็จะเกิดความเคียดแค้นใจ โกรธมากขึ้น
. 
เคล็ดลับก็คือว่า ต้องวางใจให้ถูก 
เวลากำหนดรู้ ดูใจ ดูอะไรก็ตาม ต้องปล่อยวางในที 
กำหนดดูอย่างปล่อยวาง อย่างไม่ว่าอะไร 
หรือจะเรียกว่า สักแต่ว่า ปล่อยวาง 
พยายามจะฝึกใจให้รู้อย่างปล่อยวาง วางเฉย 
.
เหมือนเราดูคนทะเลาะกันอยู่ 
เราก็ดูเขาเฉย ๆ 
เราอย่าไปวุ่น เราอย่าไปทะเลาะกับเขาด้วย 
ดูเด็กเล่นกันวุ่นวาย เราก็ดูมันเฉย ๆ ไม่ว่าอะไร 
.
เราดูกิเลส ดูอารมณ์ในใจ ดูอะไรในตัวเรา 
ก็หัดดูเฉยๆ ดูเขาไปอย่างนั้น ดูเฉยๆ 
ไม่ว่าอะไรจะเกิด ก็เกิดไป 
ถ้าเราทำใจ วางใจอย่างนี้ได้ เฉยๆ ได้ 
จิตมันก็จะพลิกกลับมาเป็นจิตที่ดีงาม 
มันจะซักฟอก ชำระ ปรับสภาพ 
สติสัมปชัญญะเหมือนน้ำเข้าไปดับ 
ไฟก็โทรมลง 
เกิดความเย็น ความสงบระงับ ดับทุกข์ 

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

Photo by Martin Martz on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เราต้องรู้ว่าการปฏิบัติธรรมนี้เป็นหน้าที่เฉยๆ


เราต้องรู้ว่าการปฏิบัติธรรมนี้เป็นหน้าที่เฉยๆ 
“เราต้องทำเป็นหน้าที่ของชีวิต” 
ไม่ได้หวังว่าจะได้อะไรจากการปฏิบัติธรรม 
แต่เรารู้แล้วว่าคนเราเกิดมามีหน้าที่...
หน้าที่ที่จะพ้นทุกข์ 
วิธีการที่จะทำหน้าที่นั้น ก็คือ 
“รู้สึกตัว ไม่ตามความคิดไป 
ไม่หลงเข้าไปในความคิด 
เห็นจิตใจนี้มันปกติอยู่” 
พาจิตใจนี้มารู้จักความเป็นปกติ
ที่เราทุกคนมีอยู่แล้ว 
การเรียนรู้กายและใจแบบนี้ 
ถึงจะพาเราไปสู่ความพ้นทุกข์ได้

Camouflage

Photo by NEOM on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เรื่องของพระนิพพานเป็นของง่าย


เรื่องของพระนิพพานเป็นของง่าย
เพราะเป็นสิ่งที่ยืนตัว คงที่อยู่เสมอ 
ไม่มีอาการเปลี่ยนแปลง 
ส่วนเรื่องของโลกนั่นแหละเป็นของยาก 
เพราะแปรตัวได้ไม่แน่นอนอะไร 
วันนี้เป็นอย่างหนึ่ง พรุ่งนี้เป็นอีกอย่างหนึ่ง 
ทำแล้วก็ต้องรักษาไว้ให้ดี 
ส่วนนิพพานไม่ต้องมีการเก็บ ไม่ต้องมีการรักษา 
ทำแล้วก็ละ ทำแล้วก็ทิ้ง ทำไปละไป ทำไปทิ้งไป... 
หมายความว่าทำความดีทั้งหลายแล้ว
ไม่ยึดว่าเป็นของตน 
ผู้ที่ทำความดีแล้วก็คายความดี
ไม่ยึดความดีว่าเป็นของของตน 
นั่นแหละเป็น วิราคธรรม

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

Photo by Martin Martz on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

อย่าให้อาหารมัน แต่อย่าปฏิเสธมัน


อารมณ์ในใจ
มันเหมือนหมานั่นแหละ ไม่มีอะไรหรอก
คุณไปให้มันบ่อย ๆ มันก็มากวนคุณบ่อย ๆ
มันก็เป็นนิวรณ์คาใจ
พอนิวรณ์มาปุ๊บ สมาธิก็ไม่ค่อยเกิด
นี่คือเหตุปัจจัยของมันแหละ
อย่าให้อาหารมัน แต่อย่าปฏิเสธมัน
หมามันต้องมา แต่แค่ไม่ให้อาหารมันเท่านั้นแหละ
เดี๋ยวมันไปเอง
.
อารมณ์ทั้งหลายทั้งปวงก็เหมือนหมานั่นแหละ
เราเอากายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ไปให้มัน
ไปสมยอมกับมัน นั่นก็ให้อาหารมัน
นั่นแหละ มันก็มาบ่อยสิ
มาบ่อยเราต้องเดือดร้อนกับมัน
พอเราตกเป็นทาสของอารมณ์
เราก็ต้องรับวิบากของอารมณ์อยู่นั่นแหละ...ไม่เลิก

พระอาจารย์กระสินธุ์ อนุภัทโท

Photo by Lenin Estrada on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ความสุขชั่วคราวปกปิดความทุกข์


ผู้ที่ไม่ได้ภาวนาลงจนเห็นสภาพตามความเป็นจริง
คือไม่เห็นไตรลักษณญาณปรากฏ 
มันไม่เชื่อต่อโลกอันนี้ 
มันยังสำคัญว่าโลกนี้น่าอยู่อาศัย
พอได้รับความสุขบางสิ่งบางอย่าง เช่น 
อย่างว่ามีร่างกายสมบูรณ์ โรคภัยไม่เบียดเบียน 
อย่างนี้ก็ชอบแล้ว ถือว่าตนมีความสุขแล้ว 
ไม่อยากขวนขวายออกจากทุกข์แล้ว 
ความสุขชั่วคราวเหล่านี้มันปกปิดความทุกข์ไว้

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

Photo by Mohamed Nohassi on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ผู้มีปัญญา มุ่งตรงไปที่จิต


ผู้มีปัญญา มุ่งตรงไปที่จิต
และก้าวข้าม ทวิลักษณ์ (ของคู่)
ผู้มีความรู้ ใส่ใจในรายละเอียด
และติดกับดัก ของคำพูดและตัวอักษร
ปัญญา ไม่ได้เกิดจากการคิด แต่เกิดจากจิต
ความรู้ ไม่ได้เกิดจากจิต แต่เกิดจากการคิด

เรียวกัง

โพสต์โดยชีวา นาวิน จากเพจ เซน

Photo by Walter Mario Stein on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

สภาวะที่แท้ของธรรมชาติ ก็คือความไม่มี


สภาวะที่แท้ของธรรมชาติ
ก็คือความไม่มี
สงบระงับบริสุทธิ์บริบูรณ์โดยสิ้นเชิง
เมื่อเข้าถึงสภาวะนี้
จะเป็นอะไรที่แจ้งแก่ใจด้วยตัวเอง
ว่าแท้ที่จริงแล้วธรรมชาติ ก็คือความไม่มี
การเพาะบ่มปัญญาที่แท้
ก็คือเข้าถึงความไม่มี คืนสู่ความไม่มี
.
นิโรธ คือความดับ
เห็นการสลัดคืนสู่ความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ
.
แต่ตราบใดที่ยังมีเชื้ออยู่
เดี๋ยวมันก็ผุดขึ้นมาใหม่
พอผุดแล้วก็เกิดกระแสสืบต่อไป
ก็ต้องผ่านการเพาะบ่มสติปัญญา
สติในการรู้เท่าทันจะตัดกระแสตรงนี้
จนเพาะบ่มจนเป็นผู้มีปัญญา
ที่คลายออกวางออกจากสิ่งต่างๆ ลง
จนคืนสู่ความไม่มีอยู่เนือง ๆ
เรียกว่า "ตายก่อนตาย"

พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

Photo by Frederik Löwer on Unsplash  

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ยังปล่อยไม่หมดก็รู้ไปก่อน


ถ้าเรายังปล่อยวางไม่ได้ ยังปล่อยไม่หมด
ยังปล่อยไม่หมดก็รู้ไปก่อน 
รู้ไปก่อน อย่างน้อยก็ถูกทางแล้ว
อันอื่น ก็เป็นแค่สิ่งถูกรู้ไป 
จิต ก็เป็นผู้รู้ไป
"ผู้รู้" มันจะไปเป็น "สิ่งถูกรู้" ไม่ได้
เพราะฉะนั้นถ้าเวทนาเกิดขึ้น  
เวทนา ก็เป็น สิ่งถูกรู้
#เราก็อยู่กับผู้รู้_ผู้รู้ที่ไม่เป็นอะไรเลย!
ไม่เป็นอะไร นิ่งเงียบ เป็นธาตุ
นิ่งเงียบเป็นสักแต่ว่าธาตุ แต่รู้อารมณ์ได้เฉยๆ…

พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต

Photo by Ricardo Gomez Angel on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา







 

สมาธิหัวตอ


ผู้ปฏิบัติที่หลงอยู่ในสมถะ  
คือ หลงอยู่ในฌาน  ท่านว่าสมาธิหัวตอ  
หมายความ ว่า...มันไม่งอกเงยขึ้น 
เพราะมันหลงแต่ความสุข 
โดยมาก ไม่รู้หนทางที่แน่นอน  
จึงถือเอาความสุขของฌาน เป็นใหญ่
เพราะสบายดี แต่...ไม่พ้นทุกข์
.
การดำเนินมหาสติปัฏฐาน
มีกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็นต้น 
พิจารณาถึงอนิจจลักษณะ 
คือลักษณะที่ไม่แน่นอน 
ทุกขลักษณะ   คือลักษณะของความทุกข์ 
อนัตตลักษณะ คือลักษณะที่ไม่มีตัวตน
ให้เห็นจริงขึ้นภายในจิตนั้น...
จิตนั้น...
ก็จะดำเนินเข้าสู่อริยสัจจ์ เข้าสู่องค์มรรคในที่สุด

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

Photo by Ricardo Gomez Angel on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา