สติเหมือนลูกรัก


สติเหมือนลูกรัก
ลูกที่เกิดในจิตเราแท้ๆ แต่เราไม่สนใจเขา
ปล่อยทิ้งปล่อยขว้าง
ดันหลงไปเอาใจลูกเลี้ยงคือความคิดปรุงแต่ง
ในที่สุดเมื่อเราไม่สามารถควบคุมมันได้
มันก็เลยกลายเป็นโจร
อีกทั้งยังไปพาพวกพ้องเพื่อนฝูง
กิเลส ตัณหา อุปาทาน ชาติ ชรา มรณะ เข้ามาด้วย
และในที่สุด ชีวิตเราก็ล้มละลายฉิบหาย
เพราะถูกกบฏจากลูกเลี้ยงนี่เอง
.
ความคิดนั้นมันมีอุบายหลอกลวงเราสารพัด
ที่จะให้ยอมรับว่า มันคือลูกแท้ๆ
มันไม่ยอมเปิดทางให้เราได้รู้เห็นความจริง
แล้วไล่มันออกนอกบ้านได้ง่ายๆ
เราเองหรือก็ชอบในมายา
ราคะ โทสะ โมหะ ของเขาเสียจนหัวปักหัวปำ
ลูกสติของเรา เขาพร้อมจะกลับมา
ทำหน้าที่ที่ดีของเขาอยู่แล้ว
แต่ที่สำคัญคือ เราจะกล้าไล่ กล้าตัดใจ
จากลูกเลี้ยงทรพีนี้ได้หรือเปล่าเท่านั้น
ลองให้สติได้เข้ามาอยู่ในใจเรา
สัก ๓๐ นาทีหรือชั่วโมงหนึ่งดูซิ
แล้วจะรู้ว่า ธรรมชนิดนี้มีคุณค่ามหาศาลจริงๆ

หลวงตาสุริยา วัดป่าโสมพนัส

จากหนังสือการรู้ธรรมแบบรู้แจ้ง

Image by RitaE from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ยอมเป็นเย็นได้ ยอมลงปลงได้


ที่เราทุกข์ทุกวันนี้
เพราะเรายึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่เปลี่ยนแปลง 
ไม่น่าอย่างนั้น ไม่น่าอย่างนี้...
ถ้ายอมรับถึงการที่บังคับไม่ได้ 
จิตก็จะหลุดพ้น จิตก็จะไม่ทุกข์ 
ยอมเป็นเย็นได้ ยอมลงปลงได้...
การจะยอมได้ต้องเห็นแจ้งเห็นจริงว่า 
มันไม่มีทางอื่นที่จะให้มันเที่ยง 
เป็นตามที่ปรารถนาต้องการ 
ที่สุดก็คือต้องยอม

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี


Image by geralt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ทุกข์ให้กำหนดรู้ อย่าไปกลัวมัน


ทุกข์ให้กำหนดรู้ อย่าไปกลัวมัน 
กำหนดรู้ รู้ก่อนว่ามันทุกข์ มันทุกข์ มันบีบคั้น
ดูมันเลย ดูตามความเป็นจริง 
อย่าคิดว่ามันเป็นเรา เราเป็นผู้รู้ ดูมันเฉยๆ อย่างนี้แหละ
พอกำลังมันพอ พอธรรมมันไปถึง
มันจะมีสภาวะอันหนึ่งที่บอกให้รู้ว่าทุกข์เองก็ไม่เที่ยง 
กลายเป็นความไม่เที่ยงแล้วนะทีนี้ 
มีแต่ความเกิดดับเปลี่ยนแปลง คือ เสื่อมสลาย 
บังคับบัญชาไม่ได้ เป็นเองโดยธรรมชาติของมัน 
ไม่มีใครเป็นเจ้าของ! 
ความจริงจะปรากฏขึ้น 
มันจะเห็นอยู่ข้างในลึกๆ เรียกว่าญาณ 
ญาณเข้าไปเห็นแจ้ง
.
พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต

Image by stilles_wasser from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

จะต้องนั่งสมาธิ ทั้งนั้นเลยหรือ?


เรื่องสงบมันเป็น ๒ อย่างนะ 
เรื่องสงบทางปัญญานี่  หู ได้ยินอยู่   
ตา เห็นอยู่  แต่...มันสงบ  
มันสงบเพราะ...ไม่ไปยึดมั่น ถือมั่น...
เรื่องสงบด้วยสมาธินี่  มันผิวบางเข้าใจไหม?
ถ้าอะไรมากระทบแก๊ก  ไม่ได้เสียแล้ว 
ผิวมันบางเกินไป  ต้องปรับใหม่  พิจารณาใหม่  
มันจะทันท่วงทีไหม อย่างนั้น
เมื่ออะไร ที่มีกิเลสมันเข้ามา  
จะต้องนั่งสมาธิ ทั้งนั้นเลยหรือ?

หลวงปู่ชา สุภัทโท

Image by HoangTuan_photography from pixabay

จากเพจ วัดพระธาตุขุนบง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/



 

กรรมดี และ กรรม ไม่ดี เป็นผู้ผูกให้อยู่ในสังสารวัฏ


กรรมดี และ กรรม ไม่ดี
ก็เป็นผู้ผูกให้อยู่ในสังสารวัฏ
ต่อให้เกิดมาไม่จนนับชาติไม่ถ้วน
อายุ จะร้อยปี พันปี ก็ไร้ค่า
ถ้าไม่พ้นไปจาก กรรมดี และ กรรมไม่ดี
ผู้ผูกกระแส เป็นเรา
เป็นของเรา มันเลยไม่จบ
บางคนเห็นรูป นาม กายใจ ไม่ใช่เรา
แต่ไปยึดบางสิ่งไว้  เป็นเครื่องผูกโดยไม่รู้ตัว

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by MártaBátonyi from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/






 

ทำดีแล้วก็ตัดสายแร่ ทำชั่วแล้วก็ตัดสายแร่



อำนาจของความดีและความชั่วนี้ 
เปรียบเหมือนกับแม่เหล็กหรือแร่ธาตุ
ที่จะดูดดึงดวงจิตของคนให้ทำความดีความชั่ว 
และไปเกิดในที่ดีเลวได้ตามอำนาจความแรงของมัน
.
เราทำความดีหรือความชั่วไว้ 
มันก็เป็นแม่เหล็กตกอยู่ในโลก 
แล้วแม่เหล็กนั้นก็ดูดดึงตัวเรา จิตเรา 
ให้ไปสู่สถานที่ของมัน 
คนโง่ที่ไม่รู้จักหลบหลีกหรือถอนตนให้พ้น
จากอำนาจของความดีความชั่ว 
ก็ย่อมจะถูกดูดดึงไปตามสายแร่ธาตุนั้นๆ 
แล้วก็ต้องเวียนว่ายอยู่ในโลกนี้อีก ไม่ไปไหน
.
แต่นักปราชญ์ท่านมองเห็นภัยในสิ่งนี้ 
ท่านจึงพยายามหาทางตัดสายแร่ธาตุออกเสีย 
ให้หลุดลอยตัวเป็นอิสระพ้นจากอำนาจของมัน
คือ ทำดีแล้วก็ตัดสายแร่ 
ทำชั่วแล้วก็ตัดสายแร่ ไม่ให้ติดต่อ 
คือ “การไม่ยึดมั่นถือมั่น” 
ในสิ่งที่ตนได้กระทำไปแล้ว
.
จะทำดีหรือทำชั่วก็ตาม
ไม่ยึดถือเอามาเป็นสมบัติของตัว 
ทิ้งไว้ให้เป็นสมบัติของโลก 
ไม่เก็บมาลูบคลำเลย อย่างนี้เรียกว่า เป็นผู้มีปัญญา 
สามารถตัดสายแร่ของโลกียะเสียได้

ท่านพ่อลี ธัมธโร

Image by fotoblend from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/






 

เรามีเวลา ๕ นาที เราจะทำอะไร?


ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระองค์ทรงงานเยอะ
แต่พระองค์ก็ภาวนาเก่ง 
พระองค์เอาเวลามาจากไหน? 
ก็เอาเวลาขณะที่ประทับนั่งบนรถบ้าง 
ประทับนั่งบนเครื่องบินบ้าง
เวลาว่างนิดๆ หน่อยๆ ๕ นาทีบ้าง ๑๐ นาทีบ้าง 
พระองค์ก็ภาวนาได้ 
แต่เรามีเวลา ๕ นาที เราจะทำอะไร?

พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

หนังสือฝากคิด ฝากคำ เล่ม 3

Image by Creativemom from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/





 

ถ้าเธอจะดับทุกข์ เธออย่าโง่เมื่อมีผัสสะ



ถ้าเธอจะดับทุกข์ เธออย่าโง่เมื่อมีผัสสะ 
ทางตาก็ดี ผัสสะทางหูก็ดี ผัสสะทางจมูกก็ดี 
ผัสสะทางลิ้นก็ดี ผัสสะทางผิวหนังก็ดี
.
ถ้าทางตาก็มีเรื่องสวยหรือไม่สวย 
ทางหู ก็มีเรื่องไพเราะหรือไม่ไพเราะ  
ทางจมูก ก็มีเรื่องหอมเรื่องเหม็น 
ทางลิ้น ก็มีเรื่องอร่อยหรือไม่อร่อย 
ทางผิวหนัง ก็มีนิ่มนวลหรือกระด้าง  
ทางใจ ก็มีชอบหรือไม่ชอบ. 
.
ถ้ามันมากระทบแล้ว
ก็อย่าไปหลงยินดีที่มายั่วให้ยินดี
หลงไปยินร้ายที่มายั่วให้ยินร้าย 
ก็เรียกว่าไม่ทำผิดทางผัสสะ
ไม่เกิดกิเลสและไม่เกิดความทุกข์
.
วิธีนี้จะใช้ได้แก่ทุกคน 
เรากล้าพูดว่าคนถือศาสนาอื่นไม่ใช่พุทธศาสนา 
ถ้ามาปฏิบัติอย่างนี้ก็ดับทุกข์ได้..

ท่านพุทธทาสภิกขุ

Image by geralt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/





 

ทางรอดอยู่ตรงไม่ลอยขึ้นและไม่จมลง


ทางรอดอยู่ที่ไหน 
ทางรอดอยู่ตรงไม่ลอยขึ้นและไม่จมลง 
อยู่ที่ทางสายกลาง 
อยู่ที่รู้ทันความสุดโต่งสองด้านไปเรื่อยๆ 
ทุกครั้งที่รู้ทันความสุดโต่งสองด้าน 
มันจะได้ใจที่เป็นปกติขึ้นมา 
ใจที่เป็นปกตินี้ มันจะมีคุณสมบัติพิเศษอันหนึ่ง 
ที่จะเป็นผู้รู้ เป็นผู้ดู 
ไม่ถูกความสุขย้อม ไม่ถูกความทุกข์ย้อม 
ไม่ถูกกุศลย้อม ไม่ถูกอกุศลย้อม 
มันจะเป็นผู้เห็นว่า สุขทุกข์มาแล้วก็ไป 
ดีชั่วมาแล้วก็ไป มันจะเป็นผู้เห็นว่า 
ใจก่อนหน้านี้ไปเกิดทางตา ไปเกิดทางหู 
ไปเกิดทางจมูก ทางลิ้น 
ทางกาย ทางใจ 
ไม่ได้จิตที่เป็นธรรมดาแบบนี้ 
ไม่ได้จิตที่เป็นผู้รู้ เป็นผู้ดูเป็นผู้เห็น 
ก้าวเข้าไปสู่กระบวนการของ
การเจริญปัญญาไม่ได้ 
พอเจริญปัญญาไม่ได้
ก็ไม่มีโอกาสเข้าถึงซึ่งวิมุตติ 
มรรคผลก็ไม่เกิด

อ.ประสาน พุทธกุลสมศิริ

Image by RuslanSikunov from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/



 

คือความเป็นอิสระในโลก


ไม่ยินดีในสิ่งที่ตนได้  ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี  
เป็นคนอาภัพที่สุด
ยินดีในสิ่งที่ตนได้  พอใจในสิ่งที่ตนมี  
เป็นคนโชคดีที่สุด
มัวเมาในสิ่งที่ตนได้  หลงใหลในสิ่งที่ตนมี  
คือการสร้างเรือนจำขังตัวเอง
เห็นโทษในสิ่งที่ตนได้  เห็นภัยในสิ่งที่ตนมี  
คือความเป็นอิสระในโลก

หลวงปู่จันทร์ กุสโล

Image by RuslanSikunov from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา