เรามีเวลา ๕ นาที เราจะทำอะไร?


ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระองค์ทรงงานเยอะ
แต่พระองค์ก็ภาวนาเก่ง 
พระองค์เอาเวลามาจากไหน? 
ก็เอาเวลาขณะที่ประทับนั่งบนรถบ้าง 
ประทับนั่งบนเครื่องบินบ้าง
เวลาว่างนิดๆ หน่อยๆ ๕ นาทีบ้าง ๑๐ นาทีบ้าง 
พระองค์ก็ภาวนาได้ 
แต่เรามีเวลา ๕ นาที เราจะทำอะไร?

พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

หนังสือฝากคิด ฝากคำ เล่ม 3

Image by Creativemom from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/





 

ถ้าเธอจะดับทุกข์ เธออย่าโง่เมื่อมีผัสสะ



ถ้าเธอจะดับทุกข์ เธออย่าโง่เมื่อมีผัสสะ 
ทางตาก็ดี ผัสสะทางหูก็ดี ผัสสะทางจมูกก็ดี 
ผัสสะทางลิ้นก็ดี ผัสสะทางผิวหนังก็ดี
.
ถ้าทางตาก็มีเรื่องสวยหรือไม่สวย 
ทางหู ก็มีเรื่องไพเราะหรือไม่ไพเราะ  
ทางจมูก ก็มีเรื่องหอมเรื่องเหม็น 
ทางลิ้น ก็มีเรื่องอร่อยหรือไม่อร่อย 
ทางผิวหนัง ก็มีนิ่มนวลหรือกระด้าง  
ทางใจ ก็มีชอบหรือไม่ชอบ. 
.
ถ้ามันมากระทบแล้ว
ก็อย่าไปหลงยินดีที่มายั่วให้ยินดี
หลงไปยินร้ายที่มายั่วให้ยินร้าย 
ก็เรียกว่าไม่ทำผิดทางผัสสะ
ไม่เกิดกิเลสและไม่เกิดความทุกข์
.
วิธีนี้จะใช้ได้แก่ทุกคน 
เรากล้าพูดว่าคนถือศาสนาอื่นไม่ใช่พุทธศาสนา 
ถ้ามาปฏิบัติอย่างนี้ก็ดับทุกข์ได้..

ท่านพุทธทาสภิกขุ

Image by geralt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/





 

ทางรอดอยู่ตรงไม่ลอยขึ้นและไม่จมลง


ทางรอดอยู่ที่ไหน 
ทางรอดอยู่ตรงไม่ลอยขึ้นและไม่จมลง 
อยู่ที่ทางสายกลาง 
อยู่ที่รู้ทันความสุดโต่งสองด้านไปเรื่อยๆ 
ทุกครั้งที่รู้ทันความสุดโต่งสองด้าน 
มันจะได้ใจที่เป็นปกติขึ้นมา 
ใจที่เป็นปกตินี้ มันจะมีคุณสมบัติพิเศษอันหนึ่ง 
ที่จะเป็นผู้รู้ เป็นผู้ดู 
ไม่ถูกความสุขย้อม ไม่ถูกความทุกข์ย้อม 
ไม่ถูกกุศลย้อม ไม่ถูกอกุศลย้อม 
มันจะเป็นผู้เห็นว่า สุขทุกข์มาแล้วก็ไป 
ดีชั่วมาแล้วก็ไป มันจะเป็นผู้เห็นว่า 
ใจก่อนหน้านี้ไปเกิดทางตา ไปเกิดทางหู 
ไปเกิดทางจมูก ทางลิ้น 
ทางกาย ทางใจ 
ไม่ได้จิตที่เป็นธรรมดาแบบนี้ 
ไม่ได้จิตที่เป็นผู้รู้ เป็นผู้ดูเป็นผู้เห็น 
ก้าวเข้าไปสู่กระบวนการของ
การเจริญปัญญาไม่ได้ 
พอเจริญปัญญาไม่ได้
ก็ไม่มีโอกาสเข้าถึงซึ่งวิมุตติ 
มรรคผลก็ไม่เกิด

อ.ประสาน พุทธกุลสมศิริ

Image by RuslanSikunov from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/



 

คือความเป็นอิสระในโลก


ไม่ยินดีในสิ่งที่ตนได้  ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี  
เป็นคนอาภัพที่สุด
ยินดีในสิ่งที่ตนได้  พอใจในสิ่งที่ตนมี  
เป็นคนโชคดีที่สุด
มัวเมาในสิ่งที่ตนได้  หลงใหลในสิ่งที่ตนมี  
คือการสร้างเรือนจำขังตัวเอง
เห็นโทษในสิ่งที่ตนได้  เห็นภัยในสิ่งที่ตนมี  
คือความเป็นอิสระในโลก

หลวงปู่จันทร์ กุสโล

Image by RuslanSikunov from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เปรียบดั่งเด็กที่ยังติดของเล่น


จิตปุถุชนธรรมดา 
เปรียบดั่งเด็กที่ยังติดของเล่น 
ตราบใดที่ยังไม่ได้ของที่ต้องการมาอยู่ในมือ 
จิตก็จะงอแงโอดครวญ 
ทำทุกอย่างเพื่อให้ของเล่นมาอยู่ในมือ 
ครั้นเมื่อได้มาแล้ว ของชิ้นนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน
ไม่คงทน ไม่คงสภาพ..
เด็กก็ร้องหาของชิ้นอื่นมาทดแทนต่อไป
แต่หากได้ฝึกจิตจนจิตตื่น..
แม้มีของเด็กเล่นอยู่ตรงหน้า
ก็พ้นวัยเล่นแล้ว 
หมดความพัวพันลุ่มหลงแล้ว 
อิสระจากสิ่งที่จะทำให้จิตตกเป็นทาสได้แล้ว..

อิโตมิ จัง

Image by geralt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

คำว่า "ตามรู้จิต" หมายถึง


คำว่า "ตามรู้จิต" หมายถึงว่า ..
อะไรเกิดขึ้นแล้วก็ค่อยรู้เอา 
อย่าไปดักรอเอาไว้ก่อน
บางทีตีความผิด
ได้ยินคำว่า "ตามรู้จิต"
ก็ส่งจิตไหลไปโน่นไปนี่ ตามไปเรื่อยๆ
อย่างนั้นใช้ไม่ได้เลย
เพราะจิตต้องตั้งมั่น รู้ตัวอยู่ รู้อยู่ที่จิตนี่เอง 
จิตใจอยู่กับจิตนั่นแหละ...
จิตไม่ไหลตามสภาวะไปนะ
จิตต้องตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดูให้ได้...

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

Image by Siegella from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เราไม่ได้ภาวนา เพื่อให้ได้ ให้มี ให้เป็น


เราไม่ได้ภาวนา
เพื่อให้ได้ ให้มี ให้เป็น 
ในสิ่งที่ยังไม่ได้ ยังไม่มี ยังไม่เป็น
แต่เราภาวนา
เพื่ออยู่กับสิ่งที่มี ที่เป็นอยู่
โดยไม่สำคัญมั่นหมาย ไม่ยึดถือว่า
สิ่งนั้นเป็นเรา เป็นของเรา 
เป็นตัวตน (เป็นอัตตา) ของเรา

อุบาสกสุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

Image by RosZie from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เจ้าก็จะเป็นอิสระ จากการเกิด


ถ้าเจ้านึกถึง พระพุทธเจ้า หรือพระโพธิสัตว์ 
แล้วเกิดความเคารพเลื่อมใส 
เท่ากับว่า เจ้าได้นำตนเอง 
ไปสู่เทวโลก หรือ มนุษย์โลก
ถ้าเจ้า หยุดแสวงหาทุกสิ่ง 
ไม่ยึดมั่นถือมั่น ในรูปลักษณ์ใดๆ 
มุ่งตรงไปยังจิตของเจ้าเอง 
เจ้าก็จะเป็นอิสระ จากการเกิด 
ข้าฯ ไม่มีคำสอนอื่น 

ท่าน โพธิธรรม  (ปรมาจารย์ตั๊กม้อ)

จากกวีนิพนธ์ Bodhidharma: บันทึกแรกสุดของเซน
เจฟฟรีย์ แอล. บรอจตัน – 1999

Image by JLB1988 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

รู้...ไม่ใช้คิด รู้...ไม่ใช่กำหนดรู้


ฝึกตามรู้จิต สังเกตจิต 
จิต จะรู้สึกอย่างไร  ก็รู้...แค่นั้น...
ไม่ใช่ ดักรู้จิต 
ไม่ใช่เพ่ง  ไม่ใช่เผลอ ลืมตัว 
แต่ฝึก...
รู้สึกตัว อย่างง่ายๆ  สบายๆ  เอาไว้เสมอๆ 
ไม่ว่าจะทำอะไร
รู้...ไม่ใช้คิด 
รู้...ไม่ใช่กำหนดรู้  แต่...สักแต่ว่ารู้

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

Image by Couleur from pixabay

เพจ วัดพระธาตุขุนบง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ให้รู้จัก “ยอมรับ” และ “รู้เท่า” ความยินดียินร้าย


นักภาวนาโดยมากเลยจริงๆ
มักจะภาวนาเพื่อให้เกิด “สภาวะดี”
ปลอดโปร่ง เบาสบาย หรือรู้ชัด
แต่มักไม่สนใจจะเรียนรู้ความจริงว่า
ไม่มีสภาวะใดๆ ที่จะบังคับ
ให้ได้อย่างใจตลอด พอเกิดสภาวะ
ที่ไม่รู้เรื่อง หรือหยาบกระด้าง มึนๆ
ก็ถูกความไม่ชอบใจ เข้าครองใจ 
แล้วก็ผลักๆ ดันตลอด
ต้องเฉลียวใจว่าเราภาวนาเพื่อ
ให้ “เห็นตามเป็นจริง” ไม่ใช่เอาให้
ได้ดีตลอดกาล ให้รู้จัก “ยอมรับ”
และ “รู้เท่า” ความยินดียินร้ายจนจิตเป็นกลาง 
กลางพอที่จะเห็นตามจริงได้จริงๆ

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต 

Image by Couleur from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/