การเห็นความไม่เที่ยง คือ "การหลุดพ้นจากทุกข์”


เมื่อเห็นว่าสิ่งหนึ่ง ตั้งอยู่เพียงชั่วขณะ
เราจึงปลดปล่อยตนเอง 
จากภาพลวงตา ของความคงทน 
และของความต่อเนื่อง
ทุกสิ่งที่เป็นที่รัก และเป็นที่ชื่นชอบของเรา 
จะจากเราไป ในไม่ช้า
ทุกสิ่งที่ทำสำเร็จ หายไปแล้ว โลกเป็นเช่นนี้
นั่นเป็นจุดเริ่มต้น ของการค้นหาสิ่งใหม่ 
สิ่งที่ไม่สามารถสูญหายได้ 
การเห็นความไม่เที่ยง เป็นธรรมดาของสิ่งทั้งปวง
แม้เพียงชั่วขณะ นี่คือ "เห็นธรรม"
เห็นเช่นนี้แล้ว จะไม่ถูกจองจำ ในโลก
บุคคลพึงมีสติ ระลึกรู้เห็น ความไม่เที่ยงในจิต
การเห็นความไม่เที่ยง คือ "การหลุดพ้นจากทุกข์”

ชีวา นาวิน จากกลุ่ม เซน

Image by akirEVarga from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ความถูกใจทำให้เรามองไม่เห็นความจริง


การเจริญวิปัสสนานั้นไม่ยาก 
มันยากเพราะเราไม่เริ่มต้นลงมือทำ 
มันง่ายมากถ้าเราได้ทำ 

บางคนภาวนาแล้วหงุดหงิด
เพราะเห็นแต่ความคิด ความหลง และความอยาก
คิดว่าปฏิบัติมาตั้งนานยังไม่เห็นมีสติเลย
เมื่อไหร่จะมีสติสักที 

อันที่จริง ทั้งความคิด ความอยาก และความหลง
ล้วนเป็นกระบวนการที่ทำให้เรา “รู้” ทั้งสิ้น 
ถ้าเราภาวนาเพื่อให้ได้ผลที่เรา ”ถูกใจ” 
คือได้ความสุข ความสงบ 
ได้สติอย่างที่เราต้องการ 
เราจะไม่รู้จักคำว่า "อนัตตา" เลย 

สภาวะที่เกิดขึ้นกับเราล้วนเป็น “ธรรมชาติ” ทั้งนั้น
ถ้าเราปฏิบัติแล้วไม่อยากให้มันคิด
นั่นคือเรากำลังฝืนธรรมชาติ
เวลามีความคิดเกิดขึ้น 
แค่รับรู้รับทราบแล้วปล่อยให้มันผ่านไป 
แล้วเราจะเห็นอนัตตา 
เราจะรู้ว่าไม่มีอะไรที่เราบังคับบัญชาได้ 
ถ้าเราไม่รู้จักอนัตตาแล้วปัญญาจะเกิดได้อย่างไร

สิ่งที่เกิดขึ้นคือความ “ถูกต้อง”
สิ่งที่เราอยากได้คือความ “ถูกใจ”
ความถูกต้องมันง่ายกว่าความถูกใจ 
ความถูกต้องทำให้เราเห็นความจริงว่า
อะไร ๆ มันก็เป็นเช่นนั้นเอง
ความถูกใจทำให้เรามองไม่เห็นความจริง

ธรรมะอาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม ณ บ้านจิตสบาย

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การดับความพอใจ ไม่พอใจ ได้


"ความพอใจ ไม่พอใจ"
เป็นความคิดละเอียด ที่ควรรู้ให้ชัด
เพราะ..ความพอใจ ไม่พอใจ นี้
จะเป็นจุดเริ่มในการขยายตัว
ของอารมณ์ใจทั้งหมด เมื่อไร้สติ
หากรู้ว่า..
มีอาการพอใจ ไม่พอใจ..ก่อตัวขึ้น 
เพียงรู้..อาการนี้จะดับวูบไปเอง
และจะเกิด “ความว่างขึ้นในใจ" แทน
เมื่อมีการกระทบทางอายตนะ
และ รู้ อาการ นี้ เกิดขึ้น ดับไป บ่อยๆ
ความว่างทางใจ จะมีมากขึ้นๆ
"ใจจะปลอดโปร่งโล่งเบา 
ปราศจากความหนักความทุกข์"
ไม่ว่าจะมีเรื่องราวใดๆ มากระทบ
การดับความพอใจ ไม่พอใจ ได้
เป็นต้นทางสำคัญของการหลุดพ้น

อาจารย์ปู่ เอกธาตุ

Image by Couleur from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

เมื่อเธอไม่มีใจให้ฉันทุกอย่างก็จบกัน


                                               เมื่อเธอไม่มีใจให้ฉันทุกอย่างก็จบกัน                                               
เรื่องของ อารมณ์ ความคิด ต่างๆ
มันเกิดขึ้น มันไม่แปลก
เพราะถ้าไม่เกิด มันก็ไม่ใช่จิต
สำคัญคือ เรารู้ทันแล้ว
 ไม่ให้ค่าให้ความสำคัญกับมัน

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by bookdragon from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จิตที่เจริญงอกงามในธรรม


การพัฒนาจิตนั้น 
จะดูผลว่าทำมาถูกทาง 
ตรงตามธรรม หรือไม่
ให้ดูที่ จิต ต้องมีคุณสมบัติ ๕ ประการ 
1.มีความปราโมทย์ ความร่าเริงเบิกบานใจ
2.มีปีติ ความอิ่มใจ
3.มีปัสสัทธิ ความสงบเย็น ผ่อนคลาย สบายใจ
4.มีสุข ความคล่องใจ โปร่งใจ 
ไม่มีอะไรมาบีบคั้นหรือ ระคายเคือง
5.มีสมาธิ ความมีใจแน่วแน่ สงบ 
  มั่นคง ไม่หวั่นไหว
 ไม่ถูกอารมณ์ต่างๆ มารบกวน
หากมีจิตลักษณะนี้ 
โปรดทราบว่า
จิตท่านได้เจริญงอกงามในธรรม 
ทำถูก ก็ถูกธรรม..
…
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตโต)

Image by bookdragon from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เพราะ "เราไม่เคยดูใจ"


ใจไม่ใช่ลิง
............

โยม: ใจเป็นลิงอยู่ตลอดเลยเจ้าค่ะ 
หลวงพ่อ: ใจไม่ใช่ลิง...และไม่เคยเป็นลิง 
แต่ส่วนใหญ่เราไปดูว่ามันเป็นลิง 
ที่เห็นว่ามันเป็น "ลิง" นั่นคือ "ขันธ์ ๕" 
.
"ใจไม่ใช่ขันธ์ ๕" 
และ "ขันธ์ ๕ ไม่ใช่ใจ" 
.
เรามัวไปดูแต่ขันธ์ ๕ เลยเห็นว่ามันเป็นลิง 
เพราะ  "เราไม่เคยดูใจ"

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by joelfotos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

นั่นจึงจะเป็นความงดงามอย่างแท้จริง


สิ่งที่ได้พานพบในชีวิต
หากเป็นสิ่งที่ดีงาม เรียกว่ามีสีสัน
หากเป็นสิ่งที่เลวร้าย เรียกว่าประสบการณ์
แต่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม
ล้วนแล้วจะต้องผ่านไปเป็นอดีต
ดังนั้น ชีวิตที่มีความงดงามปะปนอยู่กับสิ่งที่เลวร้าย
จึงจะนับได้ว่าเป็นชีวิตที่สมบูรณ์
โลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่งดงามและสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
จิตใจที่พร้อมที่จะรองรับทุกสิ่งทุกอย่างได้
นั่นจึงจะเป็นความงดงามอย่างแท้จริง

จือเซิงถัง

Image by geralt from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

คือ ความหลุดพ้นที่นี่ เดี๋ยวนี้


หลุดพ้นจากความเป็นตัวเอง
หลุดพ้นจากอารมณ์
ความนึกคิดปรุงแต่งแห่งตัวตนนั่นแหละ..
คือ ความหลุดพ้นที่นี่ เดี๋ยวนี้ ..
นิพพานอยู่แล้ว..ทุกข์ตามติดไปไม่ได้อีก..

อิโตมิ จัง

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

 

จงเพียง "แค่รับรู้" ว่านั่น ความคิดปรุงแต่ง


ตระหนักรู้ทันทีที่ “ความคิด” เกิด
เธอไม่ต้องขลาดกลัวความคิดปรุงแต่ง
และไม่ต้องมัวเสียแรงเพื่อจะหยุดยั้งมัน
จงเพียง "แค่รับรู้" ว่านั่น ความคิดปรุงแต่ง 
ไม่ยึดติดจมปลักอยู่กับมัน
ไม่ลื่นไหลฟุ้งซ่านไปกับมัน
และไม่ต้องหลงต่อต้านมัน
เมื่อเธอไม่หลงเข้าไปผูกพันกับมันแล้ว
ความคิดปรุงแต่งต่างๆ ก็จืดจางไปเอง
ดังที่กล่าวว่า
"เมื่อความคิดเกิด ก็ให้รู้สึกตัว 
เมื่อรู้สึกตัว ความคิดก็จากไปเอง"
เธออาจใช้ความคิดปรุงแต่งในการฝึกวิปัสสนา 
โดยสังเกตดูว่า ความคิดเริ่มปรุงแต่งจากที่ไหน !
ความจริงแล้ว ความคิดปรุงแต่งไม่ได้มีตัวมีตน
เมื่อรับรู้ความคิดปรุงได้อย่างเท่าทันมันก็ ”ว่างลง” 
แล้วความคิดก็รำงับคืนสู่ความว่างเปล่าของจิต
เมื่อนั้นความบริสุทธิ์แห่งพุทธภาวะก็ปรากฏทันที

หลวงปู่ซวีหยูน ปรมาจารย์เซน

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


จิตเดิมแท้


การที่ใครจะบรรลุ...
อนุตรสัมโพธิได้นั้น ผู้นั้น...จะต้องสามารถ
รู้แจ้งด้วยใจเอง ในธรรมชาติแท้ของตัวเอง
หรือที่เรียกว่า...จิต เดิมแท้
อันเป็นสิ่งที่ใครสร้างขึ้นไม่ได้ หรือทำลาย
ให้สูญหายไป ก็ไม่ได้
ชั่วเวลาขณะจิตเดียว เท่านั้น  
ผู้นั้น...
สามารถเห็นแจ้ง จิตเดิมแท้ได้โดยตลอดกาล 
ทั้งปวง
ต่อจากนั้น...
ทุกๆ สิ่ง ย่อมจะเป็นอิสระจากการถูกกักขัง
กล่าวคือ...จะเป็นวิมุติหลุดพ้นไป

ท่านเว่ยหล่าง

Image by boonkong19 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา