เราอย่าไปเอาชนะมัน เราอย่าไปยอมแพ้มัน


อารมณ์ชนิดใดก็ตาม
เราอย่าไปเอาชนะมัน
เราอย่าไปยอมแพ้มัน
ให้เรา...ตั้งอยู่ในความสงบ  เรียกว่า...
"น้ำไหลนิ่ง" ความสงบท่ามกลางความไม่สงบ 
น้ำไหลนิ่ง  หยุด...นิ่ง...รู้...
น้ำไหลนิ่ง...
เป็นความสงบ ที่อยู่...ท่ามกลางความไม่สงบ
เปรียบเหมือน...น้ำไหลนิ่ง
อารมณ์ที่มันเกิดขึ้นภายในจิตเรา
ความพอใจ  ความไม่พอใจ
ความรัก  ความชัง
ความดีใจ  ความเสียใจ
ความโกรธ  ความพยาบาท อะไรก็ตาม  
มันจะเป็นอารมณ์ชนิดใด ก็ตาม
เราอย่าไปเอาชนะมัน
เราอย่าไปยอมแพ้มัน
ให้ตั้ง อยู่...ในความสงบ  
ความสงบ ที่อยู่...ท่ามกลางความไม่สงบ 
เปรียบเหมือน...น้ำไหลนิ่ง...หยุด...นิ่ง...รู้...
ดู...ความเกิด-ดับ  
ของอารมณ์ทั้งหลาย ทั้งปวง
ไม่ไป ข้องเกี่ยวกับมัน 
แม้แต่...
ลม กับกาย  ความสงบนั้น...
ก็มิได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยเลย
แล้วเราจะ...
พ้นจาก...บ่วงของมาร

หลวงปู่ชา  สุภัทโท  

Image by Leolo212 from pixabay

เพจ วัดพระธาตุขุนบง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

การปฏิบัติต่อพลังงานลบๆ อย่างวิถีพุทธ


ความอดทนไม่ตอบโต้กับสิ่งที่
 ทำให้เกิดบาดแผลทางใจ  
มักจะได้ผลลัพธ์คือ ระเบิดเวลาที่อัดแน่น
รอวันระเบิดออกมาอย่างรุนแรงในสักวัน
ในวิธีการปฏิบัติต่อพลังงานลบๆ อย่างวิถีพุทธ  
มิใช่การกดข่มไว้แต่ด้านเดียว  
แต่ต้องเข้าใจสภาวะตามจริงในความทุกข์
อันเกิดจากความเข้าไปยึดมั่นในสิ่งเหล่านั้น  
มองให้ทะลุปรุโปร่งถึงโทษในการยึดมั่น
ในอารมณ์ทั้งหลาย จนคลายความยึดถือลง  
ผลลัพธ์ที่จะได้คือการปล่อยวาง  
โล่งอกโล่งใจ  และจะสามารถบริหารจัดการ
อารมณ์ได้ดียิ่งขึ้นตามลำดับ  ไม่สะสมพลังลบ

ครูบาไตรภพ วัดป่าโคกเจริญธรรม

Image by Leolo212 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เรียนรู้ยิง ตัณหาดับ นับว่าพอ


เรียนธรรมะ อย่าตะกละ ให้เกินเหตุ
จะเป็นเปรต หิวปราชญ์ เกินคาดหวัง
อย่าเรียนอย่าง ปรัชญา มัวบ้าดัง
เรียนกระทั่ง ตายเปล่า ไม่เข้ารอย.

เรียนธรรมะ ต้องเรียน อย่างธรรมะ
เรียนเพื่อละ ทุกข์ใหญ่ ไม่ท้อถอย
เรียนที่ทุกข์ ที่มีจริง ยิ่งเข้ารอย
ไม่เลื่อนลอย มองให้เห็น ตามเป็นจริง.

ต้องตั้งต้น การเรียน ที่หูตา  ฯลฯ
สัมผัสแล้ว เกิดเวทนา ตัณหาวิ่ง-
ขึ้นมาอยาก เกิดผู้อยาก เป็นปากปลิง
"เรียนรู้ยิง ตัณหาดับ นับว่าพอ" ฯ

ท่านพุทธทาสภิกขุ

Image by ID 512893 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

มีก็เสมือนไม่มีเพราะไม่ยึด


คำว่า "ไม่มีตัวตน (อนัตตา)" 
ที่พุทธศาสนาใช้กันนั้น 
เป็นคำที่ตรงข้ามกับอัตตา 
(มีตัวตน มีเพราะการยึดมั่นถือมั่น) 
แต่โดยธรรมชาติแล้ว 
ตัวตนไม่มีมาแต่เดิม 
ไม่มีเพราะไม่เกิดการยึดมั่นถือมั่นในตัวตน
.
ไม่ใช่ว่า "ไม่มีตัวตน" ความหมายคือ 
มีตัวตนนั่นแหละ แต่มีอยู่อย่างธรรมชาติ 
มีก็เสมือนไม่มีเพราะไม่ยึด..เท่านี้เอง..
จะละตัวตน หรือ ไม่ละตัวตน 
ก็แล้วแต่ แต่ละคนจะหาความหมาย 
หากแต่ความจริงของธรรมชาติ
เป็นสิ่งที่ว่างจากการยึดตัวตนมาแต่เดิม 
ดังนั้น การมีอยู่อย่างธรรมชาติ 
จึงเป็นความบริสุทธิ์อย่างที่สุด
(ความหลุดพ้น) ในตัวเอง เช่นนี้แลฯ

อิโตมิ จัง

Image by ID 512893 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

แจก e-book นานาทัศนะ...รมณียธรรม



สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมที่เข้าใจเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร
ถามวา...การบรรลุธรรมสำคัญไหม
.
สำคัญนะ...เพราะมันเป็นหลักประกันความปลอดภัยของชีวิตในสังสารวัฏ หากยังเกิดอีก
อย่างที่เรียกว่า “ปิดอบาย” นอกเหนือจากตัดทอนชีวิตในวัฏสงสารให้สั้นลงมากมายแล้ว
(หรือถ้า “ทำถึง” ก็ยุติไปเลย)
.
คนเรานั้นชอบสร้างหลักประกัน สร้างความมั่นคงในชีวิต ทำได้ก็ดีหรอก
แต่ความจริงมันน้อยนิดเดียว คือแค่ชีวิตเดียวนี้เท่านั้น แต่อีกหลายร้อย หลายพัน หลายหมื่นชีวิต
ที่เราอาจยังต้องเกิดอีก มีคนนึกถึงน้อยเหลือเกิน...
.
การสร้างหลักประกันที่มั่นคงสำหรับชีวิตในสังสารวัฏ นั้นก็คือการเดินรอยตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ จนจิตมองเห็นตามความเป็นจริงอย่างที่ท่านสอนไว้ จนจิตเข้าถึงธรรม เข้าถึงความเป็นอริยะตั้งแต่ชั้นต้นขึ้นไป...เท่านี้ การเดินทางอันทุกข์ทนของเราก็ไม่ยาวนานอีกต่อไปแล้ว
.
อย่าคิดว่ายาก อย่าคิดว่าไกลตัว เพราะความจริงแล้ว เป็นสิ่งจำเป็นมากมาย !!!
.....
หนังสือธรรมะที่นำมาแจกนี้ชื่อ “นานาทัศนะ...รมณียธรรม” รวบรวมเนื้อหาคำสอนจากเพจมนษิธารและเว็บโอวาทธรรม พระอริยเจ้านี้ (มีแต่ e-book นะคะ) หน้าปกและภายในเล่ม ใช้รูปนกนางแอ่น แทนการพบวิถีการบินที่เป็นอิสระแห่งใจ อิสระจากเครื่องร้อยรัดที่ปิดบังเราไว้จากการเข้าถึงธรรม

ท่านที่สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ที่ลิงค์นี้
ขอให้ทุกท่านเจริญในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ
Admin เว็บโอวาทธรรม พระอริยเจ้า

 

ทักทายกันหน่อยน้า





ทำบล็อกมาก็น้าน..นาน ไม่เคยโชว์ตัวเลย คนทำบล็อกอยู่นี่จ้า ไม่ต้องชมว่าสวย เพราะรูปที่เอามาลงนี่ ขี้เหร่น้อยที่สุดแล้วละ 555..เราเห็นคนมาคลิกบล็อกนี้ วันหนึ่ง 200-500 คน แต่ไม่เคยได้รู้ว่า ท่านเป็นใครกันบ้าง..จะคุยกันที่คอมเมนท์ใต้โพสต์นี่ก็ได้นะ หรือว่าจะไปเยี่ยมชมเฟซบุ๊ค เราก็ยินดี...คือเราเอาขึ้นเฟซก่อนน่ะ แล้วค่อยเอามาขึ้นบล็อก (ในเฟซจะมีเนื้อหามากกว่าในบล็อกนะ) 

ยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ



จะมีใครบ้างไหมทักทายฉัน     คอมเมนท์กันข้างล่างบ้างได้ไหม
อยากรู้จักจังเลยนั่นท่านคือใคร  
เว็บกว้างใหญ่อยู่คนเดียว..เปลี่ยวจริงๆ

***ใต้โพสต์นี้มีคอมเมนท์แล้วนะคะ..ขอเชิญทุกท่านค่ะ***

เมื่อยอม มันก็หลุดได้


ถ้าผู้ปฏิบัติมองเห็นมันเป็นธรรมชาติ
แต่ละอัน  แต่ละอย่าง แต่ละชนิด 
จิตก็จะรู้จักวาง รู้จักยอมรับ 
จิตที่ยอมรับได้ เรียกว่ามันปลง 
มันปลงก็คือมันลง มันยอม 
เมื่อยอม มันก็หลุดได้ 

คนเรานั้นถ้าไม่ยอม ก็มีแต่ทุกข์เพิ่ม 
เหมือนคนที่ถูกมัดไว้แล้วดิ้น 
ยิ่งดิ้นก็ยิ่งบาดเจ็บ 
ยิ่งดิ้นก็ยิ่งบาดเจ็บ 

ถ้าเราโดนโซ่มัดไว้ 
โดนลวดหนามมัดไว้ 
ถ้าเราดิ้นจะเจ็บมากขึ้นอีก 

แต่ถ้าเราอดใจ ข่มใจ 
ควบคุมใจ ตั้งสติ
ทำตัวเองให้อยู่เฉย ๆ นิ่ง ๆ 
มันก็จะไม่บาดเจ็บ 
แล้วมันก็จะหลุดได้ 
หลุดด้วยทางจิตใจ

คนที่ติดคุก ติดตะราง 
ถูกขังในคุก 
ถ้าใจเขาวิตกวุ่นวาย 
เขาก็ติดคุกทางใจด้วย 
แต่ถ้าใจเขาไม่วุ่นวาย 
กายติดแต่ใจไม่ติด 
ใจมันก็ไม่ทุกข์ 

ตรงกันข้าม 
คนที่ร่างกายไม่ได้ติดคุก 
จะเดินไปไหน จะอยู่ที่ไหน 
ไปได้ตามใจชอบ 
แต่ว่าจิตใจยึดมั่นถือมั่น 
เขาก็กลับเป็นทุกข์...

ติดคุกทางใจ 
มันก็เป็นทุกข์ ทุกข์ใจนี่หนักกว่า 
อยู่ตรงไหนก็ทุกข์ที่นั่น 
แต่ทางใจนี้ เราสามารถฝึกหัด 
ปรับ พัฒนาขึ้นได้
...
พระภาวนาเขมคุณ วิ.
(พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี)

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

สัจธรรมจะไม่สูญหาย ถ้ารู้สึกตัวให้เป็น


พระพุทธเจ้าเน้นย้ำเรื่องความรู้สึกตัว... 
การรู้สึกตัว รู้ที่กายก็ได้ ที่ใจก็ได้ 
รู้กายเคลื่อนไหวก็ได้ หรือว่ารู้ใจ นึกคิดก็ได้

พระพุทธเจ้าตรัสว่า เมื่อบุคคลรู้สึกตัวอยู่ 
กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น 
อกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเสื่อมไป 
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเป็นผู้รู้สึกตัว 
ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่ 
เพื่อความดำรงมั่น  เพื่อความไม่เสื่อมสูญ 
เพื่อความไม่อันตรธานแห่งพระสัทธรรม” 
เพราะฉะนั้นสัจธรรมจะไม่สูญหายไปไหน 
ถ้าพวกเรากลับมารู้สึกตัวให้เป็น

พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ

Image by anirudhsingh2342 from pixabay


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ก็จะไม่มีผู้ทุกข์หรือผู้สุขจริง



ถ้ารู้จักว่าอะไรเป็นสมมุติ ไม่มีตัวตนเราเขาจริง
ทุกอย่างบังคับบัญชาไม่ได้ 
ก็จะไม่มีผู้ทุกข์หรือผู้สุขจริง ก็คงหมดเรื่อง
ไม่ต้องไปทะเลาะกัน
ทั้งเรื่องทางโลกทางธรรม ไม่หิวแสง 
และ ไปในโลกและจักรวาลอื่นๆ หรือ 
ย้อนอดีตเมื่อร้อยปีเป็นอะไร กี่กัปป์
หรือ อนาคตกี่ปีแสง ก็ไม่สำคัญ 
จะต้องเป็นอะไรๆ เป็นใคร 
เพราะไม่มีใครอยู่จริง 
ที่มีเธอ เพราะความหลงเป็นขณะๆ ของเธอเอง 
เมื่อไม่เห็น ก็เป็นเธอเป็นเขาไป

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by Juergen57BS from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ทำให้ทางเดินในวัฏสงสาร ยาวไกลไม่รู้สิ้นสุด

...มีแต่ผู้ที่หลงตัวเองว่า กำลังเป็นสุขนั้น
อยู่ดาษดื่นทั่วทั้งโลก ด้วยอุบายตื้นๆ เช่นนี้ 
กิเลสก็หลอกครองโลกได้ทั้งหมดทั่วไตรภพ 
คือ ตลอดกามภพ รูปภพ และอรูปภพ 
เมื่อเข้าใจเช่นนั้นว่าเป็นสุข 
สรรพสัตว์ก็จึงหลงเสาะแสวงหา 
จึงได้แต่ภาพลวงตา ภาพลวงใจ 
เวียนว่ายตายเกิด อยู่มิรู้สิ้นสุด 
ความไม่รู้จริง คือรู้ผิด 
เพียงเท่านี้ก็ทำให้ทางเดินในวัฏสงสาร
ยาวไกลไม่รู้สิ้นสุด 
เมื่อรู้จักคิดรู้จักพิจารณา
เพียงรู้ความจริง 
ว่างจากตัวจนได้จริง 
เพียงเท่านี้ การเดินทางอันยาวไกลในวัฏสงสาร
ก็จะสิ้นสุดลงได้ จบกรรม

ท่าน ก.เขาสวนหลวง

Image by Juergen57BS from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา