อย่าทำสิ่งที่ผิดไปจากธรรม


ไม่ว่าการกระทำใดที่เธอเกี่ยวข้อง
อย่าทำสิ่งที่ผิดไปจากธรรม
ซึ่งไม่เป็นไปเพื่อ
สั่งสมบุญกุศลและปัญญา
อย่าปรารถนาสิ่งใด
นอกเหนือไปจากความเป็นพุทธะผู้รู้
พร้อมทั้งยังประโยชน์แก่สรรพสัตว์
อย่ายึดมั่นถือมั่นสิ่งใด
เพราะล้วนเป็นรากแห่งพันธนาการ
คำสอนทั้งปวงล้วนมีพื้นฐานเป็นหนึ่งเดียว
เหมือนความเค็มของเกลือ
จงอย่าวิพากษ์วิจารณ์ยานที่สูงกว่าหรือต่ำกว่า
เพราะทุกยานล้วนคือมรรควิถีที่ใช้เดินทางดุจเดียวกัน
เปรียบได้ดังขั้นบนบันไดฉะนั้น

ท่านคุรุ รินโปเช
---------------------------
Master Padma said: Whatever actions you engage in, do not do anything non-dharmic that fails to become the accumulation of merit and wisdom.
Do not desire anything other than omniscient Buddhahood and benefiting sentient beings.
Do not be attached to anything. Attachment itself is the root of bondage. 
All the teachings are ultimately indivisible, like the taste of salt.
Do not criticize any of the higher or lower vehicles. They are identical in being the path to be journeyed, just like the steps on a staircase.

~ Guru Rinpoche, from Dakini Teachings:

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ข้ออ้างของกิเลส


จิตถ้าไม่ฝึกจะกลายเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเรา 
เพราะว่าหนีเท่าไหร่ก็หนีไม่พ้น 
ศัตรูที่เป็นคนข้างนอก เรายังพอมีโอกาสหนีได้บ้าง 
หาคนมาคุ้มกันได้บ้าง 
แต่ถ้าศัตรูอยู่ในใจเรา ไม่มีทางที่เราจะหนีพ้น 
ไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่น 
.
เพราะฉะนั้น การฝึกจิต โดยเฉพาะการเจริญสติ 
จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของชีวิต 
หลายคนก็รู้ มีความตั้งใจที่จะปฏิบัติ 
แต่พอกลับไปแล้วเจอสภาพแวดล้อมเดิมๆ 
เจอภารกิจการงานในครอบครัว ในที่ทำงาน 
รวมทั้งสิ่งเย้ายวนใจ และกิจกรรมต่างๆ 
ที่ชวนให้หลงใหล 
สุดท้ายหลายคนก็จะบอกว่า “ไม่มีเวลาปฏิบัติ”
.
บ่อยครั้งคำว่า "ไม่มีเวลาปฏิบัติ" 
เป็นข้ออ้างของกิเลส 
เราเคยถามตัวเราเองบ้างไหมว่า 
ในเมื่อไม่มีเวลาปฏิบัติ 
แต่ทำไมมีเวลาโกรธ ไม่ได้โกรธเป็นชั่วโมงนะ 
โกรธเป็นวันๆ บางทีเป็นอาทิตย์ 
ทำไมมีเวลาเศร้า มีเวลาเครียด มีเวลาวิตก 
ทำไมเรามีเวลาให้กับสิ่งเหล่านี้ 
ทั้งๆ ที่มันบั่นทอนจิตใจ 
แต่ว่าสิ่งดีๆ ที่ทำแล้วจะกอบกู้ชีวิตจิตใจเรา 
กลับบอกว่าไม่มีเวลา

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

Image by FelixMittermeier from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

หลบอยู่ในธรรมของพระพุทธเจ้า หลบพ้น


กรรมใครกรรมมันนะ อย่าลืม 
ใครเขาอยากจะตีให้เขาตีไป 
เราหลบได้เราหลบ หลบอยู่ในธรรม
ธรรมะของพระพุทธเจ้า ไม่มีตัวมีตน 
หลบพ้นนะลูก 
.
ถ้าหลบไม่พ้นก็ให้รับอย่างพระโมคคัลลานะ 
รับอย่างคนฉลาด อย่ารับอย่างโง่ ๆ 
รับแล้วไปนิพพาน คือ 
รับด้วยจิตผ่องใสบริสุทธิ์ 
ไม่ใช่รับด้วยความขัดข้องหมองใจ 
.
จิตไม่บริสุทธิ์ การไปของจิตก็บริสุทธิ์ไม่ได้ 
อย่ารับอย่างคนโง่ 
เพราะมีอบายภูมิ ๔ เป็นที่ไป

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

Image by flutie8211 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/



 

นี่คือมงกุฎธรรม


อาจารย์กำพลถามหลวงพ่อคำเขียน
ว่า เทคนิคในการดู เราควรทำอย่างไร
หลวงพ่อตอบว่า ทำตัวดูให้เด่น 
ให้เห็นกายเห็นจิต แล้วหัวเราะเยาะมันได้
ตัวดูเด่น นั่นแหละ มันจะเป็นวิมุตติ
การทำตัวดูให้มันเด่นนี่ 
มันคิดไม่ได้หรอก ต้องเจริญสติให้มาก 
จิตที่เป็นผู้ดู มันก็จะเด่นขึ้นเอง
“การเป็นผู้ดู” อย่าเข้าไปเป็น 
ท่านบอกว่า นี่แหละสำคัญมาก
ท่านว่าเป็นเพชรแห่งธรรม 
สุดท้ายแล้วถึงขั้นที่ว่า “การไม่เป็นอะไร กับอะไร” 
นี่คือมงกุฎธรรม
ท่านบอกว่า “ เอาไปบอกเขาด้วยนะอาจารย์กำพล 
ช่วยเอาไปบอกต่อๆ กัน”

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

Image by Lancier from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/




 

ให้อภัย...


ให้อภัยเพราะจริงๆ ก็รักมาก
แค่เขาไปทำในสิ่งที่ตนไม่ชอบ  
=  ยังเป็นโมหะและจะยังโกรธอีกบ่อยๆ  
.
ให้อภัยเพราะเข้าใจว่าเป็นบุญ 
เป็นการเจริญเมตตา 
= ได้ความเป็นเทวดา เป็นพรหม  
แต่ยังเสื่อมได้ และยังเป็นปุถุชน 
ที่ต้องเทียวเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป
.
ให้อภัยเพราะทราบว่าความยึดมั่น
ในอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้นเป็นแดนเกิด  
จึงทิ้งความยึดมั่นนั้น เป็นอภัยทาน 
=  พัฒนาเข้าสู่ระบบอริยวิถี 
คือต่ำสุดได้ความเป็นพรหมที่เข้าใจอริยธรรม  
จะไม่เสื่อมถอยอีก  
จะดำเนินไปสู่ความหลุดพ้นตามลำดับ

ครูบาไตรภพ วัดป่าโคกเจริญธรรม

Image by felix_merler from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จับหลักธรรมะให้ได้


จับหลักธรรมะให้ได้
เรื่องไม่มีอะไร นอกจาก ระวัง! 
เรื่องที่จะเข้ามาใน “จิต” 
ทางตา ทางหู ทางจมูก 
ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ อะไรก็ตาม 
และ อย่าให้เรื่องนั้นมันเข้าไป “ปรุงแต่ง” 
ใน “จิต” เป็น “ตัวกู ของกู” 
เท่านั้นเอง มีเท่านั้นเอง 
สูตรไหน ก็สูตรนั้น มีความมุ่งหมายอย่างนี้
“ตัวกู” เป็นของหนัก 
ยิ่งกว่าโลกทั้งโลก

ท่านพุทธทาสภิกขุ

Image by Arcaion from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เป็นการปฏิบัติโดยที่ไม่ต้องปฏิบัติ


การมีสติอยู่กับปัจจุบัน
มีสติรู้กายในกาย
เป็นดั่งเครื่องป้องกันทุกข์
และกำจัดทุกข์ที่กำลังเกิดเป็นปัจจุบันทันด่วน
ความรู้สึกในกาย 32 ช่วยให้ชีวิตเกิดความสำรวม
มีศีลในตัวอัตโนมัติแม้ไม่ถือศีลก็ตาม
เป็นการปฏิบัติโดยที่ไม่ต้องปฏิบัติ
แต่ไม่ห่างไปจากการปฏิบัติ
อิโตมิ จัง
Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การรู้เฉยๆ สำคัญมาก


พระพุทธเจ้าทรงบอกวิถีทาง
สู่ความไม่ทุกข์ด้วยการเจริญสติ..
ท่านให้เคล็ดลับในการเจริญสติมาด้วย
คือให้รู้เฉยๆ ในสิ่งที่กำลังแสดงตัว
ไม่ต้องไปทำอะไร
การรู้เฉยๆ สำคัญมาก…
เวลามีความคิดหรืออารมณ์ ถ้าเรารู้เฉยๆ
มันก็เป็นเพียงอาการของจิต ที่วูบไหวขึ้นมาแล้วก็ดับไป
ความคิดและอารมณ์นั้นจะไม่เป็นทั้งสิ่งดีหรือไม่ดี
แต่ถ้าเราไม่ยอมรู้เฉยๆ
ความคิดนั้นจะกลายเป็นที่ตั้งแห่งความชอบหรือไม่ชอบ
เราจะเข้าไปในเรื่องที่คิด
แล้วก็จะเป็นทุกข์เป็นสุขกับมันทันที

หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

Image by Pexels from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

หลงไปก็ไม่ถูก เพ่งไว้ก็ไม่ใช่


นักภาวนาต้องเข้มแข็ง
เข้มแข็งไม่ใช่ว่าโลภมาก
ไม่ใช่เพ่งจ้องตัวเองตลอดเวลา
แบบสายตาไม่กะพริบ
อย่างนี้ไม่ถูก
อย่างนี้คือเราถูกกิเลสหลอกแล้ว
มีความโลภอยากจะเจริญมากไป
หลงไปก็ไม่ถูก เพ่งไว้ก็ไม่ใช่
แค่รู้สึกอย่างเป็นธรรมชาติ ธรรมดา
จนถึงจุดหนึ่งจะค่อยๆ เข้าใจมากขึ้นเอง
ว่าร่างกายจิตใจนี้ สั่งไม่ได้ บังคับไม่ได้

อ.ประสาน พุทธกุลสมศิริ


Image by stanbalik from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา






 

ต้องปฏิบัติแบบ ไม่ต้องได้อะไร


การปฏิบัติธรรมด้วย "ความรู้สึกตัว" 
ในชีวิตประจำวัน
....ต้องปฏิบัติแบบ ไม่ต้องได้อะไร 
....และไม่เป็นอะไรกับอะไร นี่แหละจึงจะได้
คำว่า "ไม่เป็นไร" นี่ยิ่งใหญ่นะ 
มันทำให้ "ใจตื่น"
คนปฏิบัติธรรมต้องหน้าตาผ่องใส 
ไม่ใช่คร่ำเคร่ง เก็บกด
เราปฏิบัติเพื่อ "เห็น" ธรรม 
ไม่ใช่ไป "เอา" ธรรม
ดังนั้น ให้ปฏฺิบัติแบบผ่อนคลาย 
สบายๆ ทำเล่นๆ แต่ต่อเนื่อง
โดยไม่คาดหวังอะไร
การ "รู้แบบปัจจุบัน" นั่นแหละ คือ "สติ"

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

เพจ ชมรมเพื่อนคุณธรรม

Image by stanbalik from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา