สงบอยู่ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว


ที่มันไม่เคยสงบ
เพราะใจมันถูกลากดึงอยู่
ด้วยความอยาก กับไม่อยากนี่แหละ
อยากก็เที่ยวขวนขวานหานู่นนี่เข้ามา
ไม่อยากก็พยายามผลักดันออก
ใจก็ดิ้นตลอดเวลาหาความสงบไม่ได้
ใจที่รู้เท่าอารมณ์ทั้งหลาย
จนความอยากไม่อยากดับลง
เราจะเข้าใจเลยว่าใจนี้แหละ
สงบอยู่ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว....

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

Image by Only-shot from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

หน้าที่ของชีวิตเราที่แท้จริง


จะต้องตั้งเป้าหมายไว้ให้ถูกต้องว่า
หน้าที่ของชีวิตเราที่แท้จริง
อยู่ที่ปฏิบัติให้เข้าถึงความดับทุกข์
แม้เรามีหน้าที่อย่างอื่น
ก็ทำไปตามหน้าที่
แต่ว่า..หน้าที่ของชีวิตจริงๆ
ต้องอยู่ที่การปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์
.
เรามีหน้าที่เป็นสามี เป็นภรรยา
เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นครู เป็นอาจารย์ ฯลฯ
ก็ทำไปตามหน้าที่นั้นๆ
แต่ต้องรู้ว่า...หน้าที่ที่สำคัญของชีวิต
อีกอันหนึ่งก็คือ
การดับทุกข์ให้ตัวเอง
.
เรายังอยู่ในโลก อยู่ในสังคม
ก็จำเป็นต้องทำหน้าที่ทางโลก
ไปตามสมมุติ
จะไปทิ้งหน้าที่อะไรทุกอย่างก็ไม่ได้
นั่นเป็นการปฏิบัติธรรม
เมื่อยังต้องอยู่กับความถูกต้อง
ของโลกก็ต้องทำไป
คือต้องทำไปตามหน้าที่
ของการมีหน้าที่นั้นๆ
.
แต่สิ่งที่เราจะต้องเอาจริงเอาจัง
ต้องสนใจ ต้องเล็งเป้าหมาย ไปให้ถึง..ก็คือ...
การเรียนรู้สภาพธรรมในตัวเอง
โดยการเจริญสติเจริญสมาธิ
ให้รู้แจ้งในตนเอง จึงจะดับทุกข์ได้
ดับทุกข์ได้จากการที่เรา
รู้จัก-รู้แจ้งในตัวเอง และปล่อยวาง
.
การปฏิบัติก็ไม่ใช่ว่าจะสุดวิสัยจนเกินเอื้อม
เพราะว่าสิ่งที่เราจะทำ มันก็อยู่กับตัวเรา
การงานต่างๆ ภายนอก ยังอาจจะไกลกว่าด้วยซ้ำ
แต่การงานภายใน การงานของการปฏิบัติธรรม
เพื่อความพ้นทุกข์นั้นอยู่กับตัวเสมอ
ไปไหนก็ไปกับเราด้วย
นั่งอยู่ตรงไหน เดินอยู่ตรงไหน
เดินอยู่ตรงไหน ยืนอยู่ตรงไหน
ก็มีตัวอยู่อย่างนี้
.
มีกายมีใจ มีตา หู จมูก ลิ้น มีเห็น ได้ยิน รู้กลิ่น รู้รส
มีความตรึกนึก ปรุงแต่ง
ก็ให้ทำหน้าที่ ปฏิบัติตามดูตามรู้สิ่งเหล่านี้
ดูสิ่งเหล่านี้ไปทุกวันทุกเวลา
.
เฝ้าดู เฝ้ารู้ เฝ้าติดตามไป
นี้คือเป้าหมาย คือหน้าที่
ที่เราจะต้องทำในชีวิตที่เกิดมา

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

Image by Only-shot from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

เข้มแข็ง แล้ว กลับอ่อนแอ


เข้มแข็ง แล้ว กลับอ่อนแอ
ช่วงชีวิต … แสนสั้น
ดังดอกมณฑาบาน
เพียงหนึ่งวัน…แล้วโรยรา
พบกัน…แสนสั้น
จากกัน…ช่างยาวนาน
ยึดติดอะไรแล้วไม่ทุกข์…ไม่มี
ความสุข…ไม่ใช่สรณะ
ความริษยา…คือกรดกัดกินใจ
ความรัก…เป็นสิ่งเบาในเบื้องต้น
หนักอึ้ง ในท่ามกลาง
เฉยๆ … ในที่สุด
.
“ก่อนฤดูเก็บเกี่ยวมาถึง”

ท่านเขมานันทะ

Image by Duncan_Dao from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

มิได้หมายถึงการห้ามนึกถึงอดีตและอนาคต


การมีสติ หมายถึง การตระหนักถึงทุกสิ่งที่เราทำอยู่ตลอดเวลา สติ คือ ความระลึกได้ นึกได้ ความไม่เผลอ การคุมใจไว้กับกิจหรือคุมจิตไว้กับสิ่งที่เกี่ยวข้อง การมีสติทำให้เราตื่นตัว ตระหนักถึงความคิด การกระทำและสิ่งที่อยู่รอบตัวเราทุกขณะจิต
.
บางครั้งเรียกการมีสตินี้ว่า "อยู่กับปัจจุบัน" จนเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นคำสอนที่ไม่ให้คำนึงถึงอดีตและอนาคต
.
ศิษย์หลายคนจึงสงสัยว่าแล้วจะประกอบธุรกิจหรืออาชีพกันอย่างไร เพราะต้องตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอยู่เสมอ
.
ท่านอาจารย์ติช นัท ฮันห์ บอกว่าการอยู่กับปัจจุบันนั้นมิได้นั้นมิได้หมายถึงการห้ามนึกถึงอดีตและอนาคต
.
การอยู่กับปัจจุบันหมายถึงการนึกถึงอดีตและอนาคตอย่างมีสติ ตราบใดที่มีสติ การคำนึงถึงอนาคตก็จะเป็นไปอย่างรอบคอบ อย่างไม่เผอเรอ 
.
ส่วนการมีสติกับอดีตนั้นก็จะทำให้ไม่จมปลักอยู่กับความคิดหรือความรู้สึกจนวนเวียนติดอยู่กับอดีต แต่พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วอย่างมีสติ และเลือกเอามาเป็นบทเรียน
.
จากคอลัมน์ สารบำรุงสมอง เรื่อง ธรรมะกับท่าน ว.วชิรเมธี 

โดย รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ 
นิตยสารออล vol.16 issue 12 April 2022

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ใจนั้นเป็นตัวของตัวเอง


...ถ้าใจโง่นั้นน่ะ 
ไม่เป็นตัวของตัวเอง 
ก็ไปหาอาศัยรูปนั้น เสียงนั้น กลิ่นนั้น รสนั้น
สัมผัสนั้น ธรรมารมณ์นั้น 
เมื่อสิ่งเหล่านั้นพังทลายไปดับไป ก็เสียใจ 
เพราะอะไร ก็เพราะใจมันโง่ 
.ถ้าใจมันฉลาดแล้วมันจะเป็นตัวของตัวเอง 
อะไรจะเกิดก็รู้ อะไรจะดับก็รู้ 
ไม่ได้หวั่นไหวกับสิ่งใดที่เกิดสิ่งใดที่ดับเลย 
นั่นแหละเรียกว่าใจนั้นเป็นตัวของตัวเอง 

หลวงพ่อสมคิด อจโล

.Image by mohamed_hassan from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่มีความคิดเห็น


คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่มีความคิดเห็น
เกี่ยวกับสรรพสิ่งต่างๆ 
พร้อมรักษาจิตใจอันสงบสุขของตัวเองไว้ 
และสรรพสิ่งทั้งหลายก็ไม่ได้ต้องการ
ความคิดเห็นของคุณเลย

มาร์คุส ออเรลิอุส 
จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันระหว่าง ค.ศ.161 ถึง ค.ศ.169

จากหนังสือ Stop Reading the News
 โดย Rolf Dobelli แปลโดย พรเลิศ อิฐฐ์

Image by VladMamai from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เปิดเผยความไม่มี “เรา”


เดินอยู่บนย่างก้าวที่ไม่มี “เรา” เดิน
นั่งอยู่ในที่ซึ่งไม่มี “เรา” นั่ง
รู้สึกอยู่ในที่ซึ่งไม่มี “เรา” รู้สึก
เเม้ชั่วขณะ
สภาวะเเห่งสันติสุขที่มีอยู่ก่อนเเล้ว
ก็เปิดเผยความไม่มี “เรา”
ธรรมชาติเดิมอันสะอาดบริสุทธิ์อยู่ตรงหน้า

พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส

Image by StockSnap from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ทางหนึ่งที่เราจะเอาชนะตนเองได้ คือ ยอมแพ้ผู้อื่น


ทางหนึ่งที่เราจะเอาชนะตนเองได้
คือ  ยอมแพ้ผู้อื่น  
เพราะว่าโดยปกติธรรมดา  
พวกเรามักมีนิสัยชอบเอาชนะผู้อื่น  
แต่ว่าพ่ายแพ้ตนเอง  
โดยที่เราไม่รู้ตัวว่าเป็นผู้แพ้แล้ว  
 เราโกรธ  เราเกลียด  เราริษยาด่าทอผู้อื่น  
เมื่อเขานิ่งไม่โต้ตอบ  
เราก็คิดว่าเราชนะแล้ว  
แต่ที่จริงเราพ่ายแพ้ตนเองไปก่อนแล้ว 
 เขาผู้อดทนและนิ่งได้  นั่นแหละเป็นผู้ชนะ
.
ผู้ที่จะเอาชนะตนเองได้  ต้องเป็นคนผู้ฝึกฝนอยู่เสมอ  
ให้เข้าใจผู้อื่น  เห็นใจผู้อื่น  
เดินออกไปเสียจากตัวเอง  
คือไม่หมกมุ่นอยู่แต่ความต้องการของตน 
นึกอยู่เสมอถึงความต้องการของผู้อื่น  คือเป็นคนไม่เห็นแก่ตัว  
เห็นแก่ผู้อื่นอย่างน้อยก็เสมอกับตัวเอง
.
ในการยอมแพ้ผู้อื่นหรือพ่ายแพ้ตนเองก็ตาม  
ถ้าเรายอมแพ้โดยตั้งใจ  เราจะไม่มีความขัดแย้งในใจ  
เราจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับความพ่ายแพ้  
เราจะมีความสุขมีความพอใจในความพ่ายแพ้นั้น  
ลักษณะนี้ก็จะทำให้เป็นผู้ชนะในความแพ้  
คือเอาชนะตนเองได้  
ไม่เป็นทุกข์ในความพ่ายแพ้
.
ฝึกตนให้เป็นคนยอมแพ้เพื่อชัยชนะ  
และให้เป็นผู้ชนะในความแพ้อยู่เสมอ  
ก็จะเป็นจ้าวแห่งความสุข  ไม่มีอะไรมาทำลายได้
.
มีโคลงอยู่บทหนึ่ง  จำเขามาแต่นึกไม่ออกว่าแหล่งที่มาเป็นที่ไหนบอกว่า
  ฆ่าสัตว์เพื่อเสพเนื้อ อีกหวัง
 กระดูกงาเขาหนัง เพื่อใช้
 ได้สุขแต่ก็ยัง เป็นบาป  กรรมเฮย
 ฆ่าความโกรธนั้นไซร้ ประโยชน์แท้  บุญเหลือ
.
วิธีลดละความโกรธ

อาจารย์วศิน อินทสระ

Image by JoshuaWoroniecki from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

นิพพิทา คำว่าเบื่อ...


นิพพิทา คำว่าเบื่อ... 
ไม่ใช่เบื่ออย่างที่คนเขาเบื่อกัน  
คือเบื่ออย่างที่ไม่อยากรู้  ไม่อยากเห็น
ไม่อยากพูดด้วย  เพราะไม่ชอบมัน 
ถ้ามันเป็นอะไรไป ก็ยิ่งนึกสมน้ำหน้า
ไม่ใช่  เบื่ออย่างนี้...
เบื่ออย่างนี้...เป็นอุปทาน  
เพราะความรู้ไม่ทั่วถึง แล้วเกิดความอิจฉาพยาบาท  
เกิดความยึดมั่นถือมั่น ในสิ่งที่เรียกว่า...เบื่อนั่นเอง
เบื่อในที่นี้...
ต้องเบื่อตามคำสอนของพระพุทธเจ้า 
คือเบื่อโดยไม่มีความเกลียด ไม่มีความรัก
หากมีอารมณ์ชอบใจ  หรือไม่ชอบใจ 
อันใดเกิดขึ้นมา ก็เห็นทันทีเห็นว่า...
มันไม่เที่ยง
เบื่ออย่างนี้จึงเรียกว่า..."นิพพิทา" คือ...
ความเบื่อหน่ายคลายจากกำหนัดรักใคร่
ในอารมณ์อันนั้น
ไม่ไปสำคัญมั่นหมาย ในอารมณ์เหล่านั้น
ทั้งที่ชอบใจ  และไม่ชอบใจ
ไม่ไปยึดมั่นถือมั่น  และไม่ไปสำคัญมั่นหมาย
ในสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น...
จนเป็นเหตุ ให้ทุกข์เกิด

หลวงปู่ชา สุภัทโท

Image by NiklasErnst from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ปัญหาอยู่ที่มุมมอง ไม่ใช่เครื่องอยู่


.
ถาม : กราบนมัสการค่ะ เป็นคนคิดมากวิตกกังวล และหงุดหงิดง่ายค่ะ
ปกติฝึกในรูปแบบ ใช้ ‘พุทโธ’ เป็นเครื่องอยู่ค่ะ
ต่อมาหายไป ก็คอยรู้ทันจิตไหล
แต่ในชีวิตประจำวัน ไม่สามารถหาที่อยู่ให้จิตได้ 
มันว่างๆ แต่ก็คิดฟุ้งซ่านตลอด
นาน ๆ จะรู้ทีว่า เผลอบ้าง ฟุ้งซ่านบ้าง หลงบ้าง
ลองใช้ ‘พุทโธ’ หรือ ดูกายเคลื่อนไหว ก็ได้แค่ไม่กี่วินาที 
แล้วก็หลงยาวเลยค่ะ ขอความเมตตา แนะนำด้วยค่ะ
.
ตอบ : ก่อนอื่น ให้เปลี่ยนมุมมอง ความรู้สึกใหม่
จาก ‘นักปฏิบัติ’ มาเป็น ‘นักศึกษา’
คือทำไว้ในใจว่า จะขอเรียนรู้ความจริง
คำว่า ‘ปฏิบัติ’ มันหลอกใจเราให้ทำอะไรที่ไม่ธรรมดา
เพื่อให้ได้สิ่งที่ไม่ธรรมดา
จิตขณะนี้มันเผลอ มันฟุ้ง ก็เป็นเรื่องธรรมดา
ถ้าเป็นนักปฏิบัติ.. ก็จะทำให้หายฟุ้ง บังคับมัน
ถ้าเป็นนักศึกษา.. ก็จะรู้ไปตามที่มันเป็น
.
นักปฏิบัติ
ถ้าทำได้ตามต้องการ ก็จะดีใจ ภูมิใจ รู้สึกว่า ‘เราเก่ง’
ถ้าทำไม่สำเร็จ ก็หงุดหงิด เครียด
.
นักศึกษา
จะได้องค์ความรู้ สะสมไปเรื่อย ๆ จนเข้าใจความจริงที่ซ่อนอยู่
คือเบื้องต้น จะเข้าใจลักษณะของสภาวะที่ปรากฏ
ว่ามันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวเรา
.
นักปฏิบัติ
เวลามีเครื่องอยู่ ก็มักจะเข้าใจว่า 
จิตต้องอยู่กับเครื่องอยู่เท่านั้นจึงจะดี
พอจิตเผลอ จิตหลง ก็รีบบังคับจิตให้กลับ 
ให้อยู่นิ่งๆ กะจะให้ได้ดีกันตรงนี้
.
นักศึกษา
จะมีเครื่องอยู่ เพียงเพื่อเอาไว้คอยสังเกตว่า 
จิตเผลอเป็นอย่างไร
คือเอาไว้ศึกษาความจริงว่า จิตทำงานอย่างไร
เห็นครั้งหนึ่งแล้วยังไม่เข้าใจ.. 
ก็กลับมาที่เครื่องอยู่ เพื่อเรียนอีก
เริ่มเข้าใจแล้ว แต่ยังไม่แจ่มแจ้ง.. 
ก็กลับมาที่เครื่องอยู่ เพื่อเรียนอีก
ฉะนั้น ปัญหาไม่ได้เป็นที่  ‘เครื่องอยู่’
แต่อยู่ที่  ‘มุมมอง’

พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

เรียบเรียงจากตอบโจทย์บนนิมฺมโลเพจ
วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๐

Image by ev3177 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา