การสลัดอารมณ์สำคัญมาก


คนที่อาลัยอาวรณ์
ในอารมณ์ใดก็ตาม 
ไม่รู้จักสลัดทิ้ง 
คือเพลิน คือนันทิ
ต้องตัดทิ้ง ตัดสุขได้ 
จะทำให้สลัดทุกข์ได้
ถ้ายังมีการอาลัยอาวรณ์
ในอารมณ์ใด
แสดงว่ายังให้อารมณ์
มีที่อาศัย มีเยื่อใย
ดังนั้นการสลัดอารมณ์สำคัญมาก
เราต้องไม่เยื่อใย ไม่อาลัยอาวรณ์
ไม่ว่า สุข หรือทุกข์

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by Alexas_Fotos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

บุญเก่าที่เคยทำจะตามมาประกบ


พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า...
บุคคลที่มองโลกในแง่บวก 
คือ..ผู้ที่มีจิตเป็นกุศล
ผู้มีจิตเป็นกุศล 
บุญเก่าที่เคยทำจะตามมาประกบ 
และส่งผลให้ต่อเนื่องอยู่เสมอ..
แต่บุคคลที่คิดลบจะไปดึงเอา
กรรมเก่าเก่าที่เคยทำมา 
ตามประกบทำให้ชีวิต..
อยู่อย่างแบบ..คนใช้หนี้กรรม..

อิโตมิ จัง

Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การแผ่เมตตาเพียงแค่ระยะเวลาเท่าช่วงน้ำนมหยด


พระพุทธองค์ตรัสว่า
“การแผ่เมตตามีอานิสงส์
มากกว่าถวายข้าววันละ ๓๐๐ หม้อ”
เมตตาทำให้จิตสงบ
.
การแผ่เมตตาเพียงแค่ระยะเวลาเท่าช่วงน้ำนมหยด
มีอานิสงส์มากกว่า
การถวายทานด้วยข้าวถึง ๓๐๐ หม้อเสียอีก
จึงควรเจริญเมตตาให้มาก ทำให้ยิ่ง
เข้าถึงเมตตาเจโตวิมุตติ..
.
หน้าตาจะผ่องใส สมาธิจะตั้งมั่นได้เร็ว
ไม่หลงทำกรรม ไม่หลงตาย
เมื่อตายแล้วก็จะไปสู่พรหมโลก
อานิสงส์ของเมตตามีมาก
ถ้าเรามีจิตเมตตา เราจะมีความสุข
.
เมื่อจิตของเรามีเมตตา ใจของเราก็จะเย็น
แม้ว่าคนอื่นจะร้อนมากระทบ
จิตของเขาก็จะพลอยลดความร้อนลง
ใจที่ขัดเคืองมา โกรธขึ้นมา
เมื่อมาพบกับเราที่จิตใจเย็นด้วยเมตตา
เขาก็จะพลอยเย็นไปด้วย
ต่อๆ ไปใจของเขาก็จะเริ่มยอมรับ
.
การแผ่เมตตานั้น ต้องแผ่กันเป็นประจำ
ตื่นขึ้นมานึกขึ้นได้ ก็ว่า
“ขอให้สัตว์ทั้งหลาย
จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด”
.
อยู่ที่ไหนพอนึกขึ้นได้ก็แผ่
แผ่บ่อยๆ จิตเราก็จะเกิดเมตตาจริงๆ
พอจิตมีเมตตาจริง
จิตจะอิ่มเอิบ เบิกบาน
หน้าตาก็จะผ่องใส
เมื่อใจอิ่มปากก็จะยิ้มด้วย
.
ในขณะที่จิตแผ่เมตตา
นึกถึงสัตว์ทั้งหลาย
“ขอให้สัตว์ทั้งหลายจงมีความสุข”
แผ่ไปๆ ขณะที่แผ่เมตตานั้น เป็นสมถะ
ทำให้จิตสงบได้
แต่ในขณะที่แผ่ จิตก็กลับมารู้สภาวะในจิต
พบว่าจิตมีความอิ่มเอิบ มีปิติ
มีความปรารถนาดี
นี่คือ รู้สภาวะปรมัตถ์
เดี๋ยวก็แผ่เมตตาไป
เดี๋ยวก็มารู้สภาวปรมัตถ์
รู้สลับไปมาอย่างนี้ก็ได้..

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ต้องแผ่เมตตาตนเสียก่อน


ถ้าหากว่านิสัยของเราชอบโกรธง่าย 
เราก็ต้องแผ่เมตตาตนเสียก่อน 
ตนไม่ชอบทุกข์ สัตว์ทั้งหลายก็ไม่ชอบทุกข์ 
แผ่เมตตาตน อะหัง สุขิโต โหมิ นั่น 
ขอเราจงเป็นสุข 
อย่ามีเวรมีภัยกับสิ่งอันใดในไตรโลกธาตุ...
ถ้าเราไม่แผ่เมตตาเอาตนเป็นพยานก่อน 
มันก็เป็นพายเรือโต้น้ำ 
มันไม่ค่อยอยากไป ไม่สนิท

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

Image by Mammiya from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ไม่มี “ใคร” ต้อง “เป็น” อะไร


ในเมื่อไม่มีเรา แล้วเราจะปฏิบัติธรรมไปทำไม?
ปฏิบัติเพื่อให้พ้นทุกข์ ถ้าไม่มี “เรา” แล้วอะไรพ้นทุกข์?
#ปฏิบัติเพื่อพาจิตให้เห็นความจริง
ที่ต้องปฏิบัติเพราะอุปาทานมันยึดถือครอบครองอยู่
เอา “เรา” ที่เราคิดว่าเป็นเรานี่แหละ 
พาจิตให้เห็นความจริงว่า 
ทุกอย่างเป็นเพียงกระบวนการการทำงานของธรรมชาติ 
ไม่เป็นไปตามอำนาจความอยากของเราเลย
ปัญญาจะเกิดขึ้นมาว่า ไม่มี “ใคร” ต้อง “เป็น” อะไร
.
ความรู้สึกว่า “มีเรา” เกิดขึ้นเมื่ออุปาทานครอบงำอยู่ชั่วขณะหนึ่งนั้นเอง
ภาวะนี้คือการหลุดพ้น คือหลุดพ้นจากอุปาทาน (การยึดถือ)
ไม่ได้หลุดพ้นจากตัวตน เพราะตัวตนไม่เคยมีอยู่จริงๆ
.
หนทางมีอยู่แต่ผู้เดินทางไม่มี
มรรคนิพพานมีอยู่ แต่ผู้บรรลุมรรคผลนิพพานไม่มี

พระอาจารย์มหาวิเชียร ชินวังโส

Image by jplenio from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

อย่าประยุกต์ สิ่งทั้งผอง เป็น "ของฉัน"


ถ้าจะอยู่  ในโลกนี้  อย่างมีสุข
อย่าประยุกต์  สิ่งทั้งผอง  เป็น "ของฉัน"
มันจะสุม  เผากระบาล  ท่านเป็นควัน
ต้องปล่อยมัน  เป็นของมัน,  อย่าผันมา-
.
เป็นของกู  ในอำนาจ  แห่งตัวกู
ท่านจะอยู่  วุ่นวาย  คล้ายคนบ้า
อย่างน้อยก็  เป็นนกเขา  เข้าตำรา
มันคึกว่า  "กูของกู"  อยู่ร่ำไป ฯ
.
ท่านหามา,  มีไว้,  ใช้หรือกิน
ตามระบิล,  อิ่มหนำ  ก็ทำไหว
โดยไม่ต้อง  มั่นหมาย  ให้อะไร ๆ
ถูกยึดไว้  ว่า "ตัวกู"  หรือ "ของกู" ฯ.

ท่านพุทธทาสภิกขุ

Image by Darkmoon_Art from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

อย่าเป็นอะไรเลย สบาย


อย่าเป็นอะไรเลย สบาย 
ความสบายอยู่ตรงที่เราไม่ต้องเป็นอะไร 
เราไม่ต้องเอาอะไร 
ภาวนาจนไม่มีความรู้สึกว่าได้กำไร
หรือขาดทุนจากการปฏิบัติ 
มีความรู้สึกราบรื่น 
สิ่งภายนอกขึ้นๆ ลงๆ 
แต่เราก็ไม่ขึ้นๆ ลงๆ ตาม 
เราอยู่ด้วยความวางเฉยของผู้รู้เท่าทัน 
อาการแห่งความสุขก็มีอยู่ 
แต่มันอยู่ข้างนอกมันไม่ได้เข้าไปถึงใจของเรา

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

Image by Henryphoto from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

 

คือเห็นอะไรก็วางได้


เห็นอะไรก็เป็นธรรม.. 
คือเห็นอะไรก็วางได้..นั่นเรียกว่าธรรม 
ถ้าเห็นอะไรวางไม่ได้เรียกว่าอกุศล..อธรรม.. 
เห็นแล้วปล่อยวางได้ 
รู้เท่าทันความเป็นจริงของอารมณ์ของจิต 
ไม่ไปปรุงไม่ไปแต่งอะไรมัน 
เห็นตามความเป็นจริง เข้าใจมั้ยจ๊ะ 
เรียกว่าเห็นด้วยปัญญา 
เห็นด้วยอุเบกขา 
เค้าเรียกว่าดวงตาเห็นธรรม 
คืออะไรก็เป็นธรรมหมด..อย่างนี้ 
อะไรมันก็เป็นประโยชน์หมด ไม่ใช่เป็นโทษ..
ถ้าเรามีปัญญา

สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี
จากเพจ ธรรมะมหัศจรรย์ ตามรอยธรรมสมเด็จโต 
สถานปฏิบัติธรรมพรหมรังสี

Image from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

จงเจริญภาวนาให้หูตาสว่าง


จงเจริญภาวนาให้หูตาสว่าง
ได้ประทีปส่องทางจักษุไร้ฝุ่นผง
เห็นทุกข์เป็นธรรมชาติที่ต้องปลง
ถอนความลุ่มหลงรูปรสโลกีย์
.
ไม่มีธรรมไม่มีโลกไม่มีปุถุชน-อริยะ
ไม่มีเปตะติรัจฉาโนยักโขยักขี
รู้แจ้งกายจิตล้วนแต่สิ่งไม่มี
ตัวตนสิ่งนี้ก็ปัจจัยปรุงมา
.
วางลงปลงได้เพราะใจรู้แจ้ง
สิ้นความเคลือบแคลงแหล่งเสาะแสวงหา
เอาทุกข์ทิ้งไปเก็บใจคืนมา
สมมติหยุดแสวงหา
วิมุตติกลับมาอุบัติสมบัติแท้

หลวงตาสุริยา วัดป่าโสมพนัส

Image by Rattakarn_ from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

มีแต่เพิ่มกิเลสให้เรา


นักปฏิบัติที่ไม่รู้ไม่เห็นอะไร 
รวบรัดตัดตรงเข้าหามรรคหาผลเลย
ถือว่าโชคดีที่สุด ไม่เสียเวลา 
ส่วนท่านที่รู้มากก็ยากนาน 
คำว่ายากนาน 
บางคนโดนพารู้เตลิดเปิดเปิงไป
. 
เวลาญาณเครื่องรู้เกิดขึ้น รู้ทุกเรื่อง 
อย่างที่บอก...ขนาดสร้างยานอวกาศไปนอกโลกก็ยังได้ 
เพียงแต่ว่าหากว่าเราสังเกตจะเห็นว่า 
ทุกอย่างที่เราคิดจะมีเหตุมีผล 
สามารถอธิบายได้ทั้งวิชาการ 
ทั้งวิทยาศาสตร์ ทั้งทางธรรม 
แต่เรื่องที่รู้ไม่มีอะไรช่วยให้เราหมดกิเลสเลย 
ถ้าไม่สังเกตตรงนี้ก็จะโดนหลอกไปเรื่อย ๆ
.
กิเลสเขาเก่ง 
เขาจะหลอกให้เราภูมิใจ 
ว่าเราเข้าใจ เรารู้เห็น 
เราเข้าถึง และเราก็ลืมพิจารณาว่า
เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ไม่ได้ช่วยตัดกิเลส
มีแต่เพิ่มกิเลสให้เรา

หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ

Image by Rattakarn_ from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา