มีแต่เพียงความยึดมั่นถือมั่น ในกายในใจ


ความเป็นจริงที่ทารุณ
ต่อความรู้สึกของคนไม่เคยฝึกจิตก็คือ
"ตัวเรา-ของเรา" ที่แท้จริงนั้นไม่มี
มีแต่เพียงความยึดมั่นถือมั่น
ในกายในใจ หรือรูปนามนี้
ว่าเป็นตัวเรา-ของเราเท่านั้น
วัตถุที่ทุกคนแสวงหาในทางโลกทั้งหมด
จึงเป็นเพียงความสูญเปล่าเท่านั้นเอง

พระอาจารย์มหาวิเชียร ชินวังโส

Image by weareaway from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




จะภาวนาหรือไม่ภาวนา มันก็จบอยู่ในตัวแล้ว


พวกที่หลงโลกก็มีหลงอยู่ ๔ ประการ
๑. หลงของไม่เที่ยงว่าเป็นของเที่ยง 
คือหนังหุ้มอยู่โดยรอบที่สมมติว่าเป็นเราๆ นี้
๒. หลงของเป็นทุกข์ว่าเป็นสุข 
คือหนังหุ้มอยู่โดยรอบนี้อีกล่ะ
๓. หลงของไม่ใช่ตัวตนว่าเป็นตัวตน
เอาจริงๆ จังๆ จนแกะไม่ได้คลายไม่ออก
๔. หลงหนังหุ้มอยู่โดยรอบ
อันเป็นของบูดราเปื่อยเน่า
ว่าเป็นของสวยงาม
ถ้าเราไม่หลงสิ่งเหล่านี้แล้ว 
ภพชาติของเราก็จบใน ณ ที่นี้เอง 
จะภาวนาหรือไม่ภาวนา
มันก็จบอยู่ในตัวแล้ว 
แม้จะภาวนา ๗ วัน ๗ คืน
ไม่กินอาหารก็ตาม 
ถ้าหากว่าหลงของ ๔ ประการ
ดังกล่าวมาแล้วนี้อยู่ 
ก็ยังข้ามภพข้ามชาติไม่ได้

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

Image by lumina_obscura from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



การพบเป็นเบื้องต้นของความพลัดพราก


การพบเป็นเบื้องต้นของความพลัดพราก 
สมบัติเป็นเบื้องต้นของวิบัติ 
ความเกิดเป็นเบื้องต้นของความตาย 
ถ้าดีใจในการพบ ในสมบัติและในความเกิด 
ก็ต้องเสียใจในเมื่อต้องพลัดพราก 
ในเมื่อวิบัติมาถึงและในความตาย 

อ.วศิน อินทสระ

Image by 422694 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ความสงบไปติดไม่ได้


ความสงบไปติดไม่ได้ 
ถ้าเข้าใจว่าความสงบเป็นเรา
เข้าใจว่าเราเป็นความสงบ
ก็เป็นก้อนอัตตาอยู่นี่เอง
ก้อนอัตตาก็เป็นตัวสมมุติอยู่
จะนึกว่าเราสงบ เราฟุ้งซ่าน
เราดี เราชั่ว เราสุข เราทุกข์
อันนี้ก็เป็นภพชาติอยู่อีก เป็นทุกข์อีก
ถ้าสุขหายไปก็กลายเป็นทุกข์
ถ้าความทุกข์หายไปก็กลายเป็นสุข
ก็ต้องวนเวียนไปนรก สวรรค์ อยู่ไม่หยุดยั้ง

หลวงปู่ชา สุภัทโท  

Image by Engin_Akyurt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


อย่าหนีความจริงที่ใจตนเป็นอยู่


ถ้าอยากพ้นจากบาปอันร้าย 
อย่าหนีความจริงที่ใจตนเป็นอยู่ 
แค่รู้ว่าใจเรายังมีความเร่าร้อน
เพราะบาปอย่างไรบ้าง 
ตามวาระที่มันปรากฏมีขึ้น 
อิจฉา ตระหนี้ ขี้โกรธ อะไรต่างๆ 
ไม่ต้องไปสร้างกำแพงจนตนเดือดร้อนใจ 
ดิ้นรนปกปิด แค่รับรู้ว่าตน
ยังมีอาการใจร้ายๆ อย่างนั้นอยู่ 
พอทราบแล้วทิ้งเสีย 
รู้เฉยๆ ไม่ต้องเพ่งคิดตอกย้ำอะไร 
แล้วก็ทิ้ง เอาใจไปไว้กับสิ่งเป็นกุศลเสีย 
ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวบาปก็หาย
แต่ในขณะที่ใจยังร้าย
ก็พยายามสำรวมกายวาจา 
อย่าไปทำตามใจร้ายๆ นั้น

ครูบาไตรภพ วัดป่าโคกเจริญธรรม

Image by AJS1 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ไม่ติดสิ่งที่ประณีต เป็นผู้มีปัญญา


พระพุทธเจ้าทรงเห็นโทษว่า 
การอยู่ในปราสาทราชวังเป็นการติดทั้งนั้น 
เพราะในปราสาทราชวังมีพร้อม 
รูปสวยๆ เสียงไพเราะๆ กลิ่นหอมๆ 
สัมผัสที่นิ่มนวล รสอร่อยๆ 
เป็นของประณีตทั้งนั้น 
สิ่งที่ประณีตเป็นของติดง่ายแล้วก็หลุดยาก 
ถ้าผู้ใดสามารถจะหลุดจากสิ่งที่ประณีตได้ 
ไม่ติดสิ่งที่ประณีต
ผู้นั้นเป็นผู้มีปัญญา... 

พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

Image by ractapopulous from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เกี่ยวนิดเดียวก็เป็นภพ


สัญญาอดีต อนาคต เป็น "โลก"
ปัจจุบัน เป็น "ธรรม"
สัญญาอะไรนิดเดียว
ก็ไม่เอาไม่ให้เกี่ยว 
เกี่ยวนิดเดียวก็เป็นภพ 
แล้วก็ต้อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย อีก

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

Image by northm4nn from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ทุกข์ท่วมหัวก็ยังมองไม่เห็น


ทุกข์เกิดมากมายมหาศาล
เพราะเราไม่มีตาปัญญา
ที่จะมองเห็นทุกข์เท่านั้นเอง
เจ้าชายสิทธัตถะพอมีโอรสองค์แรก 
ท่านก็มองเห็นทุกข์ทันที แล้วท่านก็หนีเลย
แต่พวกเราบางคนได้ลูกคนหนึ่งก็ยังไม่รู้สึก 
ลูกสองก็ยังไม่รู้สึก ลูกสามก็ยังไม่รู้สึก 
ลูกสี่คนก็ยังไม่รู้สึก
ทุกข์ท่วมหัวก็ยังมองไม่เห็น 
แต่กว่าจะรู้สึกก็สายเสียแล้ว 
ก็เลยตามเลยไป ก็ตายแล้วตายอีกไม่รู้จบ

หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

Image by patryklatko74 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ต้องมีเป้าหมายเพื่อออกจากทุกข์


การที่อบรมจิตว่า “มันไม่ใช่ของเรา”
เดี๋ยวก็ตายแล้วเนี่ยก็เพื่อให้มีสัมมาทิฏฐิ
เป็น “สัมมาทิฏฐิแนวโลกียะ”
เพื่อจะให้มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
ทำบุญ ทำทาน ทำความดีเพื่อที่จะไปเกิดดี
เริ่มต้นก็ต้องเอาแนวเนี้ยไปก่อน
เพราะว่าปฏิบัติยังไม่ถึงขั้น
มันก็เลยเป็นไปเพื่อให้อยู่ในโลกได้
โลกเราก็จะได้มีความสุขอยู่กันแบบสงบร่มเย็น
มันก็เลยเป็นระบบศีลธรรมระบบจริยธรรมไป
.
แต่ถ้าหากว่ามันลึกเข้ามา มันต้องอีกระดับหนึ่งแล้วนะ
เป็น “สัมมาทิฏฐิแนวโลกุตตระ”
สัมมาทิฏฐิระดับนี้ต้อง “เห็น”
#เห็นพระไตรลักษณ์ #เห็นว่ามันไม่ใช่ของเรา
#ปฏิบัติจิตเพื่อให้จิตรู้ความจริงเท่านั้น
จึงจะเป็นทางออกเพราะมันออกจากกรรมได้
สัมมาทิฏฐิแนวโลกียะมันยังวนเวียนอยู่
ในการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในระบบของกรรม
แต่ระบบโลกุตตระเนี่ย “ออกจากกรรม”
อะไรโผล่มา... ก็ไม่เอา สละ ละ วาง
รู้แล้วก็เห็นมันเกิดเห็นมันดับนี่ใช่เลย
.
ทำอะไรก็ตามต้องมีเป้าหมายเพื่อออกจากทุกข์
รักษาศีล... ก็เพื่อออกจากทุกข์
เพื่อละกิเลสตัณหาอุปาทาน
ปฏิบัติ... ก็เพื่อออกจากทุกข์
ไม่ใช่ลูบๆ คลำๆ ปฏิบัติ
เพื่อให้มีบุญไปเวียนว่ายตายเกิด
.
พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตโต

Image by EvgeniT from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



เชื้อโรคที่น่ากลัวที่สุด


พระธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่ตรัสไว้ชอบแล้ว 
เชื้อโรคโควิด-19 เป็นเชื้อโรคทางกาย
ที่รักษาให้หายขาดได้ด้วยยา 
พวกเราทั้งหลายไม่น่าพากันตื่นตระหนกตกใจกันเลย
เชื้อโรคที่น่ากลัวที่สุด
ที่พระพุทธเจ้าให้พวกเรากลัวกัน คือ โลภ โกรธ หลง 
เป็นเชื้อโรคทางจิตใจที่ร้ายแรงที่สุด 
ที่มีการติดเชื้อกันอยู่ทั้งโลก 
มันมีอำนาจผลักดันให้พวกเราทั้งหลายไปเกิดไปตาย 
ไปเป็นเปรต เป็นผี ไม่มีที่สิ้นสุด 
ก็ไม่เห็นมีใครเกรงกลัว 
ทั้งๆ ที่มันก็รักษาให้หายขาดได้ด้วยธรรมโอสถ 
แต่ก็ไม่มีใครสนใจที่จะศึกษาและรักษาให้หายขาดไปเลย

พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ

Image by JizZa from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา