จินตนาการสำคัญกว่าความรู้


จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ปฏิบัติธรรมในขณะทำงาน


ถ้าเราไม่มีเวลาไปวัด
อยู่ที่ทำงาน ขณะปฏิบัติงาน 
เราก็ปฏิบัติธรรมได้ เพียงแต่เรา 
อาศัย การวางจิตวางใจให้ถูกต้อง
ต้องเชื่อว่า ปฏิบัติธรรมในขณะทำงาน 
"เราทำได้" เพียง "เรารู้ทันความคิด" 
แค่ "รู้เท่าทันจิตใจที่มันมีปัญหา"
จับโกหกที่ใจเราให้ได้เถิด 
เพราะสุข-ทุกข์ มันขึ้นอยู่ที่ใจเรา
เราสามารถปฏิบัติธรรมได้ขณะนั้น
โดยไม่ต้องลุกไปไหนเลย

อาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม

Image by StockSnap from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ทาน คือ ความว่าง


ทาน คือ การให้ ...
ไม่ใช่การเอา!
การให้โดยใจบริสุทธิ์ 
เป็นพลวปัจจัยไปถึงขั้น
วิมุตติ หลุดพ้น ได้เลยนะ!
เพราะจิตในขณะที่ให้ โดยไม่หวังอะไรตอบแทน 
นั่นคือ ... ความว่าง
ว่างจากกิเลส ว่างจากการยึด 
จากความต้องการทั้งหลายทั้งปวง
เมื่อฝึกจิตแบบนี้บ่อยๆ ก็จะเป็น
การสะสมความว่างมากขึ้นๆ 
ตัณหา อุปาทาน ก็จะเริ่มเบาบางลงไป
ทาน ... ไม่ใช่การลงทุน
อย่าหวังสิ่งใดจากการให้ทานเลย
แม้แต่คำว่า เพื่อประโยชน์ 
เพื่อความสุข ของข้าพเจ้าทั้งหลาย 
หากเราเข้าใจ "เนื้อใน" ของการให้อย่างแท้จริง
ณ ขณะที่ให้ คือการโอนกรรมสิทธิ์แล้วนะ
จิตจะขาดจากการผูกยึด 
ผลั้วะ!!! เลย ...
ความบริสุทธิ์แบบนี้ล่ะ
คือบุญ บารมี
ที่ แ ท้ จ ริ ง . . . "

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ
Cr.Fb.Lovely Ole

Image by mnega16 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เชื่อธรรม ธรรมคุ้มครองใจ


ถ้าท่านเชื่อธรรมของพระพุทธเจ้า 
ที่เคยช่วยโลกให้พ้นจากทุกข์ภัยตลอดมา 
ท่านก็จะเป็นผู้มีธรรมคุ้มครองใจ 
ใจที่มีธรรมคุ้มครองหลับและตื่นย่อมเป็นสุข 
ไม่กระวนกระวายส่ายแส่ 
มีแต่เสมอภาคต่อสิ่งทั้งปวง
ไม่ชมสิ่งนั้นว่าดี ไม่ตำหนิสิ่งนี้ว่าชั่ว 
จนตัวเองต้องเป็นทุกข์ไปตาม 
ซึ่งไม่ใช่ทางนักปราชญ์ท่านดำเนินกัน

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

Image by Bru-nO from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ความคิดที่จะ “ได้” เป็นของหนัก


ในแต่ละวันที่ท่านทำหน้าที่ 
ท่านจะเหนื่อย ท้อแท้มาก 
หากท่านคิดว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่นี้
ท่านจะได้รับอะไร 
ความคิดที่จะ “ได้” เป็นของหนัก 
แต่ความคิดที่จะ “ให้” เป็นของเบา 
จงถามตนเองว่า การงานของท่าน 
ช่วยใครบนโลกใบนี้ให้มีความสุขบ้าง 
แล้วใช้พลังตรงนั้นเป็นตัวขับเคลื่อน 
นี่คือการทำงานด้วยความเมตตา

คุณพศิน อินทรวงค์

Image by PlushDesignStudio from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ถ้ารักษาจิตได้ ทุกอย่างเป็นเรื่องข้างนอกหมด


เราจะหวังให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันลงตัวหมด 
มันเป็นไปไม่ได้ เรื่องข้างนอกเนี่ย 
มันไม่เป็นไปอย่างที่เราต้องการได้ทุกสิ่งทุกอย่างหรอก 
หน้าที่ของเราก็คือฝึกจิตของเรา 
ให้จิตของเราเป็นปกติ ราบเรียบกับทุกสิ่งทุกอย่าง
นี่แหละสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงพยายามสอน 
อบรมสาวกให้รู้ แล้วก็ให้ประพฤติปฏิบัติ 
ก็เพื่อรักษาจิตของตัวเอง 
มาทำจิตของตัวเองนี้ให้สงบได้ทุกโอกาส ทุกเวลา 
เพื่อไม่มีทุกข์ ในทุกสถานการณ์ 
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ไม่ว่าฟ้าจะผ่าลงมา 
ภูเขาจะถล่มทลาย พระพุทธเจ้าจะเสด็จมา
ถ้าเรารักษาจิตเราได้ 
ทุกอย่างเป็นเรื่องข้างนอกหมด 

พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต

Image by cdd20 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ความสุขมันอยู่ตรงที่พ้นจากขันธ์


หลายคนภาวนา
แทนที่จะมุ่งมาให้เห็นกายเห็นใจ
เป็นไตรลักษณ์ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา 
เกือบทั้งหมดที่ภาวนาแล้วล้มลุกคลุกคลาน 
ภาวนาเพื่อจะให้มันเที่ยง 
เพื่อจะให้มันสุข เพื่อจะบังคับมันให้ได้..
ลืมไปว่าถาวรไม่มี 
มีแต่อนิจจัง ไม่ถาวร 
มีแต่ทุกขัง ทนอยู่ไม่ได้ 
ไม่มีความสุขที่แท้จริงในกายในใจนี้...
ไม่ใช่ว่าพระอรหันต์ภาวนาไปแล้ว
ร่างกายมีความสุข ไม่ใช่ 
จิตใจท่านก็ยังทำหน้าที่รู้สึกนึกคิด
ตามธรรมดานั่นเอง 
ความสุขมันอยู่ตรงที่
ไม่ได้ยึดถือขันธ์ต่างหาก 
ไม่ยึดถือในกาย ไม่ยึดถือในใจ 
เป็นอิสระจากกายจากใจ 
ความสุขมันอยู่ตรงที่พ้นจากขันธ์ 
ไม่ใช่ความสุขอยู่ที่ดัดแปลงขันธ์สำเร็จแล้ว

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

Image by Pixelheld from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



สิ่งที่จองจำมนุษย์ไว้กับวัฏสงสาร


จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


อิสระที่แท้จริง



อิสระที่แท้จริง คืออิสระจากความคิดของตนเอง  

ท่านกฤษณมูรติ

Image by analogicus from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


"ตัดความผูกพัน" ที่จำเป็น "ต้องตัด"


"ตัดความผูกพัน" ที่จำเป็น "ต้องตัด" 
เพราะไม่ตัดวันนี้ วันหน้าก็จะต้องถูกตัดอยู่ดี! 
เพราะหลักของความเป็นจริงคือ 
"เราจะต้องพลัดพรากจากกันในที่สุด"
การพลัดพรากแบบที่ธรรมชาติบังคับ
มันเป็นการพลัดพรากอย่างทุกข์ทรมาน
แต่ถ้าพลัดพรากแบบที่พร้อมจะพลัดพราก
จะเป็นการพลัดพรากกันอย่างสุขสบายใจ
ที่จำเป็น "ต้องตัด" ไม่ได้หมายความว่า
ไม่มีความเมตตาต่อกัน
เพียงแต่ไม่มีความยึดติดอยู่กับบุคคลต่างๆ
เพราะรู้ว่าไม่ช้าก็เร็ว
เราจะต้องแยกกันไปคนละทิศคนละทาง..

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Image by Free-Photos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา