การชนะตัวเองคือหนีทุกข์



การเอาชนะคนอื่นสิ่งอื่น
มันเป็นเรื่องของกิเลสตัณหา 
การคิดที่จะเอาชนะตัวเอง
มันเป็นเรื่องของการตัดภพตัดชาติ (หนีทุกข์) 
เพราะฉะนั้นนักปราชญ์ในทางธรรม
ท่านถึงไม่คิดที่จะไปต่อสู้กับใครมากกว่าตัวเอง

พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ



ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ก็แค่รู้ จิตจะกลับมาเอง


..ถ้าจิตของเราไหลไปจากคำบริกรรมภาวนา
หรืออารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง หรือลมหายใจ
ก็แค่รู้ จิตจะกลับมาเอง
ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องพยายามดึงกลับมา..
..รู้แค่นี้ ไม่ต้องไปกังวล
กับการพยายามห้ามไม่ให้ความคิดเกิดขึ้น
หลักสำคัญในการปฏิบัติคือ “การไม่ทำอะไร”
ขอให้พวกเราทำความเข้าใจกับคำว่า “ทำ”
เมื่อใดที่เราทำอะไรก็ตาม นั่นแปลว่าเราได้สร้างตัวตนขึ้นมาแล้ว
ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นแล้วเราไม่รู้ เราแค่รู้ว่าเราไม่รู้
ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสติทำงาน
เราไม่ได้เป็นผู้คิด ขอย้ำอีกครั้งว่า เราไม่ได้เป็นผู้คิด
Thought Thinks ความคิดคิดเอง

พระอาจารย์สุมโนภิกขุ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/

คนพาลคือความคิด


การไม่คบคนพาล 
ในความหมายทางปรมัตถ์
ไม่ใช่การไม่คบ
คนดื่มสุรา เล่นการพนัน
หรือไม่คบคนมัวเมาอบายมุข
นี่ เป็นคนพาลนอกตัว
คนพาลตัวจริง คือ ตัวความคิดของเรานี่
ถ้าเราคิดไม่ดี ความคิดพาเรา
ไปโลภ ไปโกรธ ไปหลง
พาเราไปเกิดกิเลสตัณหา 
นี่คือ คนพาล

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




จิตของปุถุชน จิตพระอรหันต์


จิตของปุถุชนนั้น ยังมีการให้ค่า ให้คะแนน
กับอารมณ์ กับสิ่งที่ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง 
นั่นคือ ยังมีชอบ/ไม่ชอบอยู่
ทั้งชอบและไม่ชอบนั้น จะเกิดอาการจิตกระเพื่อม 
ธรรมชาติของใจนั้นเมื่อพบกับอารมณ์ที่พึงใจ 
ก็จะกระเพื่อมในลักษณะดึงเข้ามาหาตัว 
อยากเก็บรักษาสภาวะนั้นไว้นาน ๆ 
แต่เมื่อได้ประสบกับอารมณ์ที่ชัง 
จะเกิดปฏิกิริยาตรงกันข้าม กล่าวคือ 
จะมีการผลักออกจากตัว 
ด้วยความรู้สึกทนอยู่กับความไม่ชอบนั้นไม่ได้
ต่อเมื่อญาณหยั่งรากลึกตั้งมั่น 
ก็จะมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นปกติเป็นปัจจุบัน
การเห็น การได้ยิน จะเป็นปกติขึ้น 
สิ่งใดมากระทบ จิตก็จะฉลาดในการตั้งรับ 
อาการคอรัปชั่นทางอารมณ์ก็จะลดลง
หากแต่จิตของพระอรหันต์นั้น ตั้งตรง 90 องศา 
ไม่ให้คะแนนกับอารมณ์ จิตไม่กระเพื่อม จิตก็จะโปร่งเบา วาง สงบ
มีแต่ “รู้” แจ่มจรัสเจิดจ้าอยู่ในภายใน 
จิตในสภาวะดังกล่าว จะว่างจากความผูกยึด เป็นตัวเป็นตน
ไม่มีใครทุกข์ ไม่มีใครสุข ไม่มีใครเจ็บ ใครตาย 
ไม่มีใครได้ ใครเสีย แม้แต่ตัวสติปัญญา หรือสัมมาทิฏฐิ ใดๆ 
ไม่มีทั้งผู้กระทํา และผู้ถูกกระทําใดๆ ทั้งสิ้น
มีแต่วางอยู่ “รู้” อยู่ เจิดจรัสสว่างไสวอยู่ ในภายในชั่วนิรันดร์
จะเข้าถึงสภาวะนี้ได้ จะต้องสร้างทัศนะแห่งความเคยชิน
ในการที่จะย้อนมองข้างใน ให้เป็นปกตินิสัย 
แล้วเพียรเฝ้าดูเฝ้ารู้ เฝ้าระวังจิตให้ติดต่อสืบเนื่อง 
ปัดทุกสิ่งที่ผุดโผล่ขึ้นมาทิ้งให้หมด 
ไม่ตามคอยวิเคราะห์ วิจัย วิจารณ์ใดๆ ทั้งสิ้น 
ไม่ให้ความใส่ใจ หรือสนใจกับพฤติกรรมใดๆ ที่อุบัติขึ้นมาในจิต 
ไม่ว่าจะเป็นแสง สี เสียง หรือนิมิตวิเศษวิโสใดๆ ทั้งนั้น 
ก็เมื่อสภาวะที่แท้จริงของจิตเดิมแท้นั้น ว่างและบริสุทธิ์แล้ว 
ในความว่างบริสุทธิ์นั้น จะมีพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร
ขอจงจําไว้อย่างประทับใจว่า
จงรู้ทุกอย่างที่จิตรู้ แต่อย่าติดในรู้นั้น

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



มันเป็นเราเพราะว่าเราไม่ทันมัน


ความทุกข์มาขนาดไหน 
ความซึมเศร้าขนาดไหน 
ทุกข์โศกขนาดไหน 
ถ้าเราตั้งสติได้แล้วก็พยายาม "ดู" 
ดูมัน... เหมือนเราเป็นผู้ดู
ไม่ช้าก็เร็ว...มันต้องดับ! 
อาการเหล่านี้มันไม่ใช่เรา 
 ความทุกข์ทั้งหลายมันไม่ใช่เรา 
 มันเป็นเราเพราะว่าเราไม่ทันมัน 

พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

รู้ทันชอบไม่ชอบ จิตเป็นกลาง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จับแก่นได้


แม้จิตที่ซัดส่ายไปภายนอก
ถ้ามีสติรู้สึกตัวอยู่เท่ากับจับแก่นได้
จิตที่เกิดขึ้นพร้อมกับอารมณ์ มีสติรักษา
ย่อมทำให้อารมณ์ที่จะเริ่มปรุงแต่ง
ถูกสติที่ตื่นปัดในสิ่งที่เป็นโทษทิ้งเสียได้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



อย่างนี้เริ่มเดินทางถูก


ถ้าราคะ โทสะ โมหะ โลภะ 
เบาบางลงเพราะมีสติ 
และสำรวมอินทรีย์ 
ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น 
อารมณ์ใดปรากฏ และรู้สึกตัว
และเริ่มไม่เข้าไปปรุงแต่ง
ไม่สร้างเชื้อฟืนในใจ 
อย่างนี้เริ่มเดินทางถูก 
เพราะจับจิต ควบคุมจิตด้วยสติ
มีกำลังของสติ สมาธิได้มากขึ้น

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


การหนีทุกข์ หากเข้าใจใช้ประตูใจประตูเดียว



การหนีทุกข์ หากเข้าใจใช้ประตูใจประตูเดียว 
จะปิดจะเปิดก็อยู่ที่เราฝึกมันได้แค่ไหน 
ถ้าใจมันวางเฉยเป็น 
ทุกข์นอกทุกข์ใน ก็ทำอะไรเราไม่ได้ 
สงครามอย่างนี้สิที่เราควรจะสนใจให้มากๆ 
รบอย่างนี้สิพ้นทุกข์ได้ 
ชนะแล้วพวกแพ้ตามไม่ทัน 
เพราะเราไปพระนิพพานได้ 
ความทุกข์ก็ตามเราไปไม่ได้ 
จำไว้สงครามภายนอก 
ถ้าหากจำเป็นต้องทำ 
ก็จงตั้งจิตทำเพื่อชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ เท่านั้น 
เราจะไม่มีความโกรธแค้นอาฆาต-พยาบาท เป็นการส่วนตัว 
กายเราตั้งใจอุทิศให้พระพุทธเจ้า 
เราก็ต้องทำเพื่อท่าน 
จิตเราอุทิศให้พระธรรมคำสั่งสอนของท่าน 
ก็ต้องทำสงครามภายใน รบกับความทุกข์ให้เป็น

สมเด็จองค์ปฐม
ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม ๑

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ก็สักว่าแต่เห็น สักว่าแต่รู้




เห็นอะไรก็อย่าปล่อยไปตามมัน
เห็นปรากฏอยู่เฉยๆ 
อย่าคิดคาดคะเนไปทางอื่นใด
ดูมันเฉยๆ
เห็นอะไร รู้อะไร...

ก็สักว่าแต่เห็น สักว่าแต่รู้
อย่าไปสำคัญมั่นหมายในสิ่งที่รู้ที่เห็น 
เอามาเป็นตัว
มันไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน
มันเป็นเพียง
สัญญา .. อนิจจา 
สังขารา ..อนิจจา
ธรรมา .. อนัตตา


หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา