อย่าปล่อยในคราวที่ควรยึดควรถือ



สิ่งใดๆ ก็ตาม เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา 
ต้องแก้จนสุดความสามารถ 
เมื่อสุดความสามารถแล้วยังแก้ไม่ตก 
เราก็ต้องวางเฉยปล่อยวาง 
และด้วยการยอมรับว่า มันถึงคราวแล้ว 
เรายอมรับได้อย่างนี้แล้วเราก็สบายใจ และพ้นการครหา 
ไม่ใช่พอเกิดเหตุปั๊บเอาธรรมะขึ้นอ้าง ปล่อยวางเลย 
คงไม่ถูกไม่ควร เรียกว่า มาปล่อยในคราวที่ควรยึดควรถือ 
คราวที่ควรอุเบกขาวางเฉยปล่อยวาง
ก็ดันไปยึดไปถือ 
แก้ไขจนปัญญาสุดฝีมือแล้ว แก้ปัญหาไม่ตก 
ก็มานั่งร้องไห้รำพัน บ่นเพ้อว่าโถๆ ไม่น่าเลย 
พุทโธ!! ช่วยลูกด้วย! 
นี่แสดงว่าถึงคราวอุเบกขาวางเฉยแล้วปล่อยวางแล้ว 
ยังไม่วางเฉยยังไม่ปล่อย ยังไปยึดมั่นถือมั่น

พระอาจารย์นพพร อาทิจฺจวํโส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ถ้าใจไม่ให้ค่า ใจจะคลาย



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย



นาญฺญตฺร โพชฺฌาตปสา   นาญฺญตฺร อินฺทฺริยสํวรา
นาญฺญตฺร สพฺพนิสฺสคฺคา   โสตฺถึ ปสฺสามิ ปาณินํ.

เราตถาคตไม่เห็นความสวัสดีอื่นใด ของสัตว์ทั้งหลาย
นอกจากปัญญา เครื่องตรัสรู้ ความเพียร 
ความสำรวมอินทรีย์ และการเสียสละทั้งปวง

(พุทฺธ) สํ.ส. ๑๕/๗๕.

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ต้องการความสงบสบายคือการเชื้อเชิญตัณหามาขี่หัว



การนั่งสมาธินั้นเพื่อสั่งสมความเพียรในการอบรมสติ
อย่าเพียงคิดแค่ว่าจะหาความสงบสบาย
ถ้าต้องการความสงบสบายคือการเชื้อเชิญตัณหามาขี่หัว
จะทำให้ฟุ้งซ่านยิ่งขึ้นกว่าเดิม
จงตั้งใจสร้างความเพียรในการกำหนดกรรมฐานให้ดี
แต่อย่ารอคอยผล
เมื่อรอคอยจิตจะไม่อยู่กับปัจจุบัน
เมื่อจิตไม่อยู่กับปัจจุบันจึงทำให้สติไม่มั่นคง
ทำให้การประกอบกิจในกรรมฐานล้มเหลว

พระอาจารย์ชุมพล พลปญฺโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ต้นเค้าของกิเลส



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตที่ยิ่งกว่าสุข



จิตที่ผ่องแผ้ว ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข นั่นแหละ 
ยิ่งกว่าสุข

หลวงพ่อสมบูรณ์ ฉตฺตสุวณฺโณ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

สติ เป็นตัวผู้รู้ มีอำนาจอยู่เหนือจิต



จิต เป็นผู้รู้โดยธรรมชาติ เป็นแต่เพียงสักว่า รู้ 
คือ รู้สึก รู้นึก รู้คิด รู้ร้อน รู้เย็น รู้ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง 
และรู้ดมกลิ่น ลิ้มรส สัมผัสถูกต้อง สิ่งสารพัดทั้งปวง 
ไม่รู้จักพินิจ พิจารณา วินิจฉัย ตัดสินอะไรไม่ได้ทั้งนั้น 
จึงเป็นอันว่า ไม่รู้จักดี ไม่รู้จักชั่ว ไม่รู้จักผิด ไม่รู้จักถูก

สติ เป็นตัวผู้รู้ มีอำนาจอยู่เหนือจิต 
สามารถรู้เท่าทันจิต และรู้เรื่องของจิตได้ดี 
ว่าเวลานี้จิตดี เวลานี้จิตไม่ดี ตลอด
มีความสามารถทำการปกครองจิตของเราให้ดีได้จริงๆ 

นักปฏิบัติในพระพุทธศาสนานี้ 
พึงกำหนดเอาตัวผู้รู้มีอำนาจอยู่เหนือจิตนั้น 
มาตั้งลงตรงหน้าเป็นสติ 
ทำหน้าที่กำหนดรู้ซึ่งจิต และรวมเอาดวงจิตเข้าตั้งไว้ในจิต 
พยายามจนกว่าจิตจะรวมเป็นหนึ่ง 
ท่านจึงจะเป็นผู้มีสติมีสัมปชัญญะพร้อมบริบูรณ์ในขณะเดียวกัน

หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


การภาวนาต้องผสานกับวิถีชีวิต



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ผู้พ้นภัย พ้นโลก



เมื่อจิตขาดจากความ “สืบต่อ” 
กับสิ่งภายนอก หรือ “ขันธ์”แล้ว 
จิตจึงเป็นอิสระ นอกเหนือไปจาก
กฎ “อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา” 
อยู่ตามความจริงของตน 
ไม่ไปเกี่ยวข้องกับกฎของสมมุติ
เพราะเป็น “วิมุตติ”แล้ว 
นั่นคือ “ผู้พ้นภัย พ้นโลก”พ้นตรงนี้

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เพราะเรามองไม่เห็นความงามของตัวเอง



เพราะเรามองไม่เห็นความงามของตัวเอง 
จึงมองเห็นแต่ความไม่ดีของคนอื่น..

หลวงพ่อโพธินันทะ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา